เรียกว่าเป็นข่าวดีสุดเซอร์ไพรส์ เมื่อ หมอปลาย พรายกระซิบ หรือ ณวราชา พินิจโรคากร หมอดูชื่อดัง เข้าพิธีวิวาห์กับ พัณวา ประสิทธิ์เสริฐ ผู้บริหารช่อง INTV โดยเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ทั้งคู่ได้จัดพิธีบวงสรวงและงานแต่งงาน ณ ตำนักชคินมาตา ก่อนจะเปิดใจกับสื่อมวลชนเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา

ถามถึงงานแต่งงานวันนี้?

หมอปลาย: รู้สึกช็อกใช่ไหม รู้สึกแบบอยู่ดีๆ ก็ประกาศอะไรอย่างงี้ใช่ไหมคะ แต่จริงๆ ก็คือเตรียมกันไว้พักนึงแล้วค่ะ แล้วก็ดูฤกษ์เอาไว้ แต่ว่าในช่วงปลายปีเนี้ยค่ะ ก็คือวันที่ 18 อ่ะ เป็นวันที่อยู่ในช่วงของพระพิฆเนศด้วย ก็เลยได้มีการบวงสรวง ไม่รู้ว่าพี่ๆ มาทันบวงสรวงหรือเปล่านะคะ ก็มีบวงสรวงทั้งพระพิฆเนศ พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ เหมือนการไหว้ครูไปด้วยในตัวค่ะ แล้วก็ได้ทำบุญบ้านด้วยค่ะ

แต่คนตกใจว่าฟ้าแลบ?

หมอปลาย: ฟ้าแลบ (หัวเราะ) ก็ไม่ได้มีเหตุ (คนไม่รู้ว่าเรามีความรัก?) ใช่ค่ะ ไม่ค่อยได้เปิดเผยเท่าไหร่ค่ะ 

เห็นหลายคนตกใจคำว่าฟ้าแลบ?

หมอปลาย: ค่ะ ฟ้าแลบแป๊บๆ (หัวเราะ) ไม่มีอะไรเลยค่ะ ปกติเลยค่ะ แต่ว่าถึงช่วงเวลาอายุที่แบบเนอะ...ตามประเด็นเลย 35 แล้ว ก็คิดนิดนึงว่าถ้านานไปกว่านี้คงจะมีน้องไม่ได้ 

แสดงว่าที่แต่งเนี่ยฤกษ์ได้ จังหวะได้?

หมอปลาย: ค่ะ (แล้วท่านยมฯ อนุญาตแล้ว?) ก็คงต้องอนุญาตแล้วค่ะ (หัวเราะ) หามาให้แล้วก็ต้องจัดนิดนึงค่ะ 

แต่วันนี้ได้มีบอกท่านอยู่มั้ยว่า หนูจะไปฝั่งปฏิบัติแล้ว?

หมอปลาย: ก็บอกตั้งแต่วันที่ก่อนได้ฤกษ์ค่ะ แล้วก็บอกทุกอย่าง ทำพิธีแบบถูกต้องทั้งหมดค่ะ

ทั้ง 2 คนเริ่มจากยังไง?

หมอปลาย: เริ่มแบบยังงงอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเจอกันก็คือไปกัมพูชา ไปทำงานค่ะ แล้วก็เจอกัน แต่ปลายก็จำพี่เขาไม่ได้ แล้วก็ไปเจอกันอีกทีหนึ่งที่ลาว ก็ยังจำไม่ได้ แต่ว่าได้ขึ้นทอล์กคู่กันเนาะ แล้วก็พี่เขาจำหนูได้ หนูจำไม่ได้ ได้คุยกัน ส่งไมค์กันอะไรอย่างเงี้ยค่ะ 

ปลายเป็นคนความจำสั้น ก็เออ คนนี้พูดเยอะดี ความรู้สึกแบบพูดเยอะอ่ะ คนนี้ชื่อพันวาพูดเยอะ หนูก็จะเมมไว้ในใจ แล้วก็ถ้าสมมติเดินทางไปต่างประเทศ เวลาที่มีงาน ก็คิดว่าเออ น่าจะทำธุรกิจด้วยกัน แล้วน่าจะคล่องดี ไปกันได้อะไรอย่างเงี้ย ก็เลยนัดมาคุยงานกัน แต่ว่าก็คือแบบแอบโดนดุอ่ะ แบบไปสาย ไปถ่ายรายการของพี่เอ แล้วก็นัดกัน 6 โมง แต่ว่าหนูไป 4 ทุ่ม (หัวเราะ) สมควรดุใช่ป่ะคะ (ยิ้ม) ก็เลยจำได้ว่าวันนั้นก็คือแบบ อารมณ์โดนด่า

พัณวา: ไม่ด่า (หัวเราะ)

หมอปลาย: ไม่ด่า แค่ดังลั่นร้านอาหารเลย แล้วทุกคนก็มายืนแบบว่าหมอปลายๆๆ อย่างเงี้ย แล้วคนนี้เขาก็ไม่เห็นว่าคนข้างหลังเขาเรียกทักหนู เขาก็เหมือนโดนด่า โดนผู้ชายด่าอะไรอย่างเงี้ย แต่ก็เราก็รู้ว่าเราทำผิดอ่ะค่ะ หลังจากนั้นก็คุย ก็รู้สึกขอโทษเขาในวันนั้นอ่ะค่ะ แล้วก็ก็คุยกันมาเรื่อยๆ 

พัณวา: คุยกันจนได้ดี 

ใครจีบใครก่อน มีคำว่าจีบตอนไหน?

พัณวา: ไม่มีคำว่าเริ่มนะ ไปเรื่อยๆ ก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ แล้วก็คุยกัน ปรับทุกข์ปรับสุข แล้วก็คุยกันเข้ากันได้ดี ก็สนิทกันเรื่อยๆ

ก็คือเราก็ให้อภัยเขาตั้งแต่นั้นมา?

พัณวา: ผมให้อภัยตั้งแต่เข้ามาแล้วครับ แต่เขาไม่รู้ เป็นพี่เป็นไงฮะ 4 ชั่วโมง (หัวเราะ)

แล้วตอนไหนที่ความรู้สึกของเรา 2 คน ที่มันเปลี่ยนไปจากเพื่อนร่วมงานมาเป็นแฟน?

หมอปลาย: ก็พี่เขามาที่บ้านทุกวันเลยค่ะ 

คุยงานทุกวัน?

พัณวา: สายดุครับ 

หมอปลาย: กี่โมงกี่ยามก็ต้องคุย เพราะเดี๋ยวงานไม่เสร็จ ก็ต้องคุย มันก็เลยเหมือนได้เจอกันทุกวันเรื่อยๆ

เขามาหาเรา เขาได้ดูดวงกับเรามั้ย?

หมอปลาย: ไม่มีเลย

พัณวา: ไม่ใช่สายด้วยนะ ไม่ใช่สายมูด้วย 

แล้วตอนแรกท่านยมฯ บอกตอนไหนว่าคนนี้จะชอบเรา?

หมอปลาย: ไม่ค่ะ แต่ว่าก่อนที่จะนัดคุยงานอ่ะ ก็มีชื่อเขาขึ้นมา แต่สารภาพตรงๆ ว่าชื่อที่เขาขึ้นมา แต่หน้าเขาอ่ะไม่ตามขึ้นมา เพราะว่าหนูจำหน้าไม่ได้ (หัวเราะ)

แล้วพอได้มาเจอชื่อเขาแล้ว มันมีเอ๊ะมั้ย หรือว่าคนนี้ตามที่ท่านบอก?

หมอปลาย: ก็เออ น่าจะช่วยทำงานได้ดี น่าจะเป็นที่ปรึกษาได้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีวันนี้ 

พัณวา: ตอนแรกน่าจะเอามาใช้งานครับ เริ่มต้นอย่างงั้น (ยิ้ม) (เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่เป็นเพื่อนร่วมชีวิต?) น่าจะประมาณนั้น 

ตอนนั้นเรามีความรู้สึกตอนไหน ที่รู้สึกว่าเริ่มรู้จักศึกษาคนนี้มากขึ้นกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน?

พัณวา: มันไปเรื่อยๆ อ่ะ จังหวะมันพอได้คุยกันเยอะๆ ก็สนิทกันเยอะ จนมันให้ใจไป ให้ใจครับ เขาให้ตรงนี้ไป 

เรารู้มั้ยว่าตอนไหนที่เขาให้ใจเรา?

หมอปลาย: เวลาช่วงนั้นที่ทุกข์ที่สุด พี่ๆ ก็รู้เนอะ ช่วงที่หนูเกิดเหตุ ช่วงนั้นดาวน์ ก็คือเจอกันช่วงนั้น เกิดเหตุ เขาก็จะรับฟังคำที่หนูบ่นทุกคำได้อะไรเงี้ย

ถ้าเรามีแฟนเป็นหมอปลาย ตอนแรกเรารู้สึกยังไง?

พัณวา: รู้สึกแปลกๆ อยู่ดีครับตอนแรก เพราะว่าเราไม่ได้สังคมสายมูมาก่อน แต่ผมไม่ได้มองเขาที่มูหรือไม่มู มองที่อุปนิสัยครับ แล้วก็เขาให้อะไรในเรื่องของการใช้ชีวิตกับผมเยอะเหมือนกัน เพราะว่าเขาเป็นคนทำงานหนัก เราคิดว่าเราทำงานหนัก แล้วเขาหนักกว่าเรา ก็เลยได้อะไรดีๆ จากเขาเยอะ 

แล้วเขารู้มั้ยเราจีบเขา แต่เขาเป็นคนมีเซนส์ เรากลัวมั้ย?

พัณวา: ก็กลัวทุกวันอ่ะครับ ก็ทั้งเซนส์ ทั้งองค์ ทั้งอะไร มันมีหมดอ่ะครับ อ่า ถ้าพี่ไม่กลัว ก็พี่ก็แปลกเหมือนกันนะครับ

แต่เขาบอกว่าเราเป็นคนกลัวน้อยที่สุด ตั้งแต่เขาคุยมา?

พัณวา: ก็มันใจกล้าละมั้งฮะพี่ ถ้าจะจีบเขาก็ต้องใจกล้า 

เราได้เอาดวงไปดูเช็กไหม?

หมอปลาย: ไม่เช็กค่ะ เป็นคนไม่ชอบเช็กอ่ะ ชอบแบบให้เรื่องมันแบบธรรมชาติ 

พัณวา: ใช่ มันเป็นธรรมชาติมาก

หมอปลายต้องทำยังไงให้เขาสบายใจ หมายถึงว่า ไม่ต้องกลัวฉัน ฉันก็เหมือนเป็นคนธรรมดา ถ้าเราเป็นแฟนกัน?

หมอปลาย: ก็ตอนนี้น่าจะไม่กลัวแล้วมั้ง (หัวเราะ)

พัณวา: ยังกลัวอยู่ครับ (หัวเราะ) กลัวโดนดุ พูดเล่นๆ 

หมอปลายดุมั้ย?

พัณวา: ไม่มี ส่วนใหญ่ก็เป็นคนทำงาน เป็นผู้หญิงทำงาน นี่ไม่หยุดทำงานเลย เราก็ต้องคอยให้กำลังใจ คอยดูแลอะไรพวกนี้ครับ ผมคิดว่าเติมเต็มตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

โมเมนต์แฟนเป็นยังไง นึกภาพหมอปลายไม่ออก?

พัณวา: ไม่ อันนี้คือปัญหาที่พวกพวกผม 2 คนก็คุยกันไม่ได้ว่า เรามาเป็นแฟนกัน (ยังไม่คุยว่าเป็นแฟนกันตอนไหน?) ใช่ครับ ไม่ถึงขนาดนั้นฮะ

หมอปลาย: ไม่ถึงขนาดนั้น

มีออกเดตกัน นอกจากมานั่งคุยงานที่บ้านมีมั้ย?

พัณวา: (หันไปถามหมอปลาย) มีมั้ย (มีต่างจังหวัดอะไรอย่างนี้?) มีๆ ครับ 

หมอปลาย: คุยโทร แล้วก็นั่งคุยงานกันอยู่ตรงเนี้ยค่ะ แล้วก็ไปกินข้าวต้มหน้าปากซอย อันนี้น่าจะเดตหน้าปากซอย (หัวเราะ)

ถ้าถามระยะเวลาที่คบกันเป็นแฟนจนเดินทางมาด้วยกันประมาณกี่ปี?

พัณวา:  2 ปีกว่าได้ 

ประทับใจอะไรในตัวเจ้าสาว?

พัณวา: คือผมมองว่าเป็นผู้หญิงตัวอย่างของผู้หญิงทำงาน หาเงิน แล้วก็ในเรื่องของการให้คติในการใช้ชีวิตนะครับ เพราะว่างานเขาส่วนหนึ่ง มันไม่ได้แค่คำว่าหมอดู แต่การเป็นการไกด์ไลน์ชีวิตให้คนอื่นเขาด้วย แล้วมันบางทีพอเราสัมผัสอ่ะ คนนู้นมาฟังชีวิตดีขึ้น 

คนนี้ตอนแรกเราก็ไม่ได้เชื่ออะไร แต่เราเชื่อคนที่มาสัมผัสกับเขา แล้วคนเหล่านั้นมาบอกว่าดียังไง ส่วนใหญ่จะไม่ได้เจอว่ามาหาหมอปลายแล้วอะไรวะ ไม่มี แล้วก็เลเวลของคนที่มาก็แบบจากล่างสุดไปบนสุด ส่วนลักษณะของเขา ถ้าสัมผัสตัวจริง จริงๆ เป็นคนกางเกงขาสั้นเสื้อยืดเลยครับ ไปได้ยันทั้งประเทศ อารมณ์ประมาณนี้ 

อย่างเวลาทัวร์ลงเขา เราให้กำลังใจเขายังไงบ้าง?

พัณวา: ผมว่าอยู่ข้างๆ ดีที่สุด อยู่ข้างๆ ไม่ทิ้ง ไม่ห่าง คือกำลังใจมันไม่ได้ต้องบ่งบอกด้วยคำพูดเสมอ แต่มันบ่งบอกด้วยการกระทำ ก็คือถ้าเราจริงใจกับเขา เราอย่าไปทิ้งเขาแค่นั้นเอง วันหนึ่งก็เห็นมั้ย ได้แต่งงาน (ยิ้ม)

หมอปลายมีภาพในฝันของการเป็นเจ้าสาวอยู่ในชีวิตยังไงบ้าง?

หมอปลาย: ไม่มีเลย นี่คือแบบ 0% ของความคิดอ่ะค่ะ เรื่องที่แบบใครเล่าให้ฟังว่าแบบ... คิดนะว่าอนาคตจะต้องใส่ชุดเจ้าสาว จะต้องไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่ไหนอะไรอย่างเงี้ย พี่ปลา ฟินาเล่ อ่ะค่ะ ถามหมอปลายมีธีมอะไรมั้ยครับ ก็บอกหนูไม่มีค่ะ 

พอถามแล้วอยากซื้อใส่ชุดอะไร หนูไม่มีค่ะ แล้วแต่พี่ปลาจัดให้ค่ะ คือคำนี้อย่างเดียวเลยอ่ะ แล้วก็เลยได้ไปถ่ายที่ปรารถนาวนาลัยนะคะ แล้วก็ได้เครื่องประดับของบิวตี้ เจมส์ ก็ต้องขอบคุณมากๆ เพราะว่าพี่ปลาจัดให้ทุกอย่าง เพราะว่ารู้อย่างเดียวว่า หมอปลายพูดคำว่าไม่รู้อะไรเลย (หัวเราะ)

พอวันหนึ่งที่ต้องรู้ว่าเราต้องเป็นเจ้าสาว มันมีความคิดมั้ยว่าอยากเป็นในรูปแบบไหน หรืออยากมีอะไร?

หมอปลาย: ไม่มีอ่ะค่ะ เพราะว่ามีความรู้สึกว่า ชวนคนมางานวันนี้ อยากให้มางานบวงสรวง (หัวเราะ) คือความรู้สึกเป็นงานแต่งงานที่ดีมาก ธีมบวงสรวง แล้วก็เอาทีมมโนราห์ที่รับครูมารำ เพราะว่าเราต้องบอกบรรพบุรุษ ก็เลยมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ เดี๋ยวจะบวงสรวงกี่โมง มโนราห์จะมาทันมั้ย ตั๋วมโนราห์โดนเลื่อน ทีนี้เลื่อนของตัวเองก็ลืมแหละ

แล้วมันจะแตกต่างแต่งงานทั่วไปยังไง มีทั้งบวงสรวงด้วย มีทั้งมโนราห์ด้วย?

หมอปลาย: ใช่ ก็เลยยังงงๆ อยู่ (หัวเราะ)

พัณวา: ผมว่าพี่เข้ามาได้ยิน ได้กลิ่นควันธูป ก็แตกต่างแล้วล่ะครับ (ธีมใหม่เหรอ?) ธีมใหม่ ธีมใหม่ของการแต่งงาน (หัวเราะ)

คำมั่นสัญญาทั้งคู่ที่จะให้กันหลังจากนี้ยังไงบ้าง?

พัณวา: อ๋อ ผมคือลึกๆ ผมไม่ทิ้งอ่ะครับ อะ แค่นั้นเองฮะ ทุกข์ทั้งสุขก็ไม่ทิ้ง ส่วนการสร้างฐานะสร้างอะไร เขาเก่งอยู่แล้ว แต่เราแค่ไปเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาดดีกว่าครับ

หมอปลาย: ก็อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ค่ะ แก่ไปด้วยกันค่ะ 

เรื่องทายาทจะแพลนยังไงบ้างหลังจากนี้?

หมอปลาย: กำลังหาวิธีอยู่ (หัวเราะ) เพราะว่าอายุมันเริ่มเยอะแล้ว ก็คิดว่าคงจะไม่น่าจะมีธรรมชาติได้ ก็ต้องไปปรึกษาหมอ

พัณวา: คือตัวเขาทำงานเยอะครับ คนทำงานเยอะเขาก็ค่อนข้างจะเซนซิทีฟนิดนึงในการที่จะมีลูก เพราะฉะนั้นเราต้องปรึกษาหมอ ทั้งหมอ ทั้งอาหารเสริม จัดเต็มหมดนะครับ 

แล้วถ้าเกิดเราต้องเลือกศาสตร์ก่อน เราเอาศาสตร์ไหน ระหว่างศาสตร์วิทยาศาสตร์ หรือศาสตร์ที่เราถนัด? 

หมอปลาย: เราจะไปควบคู่กัน (หัวเราะ) เพราะว่าตอนนี้ถามหมอ หมอ SLE บอกว่า คุณจะไปบนอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องมาตรวจกับหมอก่อน เพราะว่าอาจจะมีเชื้ออะไรบางอย่างที่แบบว่า ถ้ามีน้องออกมาแล้ว เขาอาจจะได้รับเชื้อค่ะ ก็เลย โอเค ยังไม่มูมาก เดี๋ยวรอผลจากคุณหมอ แล้วค่อยไปมู แล้วค่อยไปพบแพทย์ที่อื่นค่ะ

แสดงว่ามันก็เป็นความกังวลของเรา 2 คนในการมีทายาท?

หมอปลาย: ก็มีบ้าง เพิ่งมากลายเป็นความกังวลในชีวิตไปเนาะ ไปทำให้ทุกคนท้องมากี่คู่ จนแบบมีลูกมีอะไรแล้วอ่ะ แล้วก็มาถึงเรา เรามีความรู้สึกว่า เราไม่น่าจะมีแล้วอ่ะค่ะ พอมาถึงแล้วแบบ เออ เข้าใจแล้ว คนที่อยากมีลูกมันทรมาน 

ตัวหมอปลายมีภาวะมีลูกยาก?

หมอปลาย: ไม่เคยเลยค่ะ (หรือว่ามีมีโรคประจำตัว มี SLE?) ใช่ค่ะ ก็คือเป็นแพ้ภูมิตัวเอง (ส่วนผู้ชายก็คือแข็งแรง?) แข็งแรงค่ะ (หัวเราะ)

อยากมีแบบธรรมชาติ?

หมอปลาย:  ก็อยากปล่อยค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าแบบ เราไม่สบายอ่ะ อยากให้ลูกแข็งแรงดีกว่า ก็คือต้องรอเช็กกับหมอก่อนว่าเป็นยังไงก่อน

แล้วถ้าในแง่ของศาสตร์ที่เราถนัด?

หมอปลาย: ก็คือเรื่องของการบนนี่แหละค่ะ บนแล้วก็ทำอะไรอย่างงี้ เราทำให้คนอื่นได้ เราต้องทำให้ตัวเองได้สิ  ก็มีคิดอยู่เหมือนกัน เราต้องทำให้ได้ 

พัณวา: ทำได้ครับ ทำได้ ธรรมชาติ 

อันนี้คือตั้งเป้าไว้สักกี่คน?

หมอปลาย: กี่คนดีคะ (หัวเราะ) ขอมีคนแรกก่อนค่ะ (8 ไหม?) นี่ มีคนยุแล้ว 8 

พัณวา: มีคุยๆ อยู่นะ 

มาถึงสินสอด พอพูดออกไปฮือฮาเลย ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

พัณวา: เงินสด ทอง แหวน

เงินสด 5 ล้าน โอเค เข้าใจได้ แต่ทองคำ 500 บาท มันค่อนข้างปริมาณมาก ตัวเลขที่ใช้เลข 5 เป็นหลัก อะไรยังไง?

พัณวา: มันมีความสุขมั้งฮะ (หัวเราะ) น่าจะประมาณนี้ 

แสดงว่ามองว่ามันไม่ได้เป็นอะไรที่มากไป?

พัณวา: ผมว่าเงินทองมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การใช้ชีวิตหลังจากนี้มากกว่า เพราะเงินมีได้ก็หมดได้ ผมว่าการจัดระเบียบชีวิตหลังจากแต่งงาน หลังจากเป็นเนื้อคู่กันแล้วเนี่ยครับ มันจะทำยังไงต่อ ส่วนสินสอดก็เป็นเรื่องฮือฮากันในสังคมโซเชียลอะไรพวกเนี้ยครับ เอามาจากไหน เป็นยังไงอะไรพวกเนี้ยครับ ก็เป็นเรื่องปกติที่ผมกับคุณปลายน่าจะเตรียมใจตั้งรับกันอยู่แล้ว

ตื่นเต้นมั้ยเขาเปิดวาร์ป?

พัณวา: ก็ตื่นเต้น แต่ตื่นเต้นกับงานแต่งวันนี้มากกว่า

เจ้าสาวก็ตื่นแต่เช้าเลย ตื่นเต้นเหมือนกัน?

พัณวา: ไม่ใช่ตื่นเช้า ตื่นตั้งแต่ตี 3 ยังไม่ได้นอน

แพลนฮันนีมูนต่างๆ จากนี้ไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ไหนยังไง?

หมอปลาย: ทำงานวันที่ 20 

พัณวา: 20 ผมไปอีกประเทศหนึ่ง เขาก็ไปอีกประเทศ (มีเวลาทำ?) อันนั้นจัดได้พี่ 

หลังจากนี้วางแผนยังไงกับชีวิตครอบครัว เพราะเป็นสามีภรรยาเต็มตัวแล้ว?

หมอปลาย: ก็ว่าจะทำธุรกิจร่วมกันด้วย จะได้มีเวลาด้วยกันมากขึ้น

พัณวา: ต้องร่วมกัน ถึงมันจะมีเวลา 

หมอปลาย: ไม่งั้นก็ไปทาง พี่เขาก็ไปทาง

พัณวา: ใช่ครับ 

เวลาอยู่ด้วยกัน ถ้าไม่ได้เป็นหมอปลายเนี่ย เป็นปลายปกติ เขาเป็นแม่บ้านยังไง?

พัณวา: ผมว่าเขาก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งนะที่ปกติ 

หมอปลาย: ปกติเหรอ (หัวเราะ)

พัณวา: เพราะว่าสังคมข้างนอก เขามองเป็นภาพออกสื่อ มันคนละบริบท คนละลักษณะนิสัยด้วยครับ เพราะว่าเขาเป็นเฟรนด์ลี่มาก แต่นี้ก็อยู่ปกติมาก แล้วก็อารมณ์ขึ้น อารมณ์ลง อารมณ์มาสั้น อารมณ์ยาว ก็ปกติหมด เพียงแต่ว่า เราต้องทนหน่อย

แสดงว่าขี้งอน?

พัณวา: ขี้งอน ผู้หญิงถ้าไม่งอน ไม่ใช่ผู้หญิง (ยิ้ม)

แล้วมีความเป็นแม่บ้านแม่เรือน?

พัณวา: เขาดูแลผมดีมาก (แล้วอ้อนมั้ย?) อ้อนมั้ยฮะ ถ้ามาแบบอ้อนชุดใหญ่เลย เขามีโมเมนต์อะไรนะ เขาเรียกที่อะไรนะ ที่เราเรียกกันอ่ะ มุ้งมิ้งๆ

แสดงว่ามีสรรพนามเรียก?

พัณวา: คือเรื่องศัพท์เนี่ยผมโดนบ่อย เพราะว่าผมค่อนข้างจะใช้ศัพท์โบราณ เขาบอกโอ๊ย จะพูดแบบศัพท์นี้ได้ยังไง สมัยพ่อขุนรามคำแหง

หมอปลาย: เขาเรียกหนูว่า ยายบ๊อง (แล้วเราเรียกเขาว่าอะไร?) ตาบ๊อง 

พัณวา: พอๆ กัน ศีลเสมอกัน

แล้วตัวหมอปลายเองหลังจากนี้จะยังไง? 

หมอปลาย: ก็คงดูน้อยลง แต่ว่าเน้นทำธุรกิจมากขึ้น (เหมือนจะเฟดจากงานดูดวงหรือเปล่า?) ก็ยังทำอยู่ แต่อาจจะน้อยลงหน่อยค่ะ 

พัณวา: จัดระเบียบเวลา

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม