กลายเป็นประเด็นร้อนที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีน้ำท่วมขังในหมู่บ้านธนาซิตี้ ล่าสุด “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ได้ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์น้ำท่วมบ้านพักส่วนตัว หลังต้องอพยพออกมาพักที่ออฟฟิศนานกว่า 2-3 สัปดาห์ พร้อมพูดถึงปมดราม่าสารพัดประเด็น ทั้งเรื่องน้ำท่วมต่างระดับ, คำตอบจากผู้นำ, ทัศนคติต่อสัตว์เลี้ยง และประเด็นค้างชำระค่าส่วนกลาง
เมื่อถามว่า หมู่บ้านธนาซิตี้ที่ บอสณวัฒน์อยู่ น้ำท่วมตอนนี้เป็นยังไง เจ้าตัวบอกว่า น้ำลงไปแล้วประมาณ 1 ฟุต แต่ยังอยู่ในระดับเอว ซึ่งยังเข้าไปไม่ได้ และบ้านผมก็ยังเข้าไปไม่ได้ น้ำยังท่วมอยู่ จากที่เข้ามาถึงชั้น 1 ของในตัวบ้าน ตอนนี้ลดลงเหลือเท่าประตูบ้านชั้น 1 แต่ยังไม่ได้ออกไปอยู่ข้างนอก
ล่าสุดมีคนไปถ่ายคลิปบ้านผม และก็มาลงว่าสภาพเป็นยังไง ก็ยังเข้าไปไม่ได้ เนื่องจากรถเข้าไปไม่ได้ และยังท่วมอยู่ ตอนนี้มีกลิ่นเน่าเหม็น ตอนนี้ผมพักอยู่ที่ออฟฟิศ เดี๋ยวหลังจากวันอาทิตย์จะให้คนขับรถพาเข้าไปจุดที่มันท่วม แต่คงยังไม่เข้าบ้าน เพราะว่าน้ำมันเน่าจริงๆ เน่ามาก ขยะเยอะมาก
และคนในหมู่บ้านก็ออกมาเกือบหมดแล้ว แต่ในนั้นไม่ได้มีบ้านผมแค่บ้านเดียว มีเกือบ 100 หลัง หมู่บ้านผมไม่ได้ใหญ่ ไม่ได้มีร้านหรือภัตตาคารในนั้น มีแค่สโมสรสนามกอล์ฟ ถ้าจะกินอะไรต้องไปกินที่นั่น และมีโรงแรมที่เดียว สำหรับคนที่มาเล่นกอล์ฟ มีร้านสะดวกซื้อที่เดียว เป็นหมู่บ้านเงียบๆ เรียบร้อย
ส่วนความเสียหายไม่ต้องพูดถึงครับ ผมก็ยังไม่รู้ว่าต้องพูดยังไง คิดว่าทั้งหมดคงมหาศาล ของผมรถ 3 คัน ก่อนออกมาก็ท่วมถึงเบาะที่นั่งในรถ ตอนแรกๆ รู้สึกหนักใจ ลุ้นและเสียดาย จนมาถึงจุดหนึ่งที่เราเห็นมันจมไปเรื่อยๆ เราก็ตัดใจว่ายังไงมันก็จมอยู่แล้ว ช่างมันเถอะ เดี๋ยวค่อยซ่อม ถ้าซ่อมไม่ได้ก็ต้องขายซาก ค่อยว่ากันใหม่
และตัวบ้านพื้นชั้นหนึ่งคงต้องทำใหม่หมด และยิ่งบ้านผมพื้นเป็นไม้ น่าจะบวมหนักมากแล้ว ผมออกจากบ้านมาประมาณ 2-3 อาทิตย์แล้ว จนตอนนี้น้ำเพิ่งลงไปแค่ฟุตกว่า ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ไม่มีลู่ทาง ตอนนี้คนในหมู่บ้าน เขาก็ไปจ้างท่อซิ่งมา 2 เครื่อง เครื่องละ 60,000 ต่อวัน มาสูบออกและก็ลงคลองตรงนั้น คลองก็รับน้ำได้ แต่ไม่มีใครสูบ
แล้วก็มีสูบไปหย่อนฝั่งบ้านนายกฯ ด้วย เพราะว่าหัวมันไปหย่อนทางนั้น ผมเห็น ซึ่งหย่อนไปเท่าไหร่มันก็แค่แฉะ แต่มันไม่ขัง น้ำมันยังมีทางไปของมันได้
ถ้ารวมความเสียหายทั้งรถและบ้านคิดว่าน่าจะประมาณเกือบ 10 ล้าน เพราะต้องรื้อพื้นด้านล่างทั้งหมด และสวนในบ้านเพิ่งทำได้ 8 เดือน ใช้เวลาทำมา 3 เดือน ใหม่ทุกอย่างทั้งหญ้า ทั้งต้นไม้ แต่ตอนนี้เรียบร้อย จมใต้น้ำหมด ผมจ้างเขาทำประมาณ 1-2 ล้าน หลังจากนี้สงสัยต้องรื้อทำใหม่หมดเลย แล้วบ้านอีก และรถอีก 3 คัน ถ้าเอาไปซ่อมน่าจะคันละล้าน เพราะแบตเตอรี่ของพอร์ชอันละ 1 ล้าน
ถามว่าได้ยื่นเรื่องเอาเงิน 9,000 บาทมั้ย ผมไม่ได้สนใจหรอกนะครับ พูดตรงๆ แต่โชคดีที่ยื่นเรื่องกับประกันรถแล้ว เขาจะโคฟเวอร์ให้ ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ผมทำได้ ก็นัดกันว่าทันทีที่เข้าได้ เขาขอไม่ให้เคลื่อนย้ายรถ ก็ต้องฝากทุกคนเรื่องนี้เป็นความรู้ว่า ประกันรถ อุทกภัยเขายังโคฟเวอร์อยู่ เพียงแค่ว่าคุณอย่าย้ายรถ อย่าซ่อมเอง ให้เขาเคลมให้เสร็จ แล้วก็เอารถสไลด์ไปให้อู่
คือท่านนายกฯ แกพูดเอาฮา แกไม่ตอบในเรื่องที่ผมต้องการถาม แต่แกบอกให้ผมไปถามนิติ ผมก็งง ถ้าให้ผมไปถามนิติ งั้นภาษีครั้งต่อไปผมก็เสียให้กับนิติแล้วกัน คือเรื่องอุทกภัย น้ำท่วม ไม่ใช่ปัญหาในหมู่บ้าน แต่มันเป็นเรื่องภายนอก ถ้านิติสามารถบรรเทาให้น้ำหายท่วม ต่อไปเราก็ไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้ ซึ่งมันไม่ตอบโจทย์เราว่า ทำไมหมู่บ้านเดียวกันมันถึงท่วมฝั่งเดียว อีกฝั่งไม่ท่วม
หลายคนบอกว่าแผ่นดินสูงต่ำต่างกัน ต้องถามว่า เคยไปหรือยัง ผมอยู่มา 17 ปี มันไม่ได้ต่างกัน คุณเชื่อผมสิ และเชื่อคนในหมู่บ้าน เราซื้อที่ดินซื้อแพงนะ เพราะฉะนั้นไม่ได้ไปโง่ซื้อที่ต่ำ มันเป็นเรื่องตลกของคนพูด เป็นความงงของคนอยู่ มันต่างกันตรงไหน อย่าพูดแบบเห็นแก่ตัว ไม่เคยเห็น ต้องมาถามคนอยู่
ถามว่าทุกวันนี้ได้คำตอบหรือยังว่าทำไมบ้านเราน้ำท่วม แต่ฝั่งบ้านนายก ไม่ท่วม ยังไม่ได้คำตอบเลย เพราะไม่มีใครตอบ ไม่มีใครกล้าตอบ นิติยังเงียบไม่ตอบ ทุกคนหุบปากกันหมด เราก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง ถ้าให้วิเคราะห์ว่ามันท่วมเพราะอะไร ไม่อยากวิเคราะห์ครับ เวียนหัว วิเคราะห์ไปก็ไม่ได้นะ “แก่เกินแกงอีก”
เอาจริงๆ ผมไม่ได้โกรธว่าจะแก่หรือไม่แก่ ผมตลก รู้สึกเข้าใจถึงความคิดความอ่านของคนที่พูดมากกว่า ถ้าคนอย่างผมแก่เกินแกง งั้นท่านยังดูหนุ่มอยู่ เหมือนมาริโอ้ เมาเร่อ เหมือนหมาก ปริญ เพราะฉะนั้นเวลาจะพูดอะไร อย่าทับถมคนจนเกินไป เราอยู่ในโลกความเป็นจริง ปัจจุบันในโลกความจริงแทบจะหาอะไรไม่เจอกันอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ที่เราถามอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ถูก แต่ทุกคนถูกหมด มันอยู่ที่ว่าค่าของคน อยู่ที่คนของใคร ถ้าพลาดแล้วเขาจะฟ้อง เอาจริงๆ นะไม่ได้กลัว แต่รำคาญ
เมื่อถามว่า คนบอกถ้าเลี้ยงสัตว์ อย่าเลี้ยงหนู บอสณวัฒน์ ตอบว่า ก็ธรรมดาครับ หนูมันอันตราย มันสกปรก มันกินไม่เลือก เพราะฉะนั้นเราเลี้ยงไม่ได้หรอก เห็นบางคนเลี้ยงหนูแอฟริกา หนูตะเภาตัวเล็กๆ อันนั้นเลี้ยงได้ แต่ถ้าเป็นหนูตัวใหญ่ๆ อันตรายนะ
ผมว่าเรื่องของการนำเสนอบางอย่าง คนเรามีวุฒิภาวะในการนำเสนอ การพูดใดๆ ก็แล้วแต่ ถ้ามันไม่ถูกต้อง ก็อยากให้ยับยั้งชั่งใจ ตระหนักไตร่ตรองในความคิด ที่บอกว่าให้ทิ้งสัตว์เลี้ยง ให้ออกไปก่อน โอเคในความของเขา ถ้าเขาจะพูด มันก็ไม่ผิด เพราะว่าเนทีฟของแต่ละคน เขามีความรู้สึกกับสัตว์เลี้ยงไม่เท่ากัน บางคนอาจจะใจร้ายกับสัตว์เลี้ยงก็ได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นสิทธิ์ของเขาว่าจะให้ความรู้สึกต่อสัตว์เลี้ยงมากแค่ไหน ผมเคารพ
แต่สำหรับผม สัตว์เลี้ยงคือสมาชิกของครอบครัว เพราะฉะนั้นเขาเหมือนพี่เหมือนน้องของเรา เราเรียกลูกทุกคำ ถ้าพูดกันตรงๆ ท่านนายกฯ เอง เวลานำเสนออะไร หัดเข้าใจคนอื่นบ้าง อย่าให้คนอื่นเป็นเหมือนที่ตัวเองคิด ก็ต้องเข้าใจคนที่เขารู้สึกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าเอาความคิดของเราไปเป็นคำแนะนำ ซึ่งมันจะทำให้คนอื่นรู้สึกผิดหวัง อย่างไปวันเกิดไปได้มั้ย ก็ไปได้ แต่ถ้ามันเอิกเริก คนที่เขาเห็น เขาก็น้อยใจ เสียใจ มันเป็นสิ่งที่ต้องมีความระมัดระวังมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
ถามว่ากังวลว่าน้ำจะท่วมบ้านในปีหน้าอีกมั้ย บอสณวัฒน์ บอกว่า 17 ปีที่อยู่มาไม่เคยท่วม คิดว่าปีหน้าไม่น่าจะท่วมอีกนะ แต่คิดว่าปีนี้มันก็แปลกนะ ในกรุงเทพเขตปริมณฑลไม่ท่วมเลย แต่มันดันออกมาในเขตรอบนอกที่ข้ามเขตจังหวัด แต่ก็ไม่ไว้วางใจ จากนี้ถ้าท่วมและตกมากๆ ก็ต้องรีบเอารถออก ทิ้งบ้าน ออกมาให้รวดเร็ว ไม่รออะไรแล้ว วันนั้นรอจน 3 วันแล้วก็ค่อยออกมา ไม่กล้าทิ้งบ้าน
เมื่อถามว่า ปอง อัญชลี เขาพูดในรายการว่า ที่ธนาซิตี้มีบ้านบางหลังไม่จ่ายค่าส่วนกลาง 3 ปี คนก็เลยมองไปในทิศทางเดียวกันว่าคือบ้านของ บอสณวัฒน์ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับในเรื่องนี้บอกว่า ใช่ครับ ถูกต้อง ไม่จ่ายค่าส่วนกลาง 3 ปีคือบ้านผม แต่หลังจากนั้นผมก็จ่าย ที่ไม่จ่าย 3 ปี เพราะว่าขโมยยกเค้า 10 ล้าน ซึ่งผมหมดตัวทั้งเงิน ทั้งนาฬิกา ทั้งทอง หมดสิ้นทุกอย่าง แต่ตอนนี้ซื้อใหม่
ทีนี้เรื่องดำเนินการอยู่ในขั้นตอนจับผู้ต้องหา และผู้ต้องหาให้การว่า เข้ามาในหมู่บ้านนี้ได้โดยสะดวกสบาย และเข้ามาหลายรอบแล้ว และเข้ามาขึ้นอีกหลังหนึ่งที่ติดกับบ้านนายกฯ เป็นบ้านนายตำรวจเก่า และก่อนจะมาถึงบ้านผม ดังนั้นระบบรักษาความปลอดภัยมันพัง แล้วทางนิติหมู่บ้านบอกว่าไม่รู้จะช่วยยังไง ซึ่งโดยปกตินิติหมู่บ้าน เขาจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยให้เรา ในเมื่อกฎนี้ไม่ถูกปฏิบัติกับเรา เราก็ต้องหยุดจ่าย เป็นระบบของทนายความ ถ้าเราไม่หยุด เราจะเรียกร้องอะไรไม่ได้เลย แต่พอจบสิ้นจับโจรได้ มาทำแผน พิพากษา พอเสร็จสิ้น ผมก็จ่ายต่อ ที่ไม่จ่ายไม่ใช่ไม่มีตัง.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม


