หลายคนตกใจไปตามๆ กัน หลังจากที่ ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ได้ออกมาประกาศเลิกรากับสามี กวินท์ ดูวาล จบความรัก 11 ปี ลดสถานะจากสามีภรรยา เหลือเพียงพ่อแม่ของลูก แม้จะพยายามปรับปรุง ปรับเปลี่ยนเพื่อประคับประคองความสัมพันธ์ แต่ก็ยังเหมือนเดิม สุดท้ายจึงได้ตัดสินใจลดสถานะ พร้อมยืนยันว่าไม่มีมือที่สามแต่อย่างใด
หากจะย้อนเส้นทางความรักของทั้งคู่ที่ยาวนานถึง 11 ปี ซึ่งทั้งคู่นั้นเคยผ่านทั้งช่วงเวลาสุขและทุกข์เคียงข้างกันมาอย่างมากมาย
จุดเริ่มต้นความรักของ ปุ้มปุ้ยกับกวินท์
ความรักเกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2557 ซึ่งตอนนั้น กวินท์ ดูวาล เป็นนักร้องวง 3.2.1 ได้เห็น ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ครั้งแรกผ่านอินสตาแกรม ถึงขั้นนำรูปไปอวดเพื่อนพร้อมประกาศว่า “ถ้าได้คบกับคนนี้ จะไม่มองใครอีกเลย” และรู้สึกทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้อาจเป็นแม่ของลูกในอนาคต
แต่การจีบกลับไม่ได้ง่ายดาย เพราะช่วงแรกปุ้มปุ้ยแทบไม่สนใจ ประกอบกับภาษาไทยของกวินท์ยังไม่แข็งแรง จนเจ้าตัวต้องใช้แอปพลิเคชันช่วยแปลภาษาจากอังกฤษเป็นไทยเพื่อพิมพ์คุย แม้จะโดนดองแชตและตอบกลับเพียงคำย่ออย่าง “555” หรือ “อือ” แต่กวินท์ก็ไม่ยอมแพ้ ใช้แผนเนียนทำทีเป็นขอซื้อเสื้อผ้าที่ปุ้มปุ้ยขาย เพื่อขอลดราคาและขอคอนแทกต์ไลน์ จนกระทั่งความพยายามส่งรูปพระอาทิตย์ตกพร้อมข้อความออดอ้อนชนะใจปุ้มปุ้ย ทั้งคู่จึงตกลงคบหากันเป็นแฟนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557
ช่วงที่เริ่มคบกัน ปุ้มปุ้ย มีอายุประมาณ 23–24 ปี เรียนจบระดับปริญญาตรีแล้ว และทำงานเป็นนางแบบถ่ายแบบเสื้อผ้าออนไลน์ทุกวัน วันละหลายสิบชุด เพื่อนำรูปไปโพสต์ขายสินค้า ขณะที่ กวินท์ อายุ 22 ปี ยังเรียนไม่จบ แต่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะศิลปินเพลงป็อปและฮิปฮอป
กวินท์เคยเล่าถึงเหตุผลที่มองปุ้มปุ้ยเป็นคู่ชีวิตว่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่ชวนเธอไปเที่ยว เขาก็ตั้งใจคบหาอย่างจริงจัง ไม่ได้มองความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นเพียงความรักชั่วคราว ปุ้มปุ้ย มองความรักบนพื้นฐานของสัจธรรมว่า มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งความรู้สึก รสนิยม และอายุ ถ้าหากวันหนึ่ง กวินท์ ไปรักคนอื่นที่เด็กกว่าหรือสวยกว่า เธอก็พร้อมยอมรับและเดินออกมา โดยไม่กอดรัดฟัดเหวี่ยงหรือเซ้าซี้ถามหาเหตุผล ด้าน กวินท์ ยืนยันว่า เขารักและให้เกียรติปุ้มปุ้ยอย่างจริงใจมาโดยตลอด และมักไม่พอใจหากมีใครหรือเพื่อนฝูงพูดแซวเรื่องการเจ้าชู้หรือการมีผู้หญิงคนอื่น
อยู่เคียงข้างกันในวันที่ กวินท์ ไร้งานเหลือเงิน 77 บาท
ในช่วงปีที่ 4 ของการคบหา กวินท์เพิ่งปลดประจำการจากการเป็นทหาร เขาไม่มีงาน ไม่มีรายได้ อีกทั้งเพิ่งหมดสัญญากับทางต้นสังกัด เหลือเงินติดบัญชีเพียงแค่ 77 บาท จนต้องตัดสินใจไปขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันเพื่อหาเงินประทังชีวิต
กวินท์ยอมรับว่า ตอนนั้นมองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง และเคยถามปุ้มปุ้ยว่าจะเลิกกันหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าจะสามารถกลับมามีรายได้อีกเมื่อใด แต่คำตอบของปุ้มปุ้ยคือ เธอจะไม่เลิกเพียงเพราะทั้งคู่กำลังลำบาก หากต้องแยกทางกันก็ควรเป็นเพราะหมดรัก ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไม่มีเงินหรือกำลังเผชิญปัญหา และเลือกที่จะกอดคอสู้ไปด้วยกัน ซัพพอร์ตเคียงข้างในวันที่ไม่มีอะไรเลย จนกระทั่งกวินท์สามารถกลับมาสร้างชื่อเสียงได้อีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยว
วันที่ขอแต่งงาน กับเพลงรักสุดโรแมนติกที่กวินท์ตั้งใจแต่งให้โดยเฉพาะ
ในวันที่ 7 เมษายน 2562 กวินท์ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอปุ้มปุ้ยแต่งงาน หลังคบหาดูใจกันมาเกือบ 5 ปี โดยมีเพื่อนสนิทและคนในวงการร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก โดยก่อนหน้านั้น กวินท์เคยตั้งใจว่าจะขอแฟนสาวแต่งงานหลังเสร็จสิ้นการรับราชการทหาร เมื่อชีวิตเริ่มกลับมาเข้าที่ เขาจึงทำตามสัญญาที่วางไว้
กวินท์และปุ้มปุ้ยเข้าพิธีแต่งงานเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ต แอนด์ สปา หลังคบกันครบ 5 ปีพอดี งานจัดขึ้นริมทะเลในบรรยากาศเป็นกันเอง มีครอบครัวและเพื่อนสนิทร่วมเป็นสักขีพยาน ก่อนปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่กลายเป็นภาพจำของงานแต่งคู่นี้ โดยเจ้าสาวเปลี่ยนเป็นชุดบันนี่สีชมพูและขึ้นเต้นบนเวที
ซึ่งในงานแต่งงานของทั้งคู่ กวินท์ ได้ตั้งใจแต่งเพลง "A Rocket to the Moon" เพื่อมอบให้ ปุ้มปุ้ย เป็นของขวัญในวันแต่งงาน ซึ่งเพลงนี้มีความหมายเปรียบความรักเหมือนกับการเดินทางด้วยจรวดไปสู่ดวงจันทร์ สื่อถึงการจับมือกันก้าวผ่านอุปสรรค และคำมั่นสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป และหลังจากนั้นมา เพลง "A Rocket to the Moon" ก็กลายเป็นเพลงในงานแต่งงานของคู่รักอีกหลายๆ คู่
หลังแต่งงาน ทั้งคู่เปิดเผยชีวิตคู่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างตรงไปตรงมา มีทั้งมุมหวาน ช่วงทะเลาะ การปรับตัว และบทสนทนาหยอกล้อ จนกลายเป็นคู่สามีภรรยาที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก
ปุ้มปุ้ยเคยตอบคำถามแฟนคลับถึงเหตุผลที่เลือกกวินท์ว่า นอกจากรูปลักษณ์และพื้นฐานครอบครัวแล้ว สิ่งสำคัญคือกวินท์เป็นคนจิตใจดี พร้อมรับฟังและปรับปรุงตัว เธอมองว่าสามีสามารถเป็นทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี มีเท่าไรก็พร้อมมอบให้คนที่รัก อีกทั้งยังรักสุนัขเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งคู่ไม่เคยนำเสนอว่าชีวิตคู่สมบูรณ์แบบ ปุ้มปุ้ยเคยพูดถึงการปรับตัวว่า แม้อยู่ด้วยกันมาหลายปี แต่ยังต้องเรียนรู้และปรับความเข้าใจกันแบบวันต่อวัน
หลังจากทั้งคู่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ราคากว่า 18 ล้านบาท ปุ้มปุ้ยต้องทำงานหนักวันละ 12–18 ชั่วโมง เมื่อเดินทางกลับถึงบ้านในช่วงค่ำด้วยความเหน็ดเหนื่อยและหิว เธอกลับต้องเจอกับบ้านที่มืดสนิท กวินท์หมกตัวอยู่ในห้อง ใส่หูฟังเล่นเกมคนเดียวจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ปุ้มปุ้ยจึงต้องนั่งอยู่คนเดียวในห้องนอน และรอกวินท์เล่นเกมเสร็จจึงจะได้ออกไปทานข้าวเย็นด้วยกัน จนบางครั้งร้านอาหารปิดหมด เธอรู้สึกเหงาและเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า นี่คือคู่ชีวิตที่เธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปตลอดจริงหรือ ปุ้มปุ้ยเคยเปิดใจว่า หากวันหนึ่งเธอสามารถทานข้าวคนเดียวได้โดยไม่ต้องรอกวินท์อีกต่อไป ก็เท่ากับว่าเธอไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ในชีวิตแล้ว
มีลูกชายลูกสาวมาเติมเต็ม ให้ชีวิตครอบครัวสมบูรณ์
หลังแต่งงานประมาณหนึ่งปีครึ่ง ปุ้มปุ้ยประกาศข่าวดีว่าตั้งครรภ์ลูกคนแรก และคลอดลูกชายในวันที่ 16 มกราคม 2565 ตั้งชื่อ “ไซอัลบลู สกาย ดูวาล” (Cyanblue Sky Duval) มาจากความชอบท้องฟ้าและทะเลของทั้งคู่ โดยมองว่าสีของท้องฟ้าและน้ำทะเลเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับความสุขและความสบายใจ
ในช่วงแรก ปุ้มปุ้ยตัดสินใจไม่เปิดเผยใบหน้าลูก โดยให้เหตุผลว่าเด็กควรมีสิทธิในภาพลักษณ์และความเป็นส่วนตัวของตัวเอง เธอมองว่าผู้ปกครองควรรอจนกว่าลูกจะสามารถสื่อสารความรู้สึกและให้ความยินยอมได้ การตัดสินใจดังกล่าวได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและคำวิจารณ์ ก่อนที่เธอจะเปิดเผยใบหน้าลูกชายให้ได้เห็นในช่วงที่ น้องไซอัลบลู อายุ 1 ปี 1 เดือน เนื่องจากลูกต้องเตรียมเข้าโรงเรียนและถูกคนแอบถ่ายรูปตามสถานที่สาธารณะ
ต่อมาในปลายปี 2567 ปุ้มปุ้ยประกาศตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ซึ่งได้ลูกสาว เธอดีใจอย่างมาก เพราะเธออยากได้ลูกสาว ส่วนกวินท์นั้นอยากได้ลูกชาย และเธอได้คลอดลูกคนที่ 2 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ตั้งชื่อน้อง “วานิลลา สกาย ดูวาล” (Vanilla Sky Duval) ซึ่งลูกๆ ทั้งสองคนมีชื่อกลางคือ สกาย เหมือนกัน “น้องไซอัลบลู” เปรียบเหมือนท้องฟ้าที่สดใสและมีอิสระ ส่วน “น้องวานิลลา” เปรียบเหมือนท้องฟ้าที่อบอุ่นและนุ่มนวล
ประกาศยุติความสัมพันธ์กลางดึกคือวันที่ 6 ตุลาคม 2569
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กวินท์และปุ้มปุ้ยมักเผยโมเมนต์ครอบครัวผ่านอินสตาแกรม ทั้งการเลี้ยงลูก การท่องเที่ยว และการวางแผนสร้างบ้านริมทะเลสาบ โดยจะมีลูกๆ ทั้งสองอยู่ในทุกกิจกรรมของพ่อและแม่
แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดจึงทำให้แฟนคลับประหลาดใจ เพราะปุ้มปุ้ยเลิกติดตามสามี ขณะที่หน้าอินสตาแกรมของกวินท์เหลือรูปเพียงแค่โพสต์เดียว ส่วนปุ้มปุ้ยก็ได้ลบภาพคู่กับกวินท์ออกจนเกือบหมด เหลือไว้เพียงแค่เรื่องงาน
จนกระทั่งกลางดึกของคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ปุ้มปุ้ยและกวินท์ ได้ออกมายืนยันจบความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยาแล้ว หลังพยายามปรับตัวและประคับประคองชีวิตคู่มาอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันชัดเจนว่าไร้ปัญหาเรื่องมือที่สาม แม้เส้นทางความรักในฐานะคู่รักจะสิ้นสุดลง แต่ความหวังดีและบทบาทการเป็นพ่อและแม่ที่ดีของลูกๆ จะยังคงเดินต่อไป
ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับ ปุ้มปุ้ยและกวินท์ นะคะ.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม


