กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการสะสมและการพรีออเดอร์การ์ดของเล่น เมื่อนักร้องหนุ่มสุดฮอต จ๋าย ไททศมิตร ออกมาเปิดใจถึงกรณีโดนโกงเงินจากการซื้อขายการ์ดสะสม ซึ่งของตนเองโดนไปหลักแสนบาท ขณะที่ยอดความเสียหายรวมของผู้เสียหายกลุ่มอื่นๆ อาจสูงถึงหลายร้อยล้านบาท โดยเจ้าตัวเตรียมควงผู้เสียหายไปร่วมรายการโหนกระแสในวันที่ 16 กันยายน 2569 เพื่อเปิดหน้าเตือนภัยและถอดบทเรียนเรื่องนี้ให้กับสังคม
เรื่องการตั้งข้อสงสัยและการพาผู้เสียหายไปร้องเรียน “เราแค่ตั้งข้อสงสัยมากกว่า ไม่รู้หรอกว่าจะได้เงินคืนไหม ใจหนึ่งก็ทำใจไว้แล้วว่ามากสุดอาจจะไม่ได้คืน ก็ไม่เป็นไร คิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะเป็นความรู้และเป็นประโยชน์กับคนอื่น รวมถึงมีผู้เสียหายจริงๆ ไปร้องกับพี่อี้ (แทนคุณ) ด้วย ก็เลยถือโอกาสพาเขาไปทีเดียว เหมือนดาราเล่นของเล่นแหละครับ เล่นโดยไม่มีสติ เราก็โทษตัวเองส่วนหนึ่งด้วยที่โดนโกงไป”
มูลค่าความเสียหายและคดีความ “มูลค่าความเสียหายอันนี้ผมยังไม่ชัวร์รายละเอียดชัดๆ คิดว่าพรุ่งนี้น่าจะได้คำตอบ เพราะมีทั้งผู้เชี่ยวชาญและผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ไซเบอร์) ไปด้วย น่าจะตอบคำถามทุกคนได้ในเรื่องข้อพิพาท ถ้าสมมติเป็นคดีแพ่ง มันแทบจะไม่ได้เงินคืนเลย อย่างผมเคยมีคดีเรื่องรถ พอเข้าแพ่งปุ๊บ เขาก็ขอผ่อน เพราะระบบศาลไทยเป็นระบบกล่าวหา ถ้าเขารับสารภาพก็ลดโทษกึ่งหนึ่ง สุดท้ายก็ขอผ่อน สมมติเขาโกงไป 5 - 50 ล้านบาท แต่ขอผ่อนเดือนละ 2,000 บาท กี่ปีกว่าจะได้คืน มันจะเป็นอย่างนี้ทุกคดียอดของผมคนเดียวหลักแสนครับ หลายแสนอยู่ แต่ถ้ารวมกับเพื่อนคนอื่นกลุ่มนี้ประมาณ 33 ล้านบาท หมายถึงเฉพาะเจ้าที่พี่อี้ดูแลอยู่นะครับ ประมาณ 30 - 50 ล้านบาท แต่ถ้าประเมินตามที่คิด มูลค่าความเสียหายของแต่ละเจ้ารวมๆ กัน น่าจะหลักหลายร้อยล้านบาทครับ”
ตัวคู่กรณีและการทำสัญญา “เคยเจอตัวจริง เคยเห็นหน้าครับ ของผู้เสียหายคนอื่นจะต่างกับผมตรงที่เขาไม่มีสัญญา คุยกันผ่านแชตอย่างเดียว แต่ของผมมีสัญญาชัดเจน แต่ก็ยังไม่รอดอยู่ดี เลยคิดว่าน่าจะเป็นความรู้ให้คนอื่นได้ว่า เวลาซื้อขาย การมีสัญญาก็อาจไม่ได้เป็นตัวรับประกันว่าจะไม่โดนโกงหรือผิดสัญญา เพราะสุดท้ายพอเป็นคดีแพ่ง เขาก็ขอไกล่เกลี่ยอยู่ดี”
พยานหลักฐานและการไปออกรายการ “หลักฐานที่มีถือว่า OK ครับ แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับตำรวจและคนทำสำนวนว่าจะสั่งฟ้องไหม คู่กรณีเขาไม่น่าจะมาออกรายการนะ เพราะหลายคำถามที่ผมถามไป เขายังตอบไม่ได้เลย เดี๋ยวรอฟังในรายการก่อนดีกว่า เดี๋ยวพี่หนุ่ม (กรรชัย) จะหาว่าสปอยล์ เดี๋ยวโดนเลื่อนคิว (หัวเราะ) จริงๆ แซวพี่หนุ่มครับ โทรหาพี่หนุ่มหลังบ้าน เล่าให้ฟังว่าเกิดเคสแบบนี้ขึ้น แต่ไม่ได้ไปขอออกรายการนะ แล้วแต่วิจารณญาณของพี่หนุ่มเลย ถ้าสนใจก็นำไปเสนอในรายการ เพราะช่วงนี้พระกำลังมาแรง รายการเลยแน่น”
เจตนาในการออกมาเคลื่อนไหว “ที่เราออกมา ไม่ได้จะไปทำลายคู่กรณี ให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย เพราะที่ผ่านมายังไม่มีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือมีหลักฐานชัดเจน ผมแค่อยากให้เขามาดีเบตชี้แจงตัวเอง เผลอๆ ในมุมกลับกัน เขาอาจจะเป็นผู้เสียหายจริงๆ ที่โดนโกงมาอีกทอดหนึ่งก็ได้ เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้อะไรเลย”
ความหวังและการเตือนภัยสังคม “พรุ่งนี้เหรอครับ พรุ่งนี้คงต้องเลือกสีเสื้อสิริมงคลก่อน (ยิ้ม) ที่บอกว่าไม่หวังเงินคืน ก็ไม่ได้แปลว่าทิ้งนะครับ เรายังดำเนินคดีตามกฎหมายเต็มที่ ทำได้มากน้อยแค่ไหนก็ว่ากันไป แต่อย่างน้อยก็ไม่อยากให้คนอื่นโดนแบบเรา ไม่ว่าจะโดนโกงหรือโดนผิดสัญญา ช่วงนี้อาจจะหาเงินเก่ง แต่ก็โดนหลอกเก่งเหมือนกัน ไม่รู้ปีชงหรือเปล่า บทเรียนครั้งนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนครับ เพราะการพรีออเดอร์หรือซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องใกล้ตัว ข้อมูลและประสบการณ์ที่ผมกับผู้เสียหายนำมาแชร์ น่าจะช่วยให้ทุกคนระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ย้ำว่าการ์ดไม่ใช่ต้นเหตุ แต่เป็นเพียงตัวอย่าง เพราะโมเดลการโกงแบบพรีออเดอร์ทำกันเป็นสเต็ปและเกิดขึ้นในทุกวงการจริงๆ ครับ”
คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม