เป็นโมเมนต์ประทับใจที่ถูกพูดถึงทั่วโซเชียล สำหรับนักร้องหนุ่ม “เจมส์ เรืองศักดิ์” ที่ได้มาร่วมรายการ ร้องข้ามกำแพง แล้วเจอนักร้องหลังกำแพงเป็นอดีตคนรักอย่าง “เอ๊ะ ศศิกานต์” ที่หายหน้าจากวงการไปนาน และไม่ได้พบกันเลยมากว่า 15 ปี จนทำเอาเจ้าตัวและแฟนคลับตกใจกันทั้งประเทศ

ล่าสุด เจมส์ เรืองศักดิ์ พร้อมด้วยภรรยาสาว “ครูก้อย นัชชา” ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์สุดไวรัล ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีการเซ็ตฉากหรือเตี๊ยมล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้น 

ด้าน ครูก้อย สยบข่าวลือความกังวลเรื่องปัญหาหลังบ้านว่า ที่โพสต์ร่ายยาวไม่ได้มีปัญหาทะเลาะกัน แต่ต้องการยืนยันว่ารายการทำถึงจริงๆ พร้อมยอมรับฟินจนเกือบร้องไห้

เจมส์ “วันนั้นคือตื่นเต้นมาก เขาเรียกว่าจึ้งใช่ไหม(หัวเราะ) จึ้งเพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดไม่คาดฝันเลย ผมมีโอกาสไปอ่านคอมเมนต์บอกว่า เจมส์รู้แล้วบ้าง, เกรงใจภรรยา ไม่กล้าพูดบ้าง หรือตอนจับมือก็รู้แล้วอะไรอย่างนี้

จริงๆ ประกาศตรงนี้เลยว่าไม่รู้โดยสิ้นเชิงเลย แล้วเพลงเนี่ยผมเป็นคนเลือกเองด้วย ไม่ใช่ว่ารายการเลือก ทุกอย่างดูเหมือนเป็นการจัดวางว่าต้องเป็นซีนยังไง เหมือนเซ็ตแต่ไม่มีครับ ผมเป็นคนเลือกเพลงนี้เพราะชอบ Tilly Birds แล้วก็อยากร้องเพลงนี้มานานแล้ว แล้วเป็นเหตุการณ์ที่แปลกมาก ครูก้อยเนี่ยร้อยวันพันปีไม่เคยไปดูผมถ่ายรายการ แล้วเพิ่งคลอดน้อง 3 เดือน แต่วันนั้นอยากไปดูร้องข้ามกำแพง เขาก็ไปจังหวะนั้นพอดี

มันเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นการเซ็ตกันหมด จริงๆ ไม่รู้เลยครับ ไม่ทราบเลย แล้วตอนที่ออกรายการนักร้องหลังกำแพงร้องมาประโยคแรกก็ปลอมเสียงเป็นผู้ชายอีก เราก็เข้าใจว่าเป็นผู้ชายมาตลอด แล้ว 4 คนที่อยู่ข้างหน้าเวทีก็หลอกเราอีกว่าเป็นเสก โลโซบ้าง เป็นนั่นเป็นนี่บ้าง สิ่งที่ผมคิดมี 2 ท่านเท่านั้นคือพี่เจี๊ยบ พิสุทธิ์กับพี่เสก โลโซ มั่นใจว่าเป็นผู้ชายแน่นอน”

ครูก้อย “ขอถามนิดนึงได้ไหมอันนี้ส่วนตัวเลยอยากรู้ แล้วตอนที่ได้จับมือนักร้องหลังกำแพงจะเป็น เสก โลโซ ไปได้ยังไง”

เจมส์ “ไม่รู้ไง คิดว่ามีการหลอกซ้อนหลอก ตอนให้จับมืออาจจะเอามือของผู้หญิงสลับมาให้จับหรือเปล่า ตอนแตะก็รู้สึกว่ามือนิ่มๆ แต่ก็เป็นไปได้อีกว่าคนเล่นกีตาร์เขาไม่ได้จับจอบจับเสียมก็อาจจะมือนิ่มได้ไง เราก็ไม่รู้ไม่เคยจับมือพี่เสก โลโซด้วย“

หลายคนกังวลว่าจะมีปัญหากันหลังบ้านไหม จนครูก้อยต้องออกมาโพสต์ร่ายยาว?

ครูก้อย “ที่โพสต์ไม่ได้มาโพสต์เรื่องว่าจะมีปัญหาหรือเปล่า แต่แค่อยากให้รู้ว่ารายการไม่ได้เตี๊ยมจริงๆ เพราะตัวก้อยก็ไม่รู้เลย ถ้าก้อยรู้ก็คงไม่ไปสภาพนั้น แล้วเป็นคุณแม่ไปเปลี่ยนที่ปั๊มนม แล้วเราก็ช็อกเองจริงๆ ก็เลยเหมือนกับชมรายการไปว่าเออ! เขาก็ทำถึงจริงๆ“

ไม่ได้เจอกันมา 15 ปีเลย?

เจมส์ “น่าจะประมาณนั้นแหละครับ คงเหลือเป็นมิตรภาพที่ดีต่อกัน คือจริงๆ แล้วเราก็ได้ติดตามเหมือนกับประชาชนทั่วไปที่ติดตามความเคลื่อนไหวของดารา เราก็ได้เห็นชีวิตครอบครัวที่ดีของคุณเอ๊ะ แล้วเราก็รู้สึกดีใจไปกับเขาด้วย เพราะเราเองก็มีชีวิตครอบครัวที่ดี มีความสุข ฉะนั้นมันเป็นมิตรภาพที่สวยงามเนอะ“

ครูก้อย “แฟนๆ ฟินเลยอ่ะ วันนั้นก้อยฟินเหมือนจะร้องไห้ เราตกใจก่อนเพราะว่าได้เห็นนักร้องหลังกำแพงก่อนเขา สมองว่างเปล่าไป 3 วินาที คือไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นพี่เอ๊ะ เพลงก็บิลด์ พี่เจมส์ก็บิลด์ คราวนี้มันก็ซึ้ง เพราะเราก็เป็นเอฟซีคู่เขาตอนสมัยก่อนใช่ไหม เราก็เชียร์ให้เขาลงเอยกัน พอบิลด์ไปสักพักนึงเราก็แบบ…แล้วเดี๋ยวพอเปิดมาพี่เจมส์จะยังไงอ่ะ แล้วเรานั่งอยู่ตรงนี้เขาจะกังวลไหม ตอนเปิดกำแพงมาพี่เจมส์ก็หน้าเหวอ แต่ไม่ได้เหวอเพราะเกรงใจก้อยหรอก คิดว่าเขาอาจจะช็อกมากกว่าที่ไม่ได้เจอกันนาน“

เจมส์ “จริงๆ มันก็หลายความรู้สึก มันเป็นความคิดในช่วงวินาทีเดียวว่า เราจะต้องแสดงออกยังไง ภรรยาก็นั่งอยู่ตรงนี้ แต่อย่างที่บอกว่ามันเป็นความทรงจำและความรู้สึกที่ดี เป็นมิตรภาพ ณ ปัจจุบันที่เรามีให้ต่อกัน”

หลังถ่ายรายการเสร็จ ได้คุยอะไรกันบ้างไหม?

ครูก้อย “หลังถ่ายรายการเสร็จก็วิ่งไปหาพี่เอ๊ะเลย ไปถ่ายรูป แล้วก็ไปทักทายว่าอยู่อเมริกา กลับมาตอนไหนยังไง เขาก็เล่าให้ฟังว่าเขาไปเที่ยวสมุยมา ทีมงานโทรมาแค่ 3 วันเอง เขาก็เลยมาเซอร์ไพรส์พี่เจมส์หน่อย”

เจมส์ “ผมก็ได้พูดคุยครับ ถามถึงครอบครัว คำถามคล้ายๆ กันว่าปัจจุบันเป็นยังไงบ้าง มาเที่ยวพอดีเหรอ ไปเที่ยวไหนมา ลูกกี่คนแล้ว ได้เป็นประโยคสั้นๆ ที่ได้คุยกัน แต่ก็ดีใจไปกับคุณเอ๊ะด้วย ผมสังเกตว่ามีแฟนๆ คิดถึงเขาเยอะเหมือนกัน ในเรื่องของเพลงหรือการแสดงก็ถูกพูดถึง ถูกกลับมารีมายด์ ผมเชื่อว่าเขาน่าจะมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ และกำลังใจจากแฟนๆ หลังจากที่เขาหายไปจากวงการนานเป็น 10 ปี แฟนๆ ก็ยังคงคิดถึง แล้วก็ใจฟูเลยแหละกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

คาดคิดไหมว่าพอรายการออนแอร์ไปแล้วจะเป็นไวรัล คนพูดถึงเยอะขนาดนี้?

เจมส์ “ไวรัลจริงๆ จากเหตุการณ์นี้พอผมไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึงแต่เรื่องนี้ แล้วเชื่อไหมว่าในรอบ 10 กว่าปีนี้ไม่เคยมีงานพรีเซ็นเตอร์เลย มามีเพราะเหตุการณ์นี้ มีแบรนด์สินค้าติดต่อพรีเซนเตอร์ประมาณ 3 แบรนด์ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นผลพลอยได้ อาจจะประกอบกับตอนนี้เราเริ่มผอมลงด้วย เริ่มดูแลสุขภาพ ตอนนี้น้ำหนักลงไป 18 กิโลกรัมแล้วในเวลาประมาณ 2 เดือน เลยทำให้หลายอย่างประจวบเหมาะกันพอดี”.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม