จากกรณีที่นักแสดงตลกหนุ่ม นาย เดอะคอมเมเดี้ยน ออกอาการเดือด หลังโรงลิเกคณะ เอรักแท้ ซึ่งเป็นลิเกรุ่นน้องคนสนิท ถูกไฟไหม้เผาในช่วงกลางดึก แต่โชคดีที่มีทีมงานตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวและเห็นเพลิงไหม้จึงช่วยกันดับไฟได้ทัน ก่อนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ล่าสุดไทยรัฐบันเทิงสอบถาม นาย เดอะคอมเมเดี้ยน ถึงประเด็นดังกล่าว

ข่าวใหญ่เห็นบอกว่าไฟไหม้ คนมาเผาโรงลิเก อันนี้คือเรื่องจริง?

“คือตอนนี้เอาจริงๆ มันก็ยังไม่ได้ฟันธงว่า มีคนมาเผาหรือเปล่า มันเป็นการคาดการณ์ของน้อง น้องเอ ก็คือหัวหน้าคณะนั่นแหละพี่ ว่าเป็นการคาดการณ์ว่า มันมีใครมาทำมาจุดหรือเปล่า เพราะว่า ณ ตรงนั้นน่ะพี่ มันไม่มีสายไฟ ถ้าเป็นไฟฟ้าลัดวงจร เค้าก็เลยบอก น้องก็เลยบอกว่า พี่นายถ้ามันไม่มีไฟฟ้าลัดวงจร ถ้ามันมีสายไฟอ่ะ มันก็ยัง เออ สายไฟเว้ย มันเกิดจากตรงนี้หรือเปล่า

ทีนี้ตรงนั้นมันไม่มีสายไฟ แล้วไฟอ่ะมันลุกมาจากหลังผ้าใบข้างหลัง อันนี้คือผมมาคุยกับน้องโดยตรงนะ ซึ่งเราไม่ได้แบบว่าเห็นเค้าลง แล้วผมจะมาพูดก่อน เห็นเค้าลง แล้วจะมาพูดเอง มันไม่ใช่ไง เราอ่ะคุยกับคนโดนแล้ว ว่ามันเกิดจากอะไรวะ แล้วมันไฟฟ้าลัดวงจรหรือเปล่า หรือมันเกิดจากอะไร เค้าบอกว่า มันไม่มีพี่ ตรงนั้นมันไม่มีสายไฟเลยสักเส้นเดียว ถ้ามันจะลัดวงจร มันต้องลัดบนโรงลิเกก่อน มันไม่ใช่มาจากข้างหลังผ้าใบ

มันจุดตรงนั้นเลย?

“อื้อ มันไม่น่าเกิดจากตรงนั้น มันเป็นการคาดการณ์ของเขานะ เท่านั้นเองพี่”

ตามข่าวตอนแรกเห็นบอกว่ามันเสียงดัง เค้าเลยมาจุดไล่เหรอ?

“คือผมถามเอว่า เราก็ถามน้องตรงๆ ว่า หนูมีปัญหากับคนพื้นที่หรือเปล่า หรือมีใครแบบไม่โอเคกับเราหรือเปล่า น้องก็บอกคนดูทั่วไปเค้าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะพี่ แต่ว่ามีบ้าง กับที่เค้ามาบอกว่า "เฮ้ย เสียงมันดังไปนะ เออ ช่วยแบบลดเสียงลงหน่อย" ซึ่งอย่างที่ผมบอก มันจะดังจะเบา มันลดกันได้ เครื่องเสียงมันปรับ มันปรับได้อยู่แล้ว มันลดได้อะไรได้ แล้วประเด็นสำคัญมันคือว่า อีก 3 วันสุดท้ายอ่ะ น้องมันจะย้ายแล้ว บอก พี่นาย ผมประกาศไปแล้วว่าผมอ่ะ วันที่ 20 เนี่ยผมย้ายแล้วนะพี่ ผมไม่อยู่แล้ว อีกแค่ 3 วันเอง แล้วมันทำแบบนี้ทำไม”

คือบอกกันก็ได้?

“ใช่ ก็ผมก็บอกว่าผมจะไปแล้วไง เออ ซึ่ง มันก็มีหลายๆ เหตุการณ์ ซึ่งมันก็เป็นการ...มันไม่ได้คาดเดาหรอกครับ แต่ว่ามันเป็นการได้ยินเสียงที่แบบว่า เออ คนในโรงลิเกเค้ายังไม่หลับดีเท่าไหร่ แต่เค้าได้ยินเสียงเหมือนมีมอเตอร์ไซค์เข้ามานู่น นี่ นั่น ผมก็บอกว่า ก็อย่าเพิ่งไปเดา ว่ามันอาจจะเป็นมอเตอร์ไซค์คนขับผ่านหรือเปล่า แต่ว่าเค้าบอกได้ยินว่า เสียงมอเตอร์ไซค์มันมาใกล้มาก มันมาใกล้โรงลิเก ซึ่งโรงลิเกกับถนนมันห่างกันพอสมควร มันไม่น่าจะดังขนาดนั้น อะไรเงี้ย แต่เค้าก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่า มันเป็นมอเตอร์ไซค์ของใคร มันเป็นช่วงเวลาตี 5 เพราะที่ผมถามน้องอ่ะ มันประมาณตี 5 ครึ่ง ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาเช้าที่พระเค้าก็ตื่นแล้วนะ

มันน่าจะมีแบบคนเดินผ่านไปผ่านมา?

“เราก็คิดว่าคนอาจจะมาทำบุญหรือเปล่า เค้าจะมารอใส่บาตร มันเป็นไปได้หมด ซึ่งเราจะไปพูดว่า เฮ้ย มันคือคนขี่มอเตอร์ไซค์คนนั้นแหละที่เป็นคนมาทำ มันก็พูดไม่ได้ เพราะมันเป็นเวลาที่เช้าที่คนจะใส่บาตรอยู่แล้ว พระต้องตื่นเดินบิณฑบาตอยู่แล้ว มันเป็นคนพื้นที่ตรงนั้น มันใกล้หมู่บ้านอ่ะพี่”

เห็นบอกว่ารถเสียเลย?

“คือรถเนี่ย มันจอดห่างจากโรงลิเกไม่ไกลมากครับ ถ้าตามภาพอ่ะครับ ผมว่าห่างจากตรงนั้นมาก็ไม่น่าเกิน 4-5 เมตรเท่าไหร่หรอก แต่ด้วยไฟที่มันแรงมาก กระจกแตก แล้วข้างในก็พวกที่เป็นยาง เป็นอะไรอย่างเงี้ย ผมคุยกับน้องคือละลายหมดเลย หมดทุกอย่าง”

เบื้องต้นไปแจ้งความ หรือกล้องวงจรปิดไปหาอะไรอย่างงี้ไหม?

“กองพิสูจน์หลักฐานเค้าก็มาแล้วนะครับ ก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ในพื้นที่ด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้านเองก็ตอนนี้ก็มาแล้ว ที่ผมได้คุยกับน้องนะครับ ล่าสุดก็คือผู้ใหญ่บ้านมาดูพื้นที่ กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาแล้ว ซึ่งตอนนี้กองพิสูจน์หลักฐานเค้าบอกว่า เค้ายังไม่ฟันธงว่ามันเกิดจากอะไร เค้าขอเอาเครื่องตรงนี้ที่มันเกิดความเสียหายเนี่ย ไปตรวจก่อน เท่านี้เองพี่ ก็คือเราก็ต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานก่อน ว่ามันเกิดจากอะไร”

ตอนนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้?

“ไม่ได้พี่ ยังจับไม่ได้ เรายังจับไม่ได้ว่า ว่ามันเกิดจากอะไรอะไรอย่างเงี้ย”

เบื้องต้นน้องเอเสียอกเสียใจ หรือมันเสียหายไปหมดไหมตอนนี้?

“ผมว่ามันหลายอาการนะตอนนี้พี่ 1. คือตกใจ 2. ก็เสียความรู้สึกด้วย แล้วมันก็มองว่า "เฮ้ย ผมมาทำมาหากินเนาะ ผมไม่ได้มาก่อกวน หรือผมไม่ได้มาสร้างความเดือดร้อนขนาดนั้นอ่ะ ทำไมต้องทำกับผมขนาดนี้" ถ้ามันเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจริงๆ น้องมันก็ยังยืนยันคำเดิมอ่ะครับว่า ผมไม่ได้โทษใคร คนในพื้นที่นะ แต่คนทำผมอ่ะ ถ้ามันมีคนทำจริงๆ อ่ะ มันก็ต้องเป็นบุคคลที่มาเผาจากตรงนี้แหละ แต่ถ้าไฟฟ้าลัดวงจร มันก็ต้องในโรงลิเกก่อน เพราะปลั๊กไฟ สายไฟ มันอยู่บนโรงลิเกหมดพี่"

มันน่าจะไหม้จากตรงนั้นแล้วลามมาตรงนี้?

“ถูกพี่ ตอนนี้มันเสียขวัญและกำลังใจแหละครับ เรื่องไอ้ชุดเสียหาย มันจะเสียเท่าไหร่หรืออะไรอย่างเงี้ย ถ้าผมมองตอนนี้ ผมว่ามันก็มีหลักแสนแหละครับ แต่ว่าจะกี่แสนนั้นก็ว่ากันไป”

แล้วงานการยังไง มันติดขัด มันเสียพัง?

“คือโชคดีที่เอไม่ได้เอาของลงไปทั้งหมด เอาลงไปแค่บางชุดเพื่อเอาไว้ใส่เล่นวิก สถานการณ์แค่ช่วงเนี่ย มันแค่ไม่กี่เดือน ก็เอาลงมาแค่ 4-5 ตัว ซึ่งน้องก็ยังมีของน้องเก็บไว้ที่บ้าน มันยังมีอีกอะไรอย่างงี้ครับ ก็ยังโชคดีว่าไอ้ที่ไหม้ไปแล้ว มันก็คงเสีย ทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็ยังดีว่ายังเหลือชุดที่ยังเล่นทำมาหากินได้อยู่”

ให้พูดในหัวอกลิเกเก่า แต่ตอนนี้เราก็ยังเล่นอยู่ หรือยังไง?

“ก็ยังเล่นอยู่บ้างครับ”

ความเสียหายตรงนี้?

“ผมอยากพูดเรื่องความเห็นอกเห็นใจดีกว่าพี่ การปิดวิกมันคือการไปทำมาหากินเนาะ มันเหมือนการไปทำมาหากินอ่ะครับ ผมไม่รู้หรอกว่าสาเหตุตรงนี้มันเกิดจากอะไร มันอาจจะไม่ชอบหรืออะไรกัน ถ้ามันเป็นเรื่องการวางเพลิงกันจริงๆ นะพี่นะ สมมติว่าถ้ามันเกิดจากการวางเพลิงจริงๆ คุณอาจจะไม่ชอบลิเกตรงนั้น  ผมว่าไปบอกเขาแล้วก็ให้เขาย้ายออก ไปบอกเจ้าของพื้นที่ ไปบอกเจ้าอาวาสวัด ไปบอกว่า เฮ้ย ลิเกมันก่อความรำคาญ ก่อความวุ่นวาย ในด้านเรื่องเสียง จะหลับจะนอนมันไม่ได้ ให้เขาย้าย ผมว่าง่ายกว่า มันก็ดีกว่าครับ

ไม่ชอบเขาก็ไม่ต้องดูเขา ไม่ชอบเขาก็อย่าไปรังแกเขาพี่ ผมว่ามันคนทำมาหากินเนาะ เขาไม่ได้ไปปล้นไปจี้ไปฆ่าใครตายพี่ เขาไม่ได้เอาความเป็นศิลปะไปตั้งโรงลิเก แล้วเอายาไปขาย นั่นมันก็อีกเรื่องนึงนะ เขาเอาศิลปะไปขาย เอาการแสดงลิเกไปขายตรงนั้น แล้วคนที่มาดู เขาเต็มใจมาดูนะครับ เราไม่ได้ไปบังคับเขามาดูเรานะ เขาก็เป็นคนที่ชอบดูลิเก เขาเต็มใจมาดูเรา เราก็มีหน้าที่แค่แสดง แล้วก็แลกกับเงินที่เขาให้มาแค่นั้นเอง

แล้วก็อาจจะมีบางกระแสบอกว่า นายมาพูดก่อนเขา อันนี้หิวแสงไหม?

“คือก่อนผมจะลงโพสต์อ่ะ ผมโทรคุยกับเอแล้ว ผมรู้ข่าวคือ เอลงตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ แต่ผมอ่ะไม่รู้เรื่อง โทรศัพท์ผมเนี่ย ผมยังมีหลักฐานอยู่เลยว่าผมโทรหาเอกี่โมง ผมโทรหาเอเนี่ย ทุ่มนึงแล้วนะ คุยกับเอจบแล้ว เข้าใจแล้ว ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมถึงลงโพสต์ เอพูดกับผมคำเดียวว่า คำนึงที่ผมตัดสินใจลงโพสต์เลยนะ "พี่... ผมมันลิเกไม่ดัง ผมมันตัวเล็ก ลงอะไรไป โพสต์อะไรไป คนไม่เห็นหรอกพี่" โหพี่ คำเนี้ย เรารู้สึกว่า เฮ้ย เราเป็นลิเก เราไม่ได้คิดว่าตัวเราดัง แต่เรามองว่า เรามันมีพื้นที่กว้างกว่าน้อง"

เผื่อช่วยบอกได้?

“แค่นี้ ผมน่าจะเป็นกระบอกเสียงแทนน้องได้ ไม่มากก็น้อย เลยตัดสินใจบอกเอ ส่งคลิปที่ไฟไหม้ ส่งรูปมาให้พี่หน่อย ผมก็เลยทำคลิปโพสต์ลงไป คือวันนี้ต้องขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกช่องเลย แม้กระทั่งไทยรัฐทีวีเอง ทุกคนทุกสื่อเลยที่ช่วยกันครับ วันนี้มันเป็นการช่วยศิลปินคนนึงที่มันอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียง หรือไม่ได้มีคนรู้จักมากมายขนาดนั้น แต่ว่าอย่างน้อยมันก็เป็นกระบอกเสียงได้ว่า เฮ้ย น้องการที่เขาไปทำมาหากินมันสุจริต อย่าไปรังแกเขาดีกว่า ผมเจตนาออกมาเพียงแค่นี้ครับ

แต่ก่อนที่ผมจะลงอ่ะ ผมคุยกับต้นเหตุมาแล้ว ผมคุยมาแล้วครับพี่แจ็ค ไม่ได้บอกว่า เห็นปุ๊บเฮ้ย ลิเกพวกกูนี่หว่า กูลงแม่xเลย แล้วกูลงไปพูดเลยดีกว่ามันเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ ถ้าผมลงไปก่อน แล้วเหตุการณ์มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมหมาเลยนะ ถูกไหมพี่ เราปรึกษามาแล้ว”

เอาเป็นว่าก็ขอให้น้องเอเจอคนทำละกัน มันจะได้คลี่คลาย?

“ครับ ถ้ามีคนทำนะครับ ขอให้เจอคนทำเร็วๆ แต่ถ้ามันเกิดมาจากอุบัติเหตุ หรืออะไรใดๆ ที่เกิดขึ้น ก็ต่อไปนี้ก็ให้น้องระมัดระวังตัวเอง ต่อไปนี้ถ้าจะไปเล่นที่ไหนหรืออะไร ก็ให้ดูไฟฟ้าดีๆ เท่านี้เองครับพี่”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม