จากดราม่าร้อนวงการกู้ภัย หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความแซะว่า “กูอยากจะรั่ว ไอ้พวกดาราตกยุค ผันตัวมาเป็นกู้ภัย มาวันแรกก็ขอรับบริจาค” ซึ่ง ณ ขณะนั้น บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ได้ลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม งานนี้ทำเอาแม่บุ๋มถึงกับปรี๊ดแตกทันที พร้อมกับตอบกลับสุดแซ่บ และยืนยันว่าได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากประชาชน ก่อนนำถุงยังชีพ 500 ชุด และตั้งโรงครัวเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
จากนั้น เจ้าของโพสต์ต้นเรื่อง เฟซบุ๊ก Pitchayaporn Rungsangthong ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษ บุ๋ม ปนัดดา โดยยอมรับผิดที่โพสต์พาดพิงและทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด จนทำให้ บุ๋ม ปนัดดา เสียหาย
ล่าสุด แม่บุ๋ม ก็ได้ตั้งโต๊ะเคลียร์ประเด็นในเรื่องนี้ เผยว่า คู่กรณีติดต่อโทรศัพท์ขอโทษผ่านการประสานงานของ “แทค ภรัณยู” เป็นที่เรียบร้อย โดย “แม่บุ๋ม” ยืนยันว่าทีมงานมีการรายงานตัวและปฏิบัติงานอย่างถูกต้องตามขั้นตอน และโฟกัสการช่วยเหลือประชาชนเป็นอันดับแรก
“บุ๋ม ปนัดดา” เผยว่าช่วงประมาณ 10 โมง ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวที่โพสต์แซะโทรศัพท์มาเคลียร์ โดยยืนยันว่าโพสต์ดังกล่าวไม่ได้หมายถึง “บุ๋ม ปนัดดา” แต่ก็ยังรู้สึกสงสัยว่าหากไม่ได้หมายถึงเธอ แล้วหมายถึงดาราคนไหน? เพราะมองว่าหากมีความเข้าใจผิดก็สามารถพูดคุยกันได้ ไม่ได้ต้องการให้ใครมาดูถูกดาราที่ลงพื้นที่ทำงานกู้ภัย
สำหรับประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าไม่เข้าระบบ “บุ๋ม ปนัดดา” ยืนยันว่า ทีมงานมีการรายงานตัวแล้ว โดยก่อนที่เจ้าตัวจะลงพื้นที่บางคล้า ทีมสว่างพัทยา ซึ่งเป็นทีมลูกข่ายได้เข้าไปในพื้นที่ก่อน และมีการรายงานตัวกับผู้ใหญ่ในพื้นที่ พร้อมมีภาพหลักฐานยืนยัน หากทีมสว่างพัทยา ซึ่งเป็นทีมของเธอรายงานตัวเรียบร้อยแล้ว เธอจึงจำเป็นต้องเดินทางไปแสดงตัวซ้ำอีกหรือไม่ ซึ่งเธอบริหารทีมกู้ภัยอยู่ประมาณ 16-17 ทีม กระจายทำงานในหลายจังหวัด และแต่ละทีมมีหน้าที่แตกต่างกัน ทั้งช่วยเหลือผู้ประสบภัย จัดหาอุปกรณ์ และสนับสนุนทีมในพื้นที่
ส่วนระบบการทำงานด้านภัยพิบัติ “บุ๋ม ปนัดดา” เผยว่า โดยปกติจะมีการรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ปภ. และผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณีเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ ขณะที่กู้ภัยในพื้นที่มีหน้าที่ช่วยประสานทีมจากนอกพื้นที่ ทั้งเรื่องอุปกรณ์ เรือ และเส้นทาง เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่การต้องไปรายงานตัวกับกู้ภัยเจ้าถิ่นโดยตรง ถึงแม้จะเป็นดารา แต่ตนผ่านการอบรมด้านการจัดการภัยพิบัติมาหลายระบบ รวมถึงกำชับให้ทีมงานเรียนรู้และมีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างถูกต้อง
กรณีมีการโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง แม้เจ้าของเฟซบุ๊กจะโทรมาเคลียร์และมีการขอโทษแล้ว “บุ๋ม ปนัดดา” เผยว่า หากเป็นผู้ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงและยังนำเรื่องดังกล่าวไปแสดงความคิดเห็นจนทำให้เกิดความเสียหาย ก็พร้อมดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมยอมรับว่า รู้สึกเจ็บกับคำพูดที่ถูกมองว่าเป็น “ดาราตกยุค” แต่เลือกจะมองข้าม เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือความเดือดร้อนของประชาชน
ถามว่า หากคู่กรณีเป็น “เปิ้ล นาคร” หรือ “อั้ม อธิชาติ” จะเป็นอย่างไร เพราะทั้ง 2 คน ได้ลงพื้นที่จังหวัดดังกล่าวเช่นกัน ด้าน “บุ๋ม ปนัดดา” บอกว่า เตรียมตัวนะ แต่ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ควรกลายเป็นความขัดแย้ง เพราะสุดท้ายทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการช่วยเหลือประชาชน หลังจากมีการขอโทษ ก็ถือว่าจบ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพราะไม่ต้องการมีปัญหากับใคร
ส่วนการจะวิจารณ์เรื่องระบบกู้ภัยหรือมองว่าเป็นดารา เธอก็พร้อมมองข้าม ขอเพียงอย่าให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ ประเมินว่า ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีฝนฟ้าคะนองและหลายพื้นที่ระบายน้ำไม่ทัน โดยเฉพาะรังสิต ลำลูกกา บางคล้า และปราจีนบุรี ซึ่งได้สั่งทีมกู้ภัยลงพื้นที่เพิ่มเติม รวมถึงจัดตั้งโรงครัวเพื่อช่วยเหลือประชาชน ขณะที่ทีมกู้ภัยบางส่วนทำงานต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์จนต้องทยอยกลับไปพัก แต่หลายทีมยังพร้อมกลับมาสนับสนุนอีกครั้ง หากสถานการณ์ยังรุนแรง
ส่วนแนวทางการช่วยเหลือหลังจากนี้ “บุ๋ม ปนัดดา” บอกว่า จะพยายามลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของไปแจกซ้ำในพื้นที่ที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว และต้องการให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงผู้ที่ยังไม่ได้รับของจริงๆ พร้อมย้ำว่า เงินส่วนตัวที่ได้จากการทำงาน ส่วนใหญ่จะนำมาใช้สำหรับการลงพื้นที่ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับเงินของมูลนิธิ
สุดท้าย “บุ๋ม ปนัดดา” ก็ขอส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมยอมรับว่าปีนี้สถานการณ์น้ำท่วมหนักและเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจังหวัด จนขณะนี้ยังเป็นห่วงพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากพายุด้วย และจะเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง และฝากถึงทุกฝ่ายว่า “บุ๋มเจ็บได้ แต่ประชาชนอย่าเจ็บ” เพราะในสถานการณ์วิกฤต สิ่งสำคัญที่สุดคือการร่วมมือกันช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม


