จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่หลายจังหวัด รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้เริ่มมีน้ำท่วมหลายจุด ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ด้านนักแสดงสาว กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ก็รีบนำรถมาจอดรถบนตึกสูงเพื่อป้องกันความเสี่ยง เนื่องจากบ้านย่านอารีย์ถนนในซอยค่อนข้างต่ำ และ ถ.พหลโยธิน น้ำท่วมแล้ว
ล่าสุด กิ๊ก มยุริญ เปิดใจกับไทยรัฐบันเทิงถึงเรื่องนี้ พร้อมทั้งฝากถึงประชาชนว่าอย่าประมาท อีกทั้งยังบอกว่า อาจารย์ที่ ม.เกษตรศาสตร์ บอกว่า ต่อไปนี้วิกฤตของโลกภัยธรรมชาติต่างๆ จะมาแบบประเมินไม่ได้เลย แล้วจะมาอย่างรวดเร็ว บางทีไม่มีสัญญานเตือน ดังนั้นต้องป้องกันให้ชีวิตและทรัพย์สินเสียหายน้อยที่สุด
เป็นผู้ประสบภัยเหรอ กำลังขับรถมาจอด?
“กำลังเอารถมาจอดบนตึกสูงค่ะ ตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ บ้านพี่กิ๊กอยู่แถวอารีย์ค่ะ"
คือมันจะท่วม เลยต้องเอามาไว้ตรงนี้?
“คืออย่างนี้ค่ะ พี่ไม่ค่อยมั่นใจ เพราะว่าถนนในซอยมันค่อนข้างต่ำ ตอนนี้ตรงพหลโยธินมันก็ท่วมแล้วค่ะ ตรงไหนที่เป็นถนนที่มันลาดต่ำกว่า ตอนนี้คือมันก็ท่วมถึงระดับเกือบถึงฟุตบาทแล้ว แล้วพี่ไม่แน่ใจว่าถ้าเขาเติมน้ำแบบนี้มาอีกสักวันนึงหรือคืนนึง สถานการณ์ภายในซอยมันจะเป็นยังไง คือพี่แค่รู้สึกว่าถ้าตอนนี้เรายังเอารถออกมาได้ แล้วก็ยังมีที่สูงที่จอดได้เนี่ย อย่างน้อยเราก็เซฟความปลอดภัยตัวเอง เราจ่ายเงินค่าจอดรถวันนึง 300-400 ก็ยังน่าจะคุ้มค่ากว่าถ้ามันท่วมรถ ถูกไหมคะ
แต่ว่าคือพี่อยากจะใช้ประเด็นประมาณว่า เราต้องมีสติอยู่บนความไม่ประมาท เพราะตอนนี้สถานการณ์โลกมันบอกไม่ได้ว่าฝนมันจะตกถึงเมื่อไหร่ โอเคมันมีการคาดการณ์แล้วว่าอาจจะอีก 1 วัน 2 วัน แต่พี่ว่าเพื่อความไม่ประมาทในชีวิตและทรัพย์สิน เราก็อะไรที่เราดูแล ปกป้อง ป้องกันได้ เราก็ทำไว้ก่อนดีกว่าค่ะ”
ก็คือเชื่อตามที่เขาแจ้งมา ก็คือเอารถมาจอดตรงนี้ 1 คัน?
“ใช่ค่ะ ก็จริงๆ เดี๋ยวพี่กิ๊กจะคุยกับคุณแม่อีกที เพราะว่าที่คอนโดคุณแม่เนี่ย คือทางนิติบุคคลเขาน่ารักมาก เขาเตรียมปั๊มน้ำสำหรับปั๊มถ้าเกิดว่ามันท่วมเข้ามาในคอนโด คือเขาเตรียมไว้หมดแล้ว เตรียมผ้ายางสำหรับปิดป้องกันเหมือนกับคราวที่แล้วที่มีการท่วม แล้วมีคนเขาสามารถดูแลโรงแรมแบบนี้แล้วไม่ท่วมยังไง ทางคอนโดของคุณแม่เขาเตรียมไว้แล้วค่ะ แต่ว่าในส่วนของพี่กิ๊กเอง พี่กิ๊กยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ เนื่องจากว่าซอยของพี่กิ๊กมันอาจจะสูงกว่าคุณแม่ แต่ว่าก็เพื่อความไม่ประมาท เราก็อาจจะป้องกันเอาไว้ จะได้สบายใจกว่า เพราะว่าถ้าน้ำมันเติมมามากกว่านี้เยอะๆ อะค่ะ จะกลายเป็นพี่ว่ามันมีความเสี่ยงสูง เราลดความเสี่ยง แล้วก็สบายใจดีกว่า”
เห็นช่วงเช้าพี่กิ๊กออกไปจับจ่ายใช้สอย ไปซื้อของแล้ว ไปตุนของเหรอ?
“คืออย่างนี้ค่ะ ตื่นเช้าขึ้นมาเนี่ย บังเอิญเมื่อเช้าพี่มีบรรยายธรรมที่ยุวพุทธใช่ไหมคะ พี่ก็บอกกับทางยุวพุทธไปว่า เช้านี้พี่จะไปได้หรือเปล่า คือคุยกันตั้งแต่มือคืน แล้วเมื่อคืนจริงๆ วันนี้มีงาน พี่ก็แคนเซิลช่างแต่งหน้าหมดเลย เพราะพี่แค่รู้สึกว่าด้วยสถานการณ์มันน่าจะไปต่อยาก ก็เลยป้องกันด้วยการบอกทุกคนว่า อาจจะแคนเซิล แล้วก็พรุ่งนี้ถ้าเกิดยังไงเราอาจจะไม่ต้องมีนัดกัน อย่างเมื่อเช้าคนรถพี่อะค่ะ เขาขับรถมา พี่ก็ถามว่าเป็นยังไงบ้าง เขาบอกระหว่างทางนะคุณกิ๊ก ท่วมมาตลอดทางเลย พี่บอก ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรายกเลิกหมดเลย พี่ก็ตัดสินใจแคนเซิลเลยค่ะ ตั้งแต่ก่อนงานยกเลิก พี่ก็ยกเลิกทุกคนก่อนแล้ว เพราะพี่แค่รู้สึกว่าดูจากสถานการณ์แล้ว มันลำบากมากๆ เลยวันนี้ แล้วก็ฝนยังไม่หยุดเลยตั้งแต่เมื่อคืน”
คนแห่ตุนของ ตอนนี้บ้านพี่กิ๊กเป็นยังไงบ้าง มีของพร้อมไหม?
“เมื่อเช้าพี่ตื่นเช้า ตื่นมาตั้งแต่ 6 โมงครึ่งใช่ไหมคะ แล้วพี่ก็มาเช็กข่าว แล้วพี่ก็เห็นฝน เอาละ แล้วพี่ก็เลยแบบ ทำยังไงดี พี่ต้องไปซื้อของให้คุณแม่ด้วยเนอะ ตัวเองก็ไม่ได้มีข้าวมีของ คือคิดถึง Worst Case เลยนะ ถ้าไฟไม่มี น้ำเรามีไหม ถ้าไฟไม่มี น้ำพี่มี พี่มีน้ำดื่มที่พี่ดื่มประจำ พี่มีเยอะมาก น้ำดื่มโอเค อาหาร พี่ก็ยังพอมีในตู้เย็น แต่อาหารแห้งเกิดไฟดับ พี่ไม่มี เพราะฉะนั้นเมื่อเช้าพี่ก็เลยกุลีกุจอรีบไปเซเว่นแต่เช้าเลยค่ะ ก็เซเว่นนั่นแหละ คือภาพที่เห็นว่าพี่โพสต์อะ คือซอยบ้านพี่ปกติไม่เคยท่วม แต่ว่ามันเติมฝนทั้งคืน มันก็ท่วมแล้วไงคะเมื่อเช้า”
ก็เลยเป็นภาพตรงนั้นว่าคนก็แห่ไปซื้อของเก็บไว้นะ พี่กิ๊กยังต้องเก็บเอาไว้ เพราะว่าเราก็เผื่อเหลือเผื่อขาด?
“พี่ซื้อเฉพาะของจำเป็นที่เป็นของแห้งที่ถ้าไฟไม่มี ตู้เย็นใช้ไม่ได้ พี่ก็ยังพอจะแบบมีอะไรประทังชีวิตไปได้บ้าง คืออย่างน้อยพี่มั่นใจว่ามันไม่กี่วันอะค่ะ ไม่ได้ซื้อเยอะ ซื้อแค่พอแบบ 2-3 วันแค่นั้นเอง นิดหน่อย
ตอนนี้เหตุการณ์โลกมันเชื่ออะไรไม่ได้ บางทีก็ข่าวเพจหลัก เชื่อไม่ได้ ถกเถียงไปหมด?
“พี่กิ๊กอยากจะเรียนทุกท่านอย่างนี้นะคะว่า ตอนนี้สิ่งที่พวกเราต้องยอมรับคือโลกมันเดือด ก่อนหน้านี้พี่เชิญอาจารย์ที่ ม.เกษตรฯ ขึ้นไลฟ์เกี่ยวกับเรื่องภาวะโลกร้อน โลกเดือด มาประมาณ 3 ครั้ง แล้วครั้งสุดท้ายอาจารย์บอกกับพี่ว่า คุณกิ๊กคะ ตอนนี้มันวิกฤตนะ มันไม่ใช่แค่โลกร้อน โลกมันเดือดแล้ว ตอนนี้เราต้องรู้วิธีการเอาตัวรอดจากภาวะโลกเดือด
อาจารย์พูดกับพี่กิ๊กตั้งนานแล้วค่ะ บอกว่า คุณกิ๊กคะ ต่อไปนี้ วิกฤตของโลก ภัยธรรมชาติต่างๆ จะมาแบบประเมินไม่ได้เลย แล้วก็จะมาอย่างรวดเร็ว บางทีไม่มีสัญญานเตือนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามาคุยกันเรื่องวิธีการเอาตัวรอดดีกว่า ดังนั้นสิ่งที่อาจารย์ให้ความรู้พี่กิ๊กไว้ มันก็เตือนพี่กิ๊กเสมอว่า ต่อไปนี้เวลามีอะไรเราต้องคิดถึง Worst Case ไว้ก่อน ว่าถ้ามันแย่ที่สุด เราจะป้องกันให้ชีวิตและทรัพย์สินของเรามันเดือดร้อนน้อยที่สุดยังไงค่ะ”
อันนี้เป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มาประกอบกับทางที่พี่กิ๊กถนัดก็คือการให้สติ การใช้ศาสนาพุทธในการประครองชีวิตกันไป?
“ใช่ๆ ค่ะ”
ชาวบ้านจะบอกว่าสวดมนต์มันไม่ไหวแล้ว ตอนนี้มันต้องใครมาช่วยไหม?
“เมื่อเช้าที่พี่เขียน จะเห็นพี่เขียนในโพสต์ พี่จะบอกว่าคนที่ยังสามารถอยู่บ้านได้ คือพี่อยากจะบอกว่าสำหรับคนที่เขายังไม่ได้มีปัญหาในชีวิต อย่างเช่นพี่ อย่างคุณแม่ อย่างเงี้ย แต่ตั้งแต่เช้าพี่ก็ยังไม่ได้หยุดเลยนะ เพราะพี่กำลังหาที่จอดรถอยู่ พี่ก็ยังไม่ได้อยู่บ้านเหมือนกัน แต่ว่าพี่ตั้งใจว่าเดี๋ยวพี่เคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย พี่ก็จะกลับไปเจริญภาวนาของพี่ เพราะว่าโดยหลักที่พี่เรียนมาคือ เราเข้าใจว่าทุกวิกฤตมันแก้ได้ แก้ด้วยคือ โอเค เราเพียรทางโลกด้วย แต่เรื่องพลังงานที่เรามองไม่เห็น หรือแม้แต่เทวดาที่เขาปกป้องอารักษ์ต่างๆ เขาก็มีอยู่จริง
เพราะฉะนั้นในมุมของพี่ พี่คิดว่าเราทำทุกอย่าง ขวนขวายทางโลกเราก็ทำ กำลังบุญหรือสิ่งที่เรามองไม่เห็นเราก็ทำหมด เพราะฉะนั้นพี่ก็จะเชิญชวนคนที่บ้านเขาน้ำยังไม่ท่วม เขายังมีเวลา มีความสบายใจพอในการเจริญศีล สมาธิ ปัญญา พี่ก็อยากเชิญชวนคนที่ยังมีกำลังใจที่จะทำได้ เชิญชวนมาช่วยกันค่ะ แต่สำหรับใครที่ต้องลำบากเดือดร้อนก็ไม่มีปัญหาเลย เราช่วยอะไรกันได้ เราช่วยเท่าที่เราทำได้เต็มกำลังความสามารถ ทั้งทางกาย ทางใจ ช่วยเหลือกันหมดเลยค่ะ”
ข้อมูลทางกรมอุตุนิยมวิทยา เขาบอกว่าพรุ่งนี้เที่ยง มันก็น่าจะหยุด มันก็น่าจะดีขึ้น?
“คืออย่างนี้ค่ะ ตอนนี้พี่เข้าใจว่ามันเป็นวิกฤต เป็นอุทกภัยที่คนกรุงเทพฯ เรายังไม่เคยเจอ พี่ก็ไม่เคยเจอแบบนี้ แต่พี่เจอน้ำท่วมปี 54 มาแล้วไง พี่มีภูมิคุ้มกันใจในระดับหนึ่งว่า มันเคยท่วมจริงๆ พี่เคยเป็นผู้ประสบภัยมาแล้ว แล้วพี่ต้องหนี หนีจากน้ำท่วมมาเป็นยังไง พอมาเจอคราวนี้พี่รู้สึกว่า เรามีประสบการณ์แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะเป็นผู้ไม่ประมาท แล้วเราจะสูญเสียน้อยที่สุด แต่ที่สำคัญที่สุด เสียอะไรก็เสียนะคะ แต่อยากให้ทุกคนมีกำลังใจนะคะ แล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน ช่วยกันทุกทางทั้งทางกาย ทางใจค่ะ”
รวมไปถึงคนที่อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ที่ตอนนี้น้ำท่วมด้วย ขอให้มันผ่านพ้น แล้วก็หน่วยงานรัฐก็มาช่วยให้ทันท่วงที?
“ใช่ค่ะ บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายนะคะ ใครที่อยู่ในโซนที่ไม่ได้เดือดร้อน ก็อยากจะให้... คือช่วยทางวัตถุสิ่งของอันนี้เราช่วยกันอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องของกำลังใจ กำลังบุญ ศีล สมาธิ ปัญญา ทาน ศีล ภาวนา ใครที่สามารถทำได้ก็ทำ แล้วก็แผ่ให้ประเทศของเราเยอะๆ นะคะ ให้เราผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะคะ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม