จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร มีประชาชนได้รับผลกระทบและความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตบางกะปิ บึงกุ่ม ที่น้ำท่วมสูงจนมิดหลังคารถยนต์ และประชาชนรอรับความช่วยเหลือจำนวนมาก
ล่าสุด เปิ้ล นาคร พร้อมครอบครัว และทีมงานมูลนิธิ ได้ลงพื้นที่ลุยน้ำท่วมสูงนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในจุดวิกฤต เช่น แฟลตคลองจั่น รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างจังหวัดสระแก้วเพื่อช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง
"เปิ้ล นาคร" ได้ให้สัมภาษณ์กับ ไทยรัฐบันเทิง เผยว่า "สำหรับกรุงเทพ มองว่ามันหนักกว่า ปี 54 เพราะว่าปี 54 กรุงเทพก็ยังไม่หนักขนาดนี้ รถจมทั้งคัน แล้วรถกี่พันคัน คนเป็นแสนคนเลยมั้งในกรุงเทพ เฉพาะที่คลองจั่น บึงกุ่ม พัฒนาการ บางนา คือทุกที่เรียกพี่เปิ้ลหมดเลย เราก็แยกร่างไปไม่ได้ เราก็กระจายกำลังไป
เมื่อคืนทีมงานยังอยู่ที่นครนายกกันอยู่เลย อพยพคนออกมา คือเมื่อคืนจนถึงตอนนี้ที่นครนายกน้ำขึ้นตลอดเลย แล้วบางคนไม่เชื่อและไม่ยอมออกมา ก็ต้องเอาทีมไปเกลี้ยกล่อมกัน ตอนนี้ทยอยออกมาแล้ว อีกส่วนหนึ่งตอนนี้เราก็เตรียมทำอาหาร กองบุญแม่จูนก็เตรียมลุย และจัดหาเรื่องอาหาร เรื่องทำครัว เพื่อที่จะเอาให้ได้ทุกมื้อ เพราะตอนนี้คนขาดอาหารเยอะ และเรื่องของน้ำดื่ม
คือ ณ ตอนนี้แม่จูนก็ทำโรงครัว ทำอาหารเตรียมแจก ส่วนไทยนาคา เราก็ยังไม่ได้ถุงยังชีพอะไร เพราะมันหาของไม่ได้ ก็เลยไม่ได้เปิดรับบริจาคอะไร เพราะมีคนถามว่าเมื่อไหร่จะเปิดรับบริจาค เรายังไม่เปิดรับบริจาค ตอนนี้มูลนิธิไทยนาคาก็มีเงินอยู่หลายแสน ยังพอค่าน้ำมัน ค่ารถ ค่าอาหารได้ เรายังไม่ใช้เงินเยอะมาก ซึ่งตอนนี้มีเงินอยู่ในมูลนิธิไทยนาคาประมาณ 4 แสนกว่าบาท เอาไว้เป็นค่าน้ำมัน ยังเงินพออยู่ เดี๋ยวเอาไว้เป็นค่าน้ำมันรถ ค่าน้ำมันเรือ ค่าน้ำมันเจ็ตสกี พวกเราก็กินข้าวบริจาคกันนี่แหละ ยังไม่ได้ใช้อะไรเยอะมาก"
นอกจากนี้ พี่เปิ้ล บอกว่า เดี๋ยวจะต้องเร่งหา EM Ball แล้ว เพราะต่อไปนี้จะเป็นน้ำเสีย ยิ่งตรงช่วงในที่ชุมชนที่มีน้ำขัง เป็นชุมชนที่มีคนอยู่เยอะ เป็นแฟลตที่มีหลายแฟลต คนอยู่เยอะ มันจะมีบ่อเกรอะ ทั้งขยะ ทั้งอุจจาระและของเสีย อีก 1-2 วันพวกนี้จะตามมา เป็นเรื่องของสุขลักษณะ พอน้ำลงช้า และมีน้ำท่วมขัง สิ่งปฏิกูลเหล่านี้จะตามมา จะเป็นปัญหาที่ชาวบ้านต้องเจอ อันนี้น่าสงสารเขามาก พี่เปิ้ลคิดว่าจะเอา EM พวกนี้ไปโรยๆ
และยังบอกอีกว่า "ทุกคนต้องระวังด้วย ใครที่กินยากันฉี่หนูได้ พวกอาสา หรือคนที่ทำงานลงพื้นที่ ต้องรีบกินป้องกันไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวจะเป็นไข้ฉี่หนูแน่ๆ ไม่ควรจะถอดรองเท้าเดินนะ (แต่พี่หนู อนุทิน ถอดแล้ว?) ก็นั่นไง ก็ฉี่หนูไง แล้วห่วงนายกเนี่ย ถอดรองเท้าเดิน เดี๋ยวจะเป็นฉี่นะหนู
(แต่นายกก็เครียด ไม่ได้นอนนะ?) โอ๋ย ไม่มีใครได้นอนหรอก ไม่มีใครไม่เครียดหรอก ก็น่าสงสาร ทุกคนแหละ ผู้ใหญ่ทุกท่าน สงสารทีม สงสารรัฐบาล สงสารอาสา สงสารทุกมูลนิธิที่เขาเข้ามาช่วยกัน และที่สุดของที่สุดก็คือสงสารประชาชนที่ต้องมาโดน เราต้องช่วยกันครับ อย่าว่ากันเลย เราไม่มีเวลามาว่าใครแล้ว แต่เป็นห่วงฉี่หนูนั่นแหละ".
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม