ที่แรก “อี๊ด โปงลางสะออน” ขอควงภรรยาสาวสุดสวย “น้ำ จริยา” พร้อม “น้องนาวา” อวดโมเมนต์ความน่ารักของครอบครัว พร้อมเปิดเส้นทางรัก 14 ปี จากวันที่แม่ยายไม่ปลื้มสู่ชีวิตคู่สุดแฮปปี้ในวันนี้ เผยวีกรรมความเจ้าชู้ในอดีตที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา จนเกือบทำให้ชีวิตคู่ต้องจบลง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31
เป็นการเปิดตัวครั้งแรก ไม่เคยพาภรรยาไปเปิดตัวรายการไหนเลย ทำไมไม่พาภรรยาออกรายการไหนเลย?
อี๊ด : ก็แล้วแต่โอกาส เราไม่ได้ปกปิดอะไร เป็นเรื่องปกติแหละ อาจไม่ค่อยมีรายการติดต่อมา เราก็ทำงานเยอะ แต่อยากให้เป็นอีกพื้นที่นึงสำหรับพวกเขา ถึงเวลาค่อยพาออกไป ไม่ได้กลัวว่าเรามีภรรยาแล้วนะ
พาลูกมาด้วย น้องกี่ขวบแล้ว?
นาวา : 6 ขวบครับ
อยู่ดีๆ ตกปากรับคำเฉยเลย ว่าพาครอบครัวมาด้วย?
อี๊ด : ถึงเวลาเราพูดคุยกับทุกคนได้ทุกเรื่องครับ
พัฒนาการลูกเป็นยังไง?
อี๊ด : ตอนเด็กๆ เวลาผมไปเล่นดนตรี จะพาเขาไปด้วย ตามวัย แรกๆ เขาเล่นตีโปงลาง เป่าแคน แต่พอโตขึ้นเริ่มไปทางอื่น ไปทางดนตรี ฟุตบอล กีฬา พาเขาไปลองหลายๆ อย่าง ตอนนี้เขาตีกลองอยู่ ชอบอะไรครับ
นาวา : ฟุตบอล ชอบเพราะวิ่งเร็ว เตะบอลเก่งด้วย
อี๊ด : ว่ายน้ำก็ชอบครับ
ทำไมให้ลูกทำกิจกรรมแน่น?
น้ำ : จริงๆ เป็นสิ่งที่เขาอยากทำค่ะ เขาอยากไปเรียนเตะบอล เรียนว่ายน้ำ เรียนตีกลองก็เริ่มจากเรียนเปียโนก่อน แต่เรียนไปแล้วเขาบอกว่าอยากเรียนตีกลองมากกว่าก็เลยตีกลอง
การเรียนเน้นเลยว่าต้องได้ภาษา?
น้ำ : ใช่ค่ะ
ได้กี่ภาษา?
อี๊ด : ตอนแรกจ้างครูมาสอนภาษาอีสาน ผมไม่ถนัดไง (หัวเราะ) เราไม่ใช่คนแถวนั้น เราเป็นคนในนั้น (หัวเราะ) ที่โรงเรียนก็เป็นโรงเรียนกึ่งนานาชาติ เขาพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้วแต่กลับมาอยากให้ฟังได้ง่าย ก็เลยให้เรียนเพิ่มทุกวันตอนเย็น
นอกจากภาษาอังกฤษได้อะไรอีก?
อี๊ด : รัสเซีย ฝรั่งเศส ยังไม่ได้ฝึก (หัวเราะ) คิดไว้ในอนาคต
นิสัยถอดพ่อมาเป๊ะๆ เรื่องอะไรบ้าง?
น้ำ : เรื่องการต่อรอง เจรจา เขาต่อรองทุกอย่างค่ะกับแม่ ให้ทานข้าวจะขอเวลา 10 นาที ต่อรองทุกอย่าง
เรื่องร้องเรื่องเต้นเรื่องแสดง มีแววมั้ย?
อี๊ด : มีบ้าง เขาชอบฝึกเองในทีวี เราไม่ได้ฝึกไปเรียนเต้นหรอก เขาจะร้องเพลงคุณพ่อเอง เต้นหน้าทีวี เต้นไมเคิล แจ็คสัน เก่งมากนะ พอโตขึ้นเขาก็เป็นอีกแบบนึง เขินขึ้นตามประสา
ตามใจลูกมั้ย?
อี๊ด : ผมตามใจ มีเหตุมีผลในการที่จะให้นะ แต่ก็ตามใจ เขาไม่ค่อยดื้อไม่ค่อยซนเท่าไหร่ ไม่ค่อยตีว่าดุ จะบอกอธิบายเหตุผลไป
คนดุคือแม่?
น้ำ : ใช่ค่ะ บางทีก็ดุลามไปถึงพ่อด้วย เหมือนเป็นการให้ท้าย จริงๆ ไม่ได้ดุใช้คำแรงๆ เหมือนเสียงแข็งนิดนึง เขาจะน้ำตาคลอแล้ว เขาจะรู้โทนเราอยู่ว่าถ้าโทนนี้แม่จริงจังแล้ว
ที่บ้านตั้งกฎอะไรไว้บ้าง?
น้ำ : การกินการนอน แล้วก็เรื่องเวลาเขาอยากได้ของอยากได้อะไร พ่อมาบรีฟเราก่อนว่าอย่าตามใจ พอเราตั้งกฎปุ๊บคนนั้นให้ ก็เป็นประมาณนี้ เขาจะไปอ้อนกันแล้วนี่ก็สปอย
มีไปห้างแล้วอยากได้ของมั้ย?
น้ำ : มีค่ะ แต่ไม่ถึงขนาดลงไปดิ้น
อี๊ด : แต่ถ้าเราไม่ให้ เราจะบอกเหตุผลว่าอันนี้อายุนาวายังไม่ได้นะ เพราะแบบนี้ๆ เขาก็จะไม่เอา
พ่อกับแม่ใครดุกว่ากัน?
นาวา : แม่
ใครตามใจกว่ากัน?
นาวา : ป่ะป๊าครับ
แม่ดุยังไง?
นาวา : เสียงดังครับ กลัวครับ
อี๊ด : นาวาดื้อมั้ย (นิ่งไม่ตอบ) ไปพักผ่อนก่อนลูก (หัวเราะ)
เวลาโดนดุที ร้องไห้เลยเหมือนกัน?
น้ำ : น้ำตามาแล้ว สุดท้ายเขาถามว่าแม่โกรธเหรอ ทำไมแม่ต้องโกรธ เราก็อ่อนค่ะ
เวลาพี่น้ำดุ พี่อี๊ดก็มีหวั่นไหว?
อี๊ด : ดุไม่ใช่ด่า เรามีประสบการณ์เยอะสมัยก่อนที่เราอยู่บ้านนอก ไม่ยากให้เขาจำความรุนแรงนั้น แต่น้ำก็ไม่ได้ทำแบบนั้นนะ แม่เขาจะพูดว่าแม่บอกแล้วใช่มั้ย นาวาก็จะรู้แล้วว่าเราอารมณ์ไหน
แม่ดุกับพ่อมั้ย?
อี๊ด : ก็เป็นเหมือนกับลูกนั่นแหละ จะรู้เลย แต่ไม่เคยใช้คำรุนแรงกันเวลาคุย ก็จะเงียบๆ แล้วมาคุยวันหลัง ส่วนมากผมเป็นคนอธิบายให้เขาฟังว่าแบบนี้ไม่ได้นะ
นาวาเคยเห็นคุณแม่ดุคุณพ่อมั้ย?
นาวา : ไม่ครับ
คุณพ่อคุณแม่หวานกันบ่อยมั้ย คุณพ่อหอมคุณแม่มั้ย?
นาวา : ไม่ครับ
จากแฟนคลับ มาสู่แฟนครับได้ยังไง?
น้ำ : เริ่มจากเป็นแฟนคลับทั่วไปธรรมดา เจอแล้วถ่ายรูปปกติ ตอนนั้นทำงานเกี่ยวกับท่องเที่ยว ก็เลยรู้ว่าพี่อี๊ดทำงานอยู่โรงเบียร์รังสิต เลยเข้าไปขอคอนแทค อยากให้มาทำงานร่วมกัน จุดเริ่มต้นเริ่มจากตรงนั้น เราก็ชอบศิลปินทั่วไปปกติค่ะ
อี๊ด : ช่วงนั้นโสดพอดี แยกย้ายกัน ผมก็กลับไปเล่นที่โรงเบียร์รังสิต เขาเหมือนให้คนส่งกระดาษขึ้นมาบนเวทีว่าอยากติดต่องานไปเล่น เพราะเขาทำทัวร์อยู่ เราบอกให้เลิกงานก่อน หลังจากนั้นก็มานั่งกินข้าวร้านก๋วยเตี๋ยวกัน ได้เบอร์กัน ตอนแรกก็หวังนั่นแหละ หวังอยากพูดคุยแหละ พอได้เบอร์ก็คุยกันมาตลอด
ใครจีบใคร?
อี๊ด : ช่วงนั้นผมยังไม่จีบใครเพราะว่าเพิ่งโสดด้วย แล้วแยกย้ายวงด้วย ไปไหนไปคนเดียว ไม่ได้คิดจะจีบอะไร
คุยอยู่กี่คนช่วงนั้น?
อี๊ด : ไม่ได้คุยจริงจัง คุยประสาทั่วไป
ยอมให้จีบง่ายๆ มั้ย?
น้ำ : เขาไม่ได้ออกตัวว่าจีบจริงจัง แต่ชวนคุยเรื่อยเปื่อยค่ะ
เทคนิคเวลาคุยกัน เขาคุยยังไง?
น้ำ : คุยเรื่องงานปกตินี่แหละค่ะ
จับได้ยังไงพี่อี๊ดเจ้าชู้?
น้ำ : ช่วงแรกจับได้ว่ามีบ้างที่โกหก
อี๊ด : มีด้วยเหรอ ตอนไหน
น้ำ : ช่วงแรกๆ ที่คบกันใหม่ๆ โกหกว่าไม่มีคนอื่น
อี๊ด : ไม่ได้โกหกหรอก ตอนนั้นยังไม่ได้มีแฟนไง อาจจีบคนอื่นด้วย ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ก็มีคุยบ้าง
ทำไมเป็นคนนี้?
อี๊ด : ไม่รู้ยังไง กลายเป็นว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีช่วงนึงเหมือนจะไม่ได้ไปกันต่อ แต่ก็กลับมาต่อกันได้อีก อาจเป็นช่วงที่คุณลาล่า ลูลู่ แยกย้าย วงก็แยกย้ายกัน ไปไหนมาไหนคนเดียว ก็มีเขานี่แหละไปไหนมาไหนด้วยช่วงนั้น เลยเป็นความผูกพันมาเรื่อยๆ
ทำไมคนนี้ต้องเป็นแม่ของลูกเรา?
อี๊ด : ผมเป็นคนตัดสินใจไว ทำอะไรตรงๆ เลย แต่เขามีเหตุผลให้เราพูดคุยก่อนได้
อะไรทำให้ตัดสินใจว่าแต่งกับพี่อี๊ด?
น้ำ : เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายค่ะ เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรสูง ไม่มีอะไรแย่ ไม่หวือหวา เสมอต้นเสมอปลาย ธรรมชาติของเขา เป็นบ้านๆ อารมณ์ดีมีบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นคนซีเรียสมากกว่า เป็นคนเครียดเรื่องงาน
ที่บ้านน้ำก็ซีเรียส เพราะเห็นเขาเป็นดารา?
น้ำ : เขากลัวโดนหลอก เขาจะจริงจังเหรอ ประมาณนั้นค่ะ ก็มีห้ามๆ ว่าเตรียมใจหน่อยนะ
อะไรทำให้ครอบครัวยอมรับพี่อี๊ดได้?
น้ำ : ก็ความเสมอต้นเสมอปลายของเขานี่แหละ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
กลัวมั้ยถ้าคบไปจะผิดหวัง?
น้ำ : ก็กลัว แต่มีอะไรก็คุยตรงๆ มากกว่า ไม่เก็บไว้ กังวลเรื่องไหนก็คุยกับเขาเลย
พี่อี๊ดพิสูจน์ตัวเองยังไง?
อี๊ด : ผมก็ไปหาแม่เขาเลย ผมว่าก็เป็นเรื่องปกตินะ ไปบอกว่าผมคบกับลูกสาวแม่นะครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะ อนาคตไม่รู้ แต่ตอนนี้เป็นแบบนี้ๆ แม่ก็บอกว่าแม่ไปอยู่ด้วยได้มั้ยล่ะ (หัวเราะ) คุณแม่เขาจะละเอียดมาก
กี่ปีแล้ว?
น้ำ : 14 ปี
เสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม?
อี๊ด : เราเรียบๆ ไม่ได้หวือหวา ผมชีวิตบ้านๆ อาจไม่ได้ซื้อของอะไรเยอะแยะ ใช้ชีวิตสบายๆ กลางๆ ไว้
ทะเลาะกันมั้ย?
อี๊ด : ก็มีงอนนั่นแหละ มีบางครั้งผมอาจโมโห ฟึดฟัด ก็จะขอโทษเขา อาจจะงอนง่าย ทางนี้เขาจะนิ่งๆ ให้เรางอนจนหายไปเอง ไม่มีขอโทษนะ ไม่มีหรอก
ใครหวานกว่ากัน?
อี๊ด : ก็ปกตินะ ผมก็จะเล่นๆ หยอกๆ ตามประสาแหละ ก็มีโรแมนติกบ้าง
นอกจากกุมหัวใจ เขากุมอะไรอีก?
อี๊ด : ผมให้เขาเป็นผู้จัดการให้ด้วย ติดต่องานด้วย อยากให้คนอยู่ใกล้ชิดเรานี่แหละทำงานด้วย แต่ก่อนรับละคร ไปคอนเสิร์ต บอกเขาว่าเวลาใครไปด้วยชอบเป็นห่วง ก็เลยบอกว่าพี่ไปคนเดียว เราไม่ต้องไป เขาก็เข้าใจ ตอนหลังให้เขาฝึกมาเรื่อยๆ
ตอนแรกไม่ได้อยากทำ?
น้ำ : ใช่ค่ะ เราเป็นคนตรงๆ คุยซิกแซกไม่ค่อยเป็น เขาก็ต้องสอนเยอะอยู่
อี๊ด : ไม่ได้ซิกแซกโกงนะ แต่บางครั้งเราจะมีวิธีพูดยังไง มีลูกล่อลูกชนยังไง
เอาภรรยามาดูแลคิวไม่กลัวทะเลาะกันเหรอ?
น้ำ : เรื่องหึงเป็นช่วงแรกๆ ค่ะ เขามีแฟนคลับกลุ่มคนอีสานเยอะ เราเป็นคนภาคกลาง เราไม่เข้าใจวัฒนธรรมคนอีสาน เวลาแฟนคลับเจอกันเขาจะวิ่งเข้าใส่
อี๊ด : เขาชื่นชมนั่นแหละ
น้ำ : ถึงเนื้อถึงตัว หอมแก้ม จับนั่นจับนี่ เราเป็นคนภาคกลางเราไม่เข้าใจว่าเฮ้ย มันต้องขนาดนี้กันเหรอ
อี๊ด : มีครั้งนึงไปป่าตอง ผมไม่ได้คิดอะไร พี่น้องก็เต็มเลย เรียกอุ้มผมเข้าไปข้างใน เขาหยอกนั่นแหละ นี่ก็งง สตั้น ไม่ถึง 3-4 วิ ก็เดินออกมา เขาก็นิ่งๆ ผมก็เดินต่อ สังเกตว่าตึงแน่ๆ เกิดอะไรขึ้น เราไม่รู้เราผิดอะไร งงๆ อยู่ ก็เลยต้องมาอธิบาย เขาบอกทำไมทำแบบนี้ เราก็ห๊ะ ทำอะไร เขาบอกทำไมไม่หนี ไม่ขัดขืน (หัวเราะ) ทำไมต้องปล่อยตัวอย่างนั้น ก็บอกว่าแฟนคลับพี่เป็นแบบนี้ เราไปไหนมาไหนถ้าเราคิดไม่ดีมันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า เราเป็นคนของประชาชน เขาก็เข้าใจ
ตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว?
น้ำ : ใช่ค่ะ สักระยะนึงแล้วค่ะ (หัวเราะ)
เหตุการณ์หึงศิลปิน?
น้ำ : ก็เหตุการณ์นี้แหละค่ะ
อี๊ด : หลังๆ ผมไปไหนมาไหน ถ้ามีคนมาขอถ่ายรูป เขาจะเดินหนีไปเลย ให้เต็มที่ไปเลย แต่เราก็อ้าว ทำไมไม่รอกันก่อน คนเป็นผู้จัดการต้องบอกว่าขอโทษนะคะ ต้องไปแล้วนะคะ นี่ไปแล้ว (หัวเราะ)
แฟนคลับเยอะมากจริงๆ?
อี๊ด : เราขี้เล่นไง
ทุกวันนี้ไม่มีเรื่องหึงหวง?
น้ำ : ไม่มี ไม่มีเลย
อี๊ด : ตามประสาผู้ชายวอกแวกได้ แต่ไม่มีไปทำอะไรนอกลู่นอกทาง ถ้าไปงานไกลๆ มันเหนื่อย ก็บอกน้ำว่าไม่เอานะ อยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า ไม่ได้รวยนะ งานก็อยากมี แต่อยากอยู่กับครอบครัว
กังวลเพราะมีลูกตอนอายุเยอะ?
อี๊ด : ผมก็น่าจะ 41
น้ำ : ก็ 37 ค่ะ
เลยวางแผนเรื่องความมั่นคง?
อี๊ด : ก็วางแผนทั้งแม่ทั้งลูกแหละ เผื่ออะไรเกิดขึ้นไม่รู้ข้างหน้า ก็วางเอาไว้แหละ เรื่องประกันชีวิต เรื่องอะไรต่างๆ แต่เรื่องพินัยกรรมยังไม่ได้เขียนนะ วางอนาคตต่อยอดธุรกิจต่างๆ ให้เขานั่นแหละ
น้ำห่วงเขามากในเรื่องทำงาน?
น้ำ : เขาเป็นคนซีเรียสค่ะ เครียด ช่วงทำหนังไมเกรนขึ้นหลายรอบ เข้าบ้านมาอาการร่อแร่ทุกวัน ก็ต้องบอกให้เขาผ่อนลงบ้าง บางอย่างเราไม่สามารถแก้ไขได้ทันทีก็ต้องปล่อยให้เวลามันทำงานบ้าง อย่าไปกังวล คิดแล้วคิดอีก
เคยจินตนาการภาพในอนาคตไว้มั้ย ว่าอยากเห็นลูกเราเป็นยังไง?
อี๊ด : ผมว่าเป็นนักธุรกิจที่เราวางเอาไว้ ส่วนนึงเขาก็ต้องทำเองด้วย อยากให้มาทางค้าขายมากกว่า ที่สำคัญเรื่องภาษาสมัยนี้สำคัญมาก อยากให้เขาเก่งเรื่องภาษา อย่างภาษาจีน ก็วางแผนไว้ตั้งแต่เด็กๆ แต่รัสเซียเอาไว้ก่อน เอาภาษาจีน อังกฤษก่อน
อยากมีน้องเพิ่มมั้ย?
นาวา : ไม่ครับ
อี๊ด : ผมอยากมีอยู่แล้ว แต่น้ำบอกว่าเขาเหนื่อย
น้ำ : ตอนนี้ 40 กว่าแล้วค่ะ คิดว่าพอแล้ว.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม