กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียล สำหรับ “หนุ่มขับเจ็ตสกีแล่นกลางกรุงฯ” หลังมีการแชร์ภาพและคลิปขณะที่ชายคนดังกล่าว ซิ่งเจ็ตสกีบริเวณพื้นที่น้ำท่วมขัง ที่ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จนมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากนำภาพไปแชร์และวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการใช้เจ็ตสกีในพื้นที่ประสบอุทกภัย

ก่อนมีการเปิดเผยข้อมูลว่า บุคคลดังกล่าวคือ “ศรณ์ เกตุศิริ (Sorn Keadsiri)” ซึ่งมีประวัติทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจบันเทิงและโปรดักชัน และนอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยว่า “ศรณ์ เกตุศิริ” ยังเป็นลูกชายของ “จอย จามจุรี เชิดโฉม” อดีตนางร้ายระดับตำนานของวงการละครไทยในช่วงปลายยุค 80 ต่อเนื่องถึงยุค 90 อีกด้วย 

สำหรับประวัติของ “จอย จามจุรี เชิดโฉม”

- จามจุรี เชิดโฉม ชื่อเล่นว่า จอย เกิดวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ปัจจุบันอายุ 58 ปี 

- พื้นเพเป็นคนจังหวัดอุดรธานี คุณพ่อรับราชการเป็นทหารอากาศ และจอยเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน ชีวิตในวัยเด็กของเธอค่อนข้างเรียบง่าย และเคยช่วยพี่ๆ ทำน้ำเต้าหู้ขายเพื่อหารายได้เสริมให้ครอบครัว

- จอยเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยการเข้าร่วมประกวดนางสาวไทย ปี พ.ศ. 2529 แต่ไม่เข้ารอบ ต่อมาประกวดนางนพมาศแดนเนรมิต ปีเดียวกัน ได้ตำแหน่งรองอันดับ 2 และรางวัลขวัญใจช่างภาพ รวมทั้งมีงานถ่ายแบบตามนิตยสารและถ่ายโฆษณาหลายชิ้น

- ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 เริ่มต้นงานแสดงครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง อีกสิบวันโลกจะแตก กับบทนางเอก ต่อด้วย บ๊ายบายไทยแลนด์ แต่ไม่ได้ฉาย โดยหอภาพยนตร์แห่งชาติยังมีข้อมูลระบุชื่อ จามจุรี เชิดโฉม เป็นหนึ่งในนักแสดงของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวด้วย

- ต่อมาจึงเข้าสู่วงการโทรทัศน์โดยเริ่มแสดงละครของค่ายกันตนาในเรื่องเรื่องผีกุ๊กกิ๊ก ทางช่อง 7 ร่วมกับ อรพรรณ พานทอง, พรสุดา ต่ายเนาวคง และตวงสิทธิ์ เรียมจินดา

- จากนั้นจึงได้รับบทเด่นเป็นตัวอิจฉาเนื่องจากคุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ประทับใจกับน้ำเสียงที่แหลมสูงของเธอจึงได้แนะนำให้มารับบทเป็น “อรวิลาศ” ในเรื่องปัญญาชนก้นครัว ซึ่งเธอแสดงเข้าคู่กับ ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี ที่รับบทเป็นแม่ของเธอได้เป็นอย่างดี จนมีคำพูดติดหูผู้ชมว่า “คุณลูกขา” 

- หลังแจ้งเกิดจากบทอรวิลาศ จอยมีผลงานละครตามมาอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ได้รับบทตัวร้ายอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น กระเช้ารัตน์ ในเรื่อง ตำรับรัก หรือ มนตรา ใน บัวแล้งน้ำ รวมถึงผลงานอย่าง ทายาทอสูร, พ่อปลาไหล แม่พังพอน, เมืองโพล้เพล้ และ พรพรหมอลเวง

- แม้คนดูจะคุ้นเคยกับเธอในฐานะนางร้าย แต่ด้วยหน้าตาที่สะสวยระดับนางเอกทำให้ผู้คนต่างยกให้ จอย จามจุรี เป็น “นางร้ายหน้าสวย” 

- ความสามารถของ จอย จามจุรี ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบทอิจฉาเท่านั้น เพราะยังเคยพลิกมารับบทผู้หญิงน่าสงสารในละคร เพลิงพ่าย ทางช่อง 9 อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ยังทำให้ชื่อของ จอย ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ในช่วงปี พ.ศ. 2533 สะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้ภาพจำของ “นางร้ายเสียงแหลม” เธอเป็นนักแสดงที่สามารถรับบทได้หลากหลายกว่าที่หลายคนคุ้นเคย

- จอย มีผลงานทางละครตามมาอีกพักใหญ่ จนกระทั่งแต่งงานและตั้งท้อง ทำให้เธอตัดสินใจลดบทบาทในวงการบันเทิงลง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการเป็นคุณแม่ลูกสอง ทำให้แฟนละครไม่ได้เห็นเธอบนหน้าจออย่างต่อเนื่องเหมือนในอดีต 

- ปัจจุบัน “จอย จามจุรี เชิดโฉม” ประกอบธุรกิจส่วนตัวและรับงานบ้างในบางคราวโดยเฉพาะงานการกุศล กระทั่งปี 2553 เธอได้กลับมาแสดงละครอีกครั้ง โดยเป็นนักแสดงรับเชิญในละครเรื่อง นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ของค่ายพอดีคำ ออกอากาศทางช่อง 7 และต่อมาในปี 2567 เธอได้กลับมาแสดงละครอีกครั้งในละครเรื่อง มนต์รักแม่กลอง ทางช่องวัน 31.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม