หลังจากที่นางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ไปเป็นพยานในคดีที่ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของนางเอกผลไม้ผู้ล่วงลับ แตงโม นิดา หรือ แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ เดินทางไปแจ้งความ กระติก อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ อดีตผู้จัดการและเพื่อนสนิทของแตงโม ในข้อหานำหรืออ้างหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน
โดยมีการระบุถึงหลักฐานภาพถ่ายที่เกี่ยวกับเรือที่แตงโมขึ้นไปในวันเกิดเหตุว่าเป็นเรือคนละลำ และภาพที่อยู่ในสำนวนคดีเป็นภาพเรือที่ขวัญ อุษามณี นั่ง ไม่ใช่เรือของแตงโม แต่หลังจากนั้น เฮเลน ปวรา เพื่อนของกระติก ก็ออกมาเปิดใจกับไทยรัฐบันเทิงถึงประเด็นนี้ว่า กระติกไม่ได้เป็นคนส่งหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องเรือในคดีของแตงโม ตำรวจเป็นคนหามา ต้องไปถามตำรวจว่าเอาหลักฐานนั้นมาจากไหน
ล่าสุดไทยรัฐบันเทิงสัมภาษณ์ พุดเดิ้ล ยุพดี เพื่อนสนิทของแตงโม ถึงประเด็นดังกล่าวว่ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง
หลังจากที่ขวัญออกมา เป็นไงบ้างตอนนี้?
“คือตอนแรกหนูก็ตกใจอยู่นะ เพราะว่าเห็นบอกว่ามีชื่อพี่ขวัญอยู่ในสำนวนคดี เพราะว่าตอนแรกยังไม่ทราบว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง แต่พอรู้ว่าเหมือนรูปของพี่ขวัญถูกนำไปใช้ในสำนวน ก็เลยแบบ อ๋อ เพิ่งทราบ แล้วก็พี่ขวัญเนี่ยก็ต้องมาแสดงเจตนารมณ์ว่าอันนี้เป็นรูปของเขานะ ต้องมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ยืนยันตัวเองค่ะ
แต่ว่าอันเนี้ยเป็นหลักฐานสำคัญไหม ก็อาจจะสำคัญก็ได้นะ มันอาจจะพลิกไปอีกทางนึงก็ได้ เพราะปกติก็คือทุกคนรอหลักฐานต่างๆ มาว่าจะมาในแนวทางไหน แต่พอพี่ขวัญออกมา มันก็จะเหมือนว่าฮึกขึ้นมาอีกรอบนึงว่า เออ คดีกลับมาอีก 1 ครั้ง
ก็ต้องขอบคุณพี่ขวัญด้วยที่กล้าจะออกมาพูด คือจริงๆ พุดเดิ้ลสัมภาษณ์ตลอด ขอบคุณทุกๆ คนอยู่แล้วที่มาช่วยทำให้คดีแตงโมไปในทิศทางที่ดีขึ้น ให้มันได้ความยุติธรรมจริงๆ”
ล่าสุดเห็นเฮเลนพูดแทนกระติกว่า รูปที่ขวัญบอกว่ามาเห็นจากสำนวนของตำรวจเนี่ย เขาไม่เคยนำเสนอเลย แล้วไปเอามาจากไหนกัน แต่ว่ามันก็จะมีเรื่องเซ็น?
“คืออันเนี้ยหนูก็เห็นเหมือนกัน จริงๆ หนูกับพี่เฮเลนก็สนิทกันนะ แล้วก็คุยๆ คุยกันนะ แต่ว่าไม่ได้คุยกันเชิงเรื่อง เรื่องคดี คือหนูไม่ได้อยากไปก้าวก่ายกัน คือแม่เฮเลนก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่อยากมานั่งถามอะไรอย่างเงี้ย
แต่ว่าคือรูปอันนั้นน่ะค่ะ เขาบอกว่าที่ในสำนวนที่หนูได้รับทราบมานะคะว่า เขามีการเซ็นชื่อจริงๆ ก็เลยไม่รู้ว่ารูปนั้นน่ะมันมาจากไหน พอไม่รู้ว่ามาจากไหนปุ๊บ แล้วคนที่เซ็นชื่อเนี่ย มันเป็นเซ็นชื่อของเขาจริงๆ ก็คือตัวบุคคลนั้นน่ะที่เขาเซ็นชื่อต้องมารับผิดชอบต่อรูปตรงนั้น มันจะเป็นฟีลแบบนี้”
นั่นแปลว่ากระติกก็อาจจะมาให้ปากคำอีกรอบ?
“อันเนี้ยหนูไม่ทราบเลย แต่ว่าไอ้เรื่องที่เซ็นเนี่ย เขาบอกว่ามีการเซ็นจริงๆ เพราะเขามีหลักฐานเป็นลายเซ็นเลย เขาถึงออกมาพูดกันค่ะ”
เขาบอกว่าใกล้วันเกิดแตงโม มันจะมีเรื่องอะไรตลอดเวลาทุกปีเลย?
“มันก็เป็นเรื่องจริงๆ นะ เพราะว่าทุกครั้งเลย คือวันที่ 13 กันยายนจะเป็นวันเกิดของแตงโม คือปกติพวกหนูทางทีมทั้งหนู ทั้งฮิปโป ทั้งโม อมีนา ทั้งเพื่อนๆ ในแก๊งในกลุ่มเนี่ย คือเราจะไปทำบุญให้กันอยู่แล้ว คือทุกเดือนวันที่ 24 จะเป็นวันตรงกับวันที่เขาเสียชีวิต ทุกๆ เดือนเนี่ย หนูจะโพสต์รูปไว้อาลัย หรือว่าไปที่คริสตจักรอยู่แล้ว
แต่ว่าในการทำบุญวันเกิดของเขาเนี่ยก็จะใหญ่นิดนึง ก็คือตั้งใจมีการซื้อของไปให้กับทางคริสตจักร อย่างล่าสุดเนี่ยโม อมีนา ก็ทำหลังคาให้กับทางโบสถ์ทางคริสตจักรไป ทำกันฝนอะไรอย่างเงี้ย ก็คือจริงๆ แล้วคือเราทำกันมาตลอด ในระยะเวลา 4 ปี ที่เราพูดกันถึงเรื่องแตงโมเนี่ย
คือบางคนก็อาจจะมองว่า อุ๊ย พูดช่วงแรกๆ ที่เราพูดกันเนี่ย เราพูดหนักมาก พอเราพูดปุ๊บ เราก็รู้สึกว่า สังคมอาจจะมองเราว่าพูดมากไปหรือเปล่า เราลองดร็อปดูลงไหม เออ ไม่ต้องพูดนะ พอเราไม่พูดปุ๊บ มาเหน็บเราละ กลายเป็นว่า ไม่เห็นทำอะไรเลย ทำไมเพื่อนไม่ทำอะไร
คือจริงๆ แล้วหนูทำกันมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มกันเลย ล่องเรือกัน ทำสร้างหุ่นจำลองอะไรต่างๆ ทำกันมาหมดแล้ว คือจะบอกที่ทำเนี่ย พี่ธนกฤต พี่หนิง ปณิตา โม ฮิปโป ไปช่วยกันทำเยอะมาก แต่ว่าตอนนั้นเราแค่ไม่ได้โพสต์ออกสื่อ เพราะเราทำกันแบบเงียบๆ เรื่องสำนวนส่งฟ้อง หรือเรื่องสำนวนอะไรต่างๆ เนี่ย เราก็ทำส่ง แล้วเขาก็ตีกลับมา ซึ่งตอนนั้นน่ะเราคิดว่า เราทำจนสุดๆ แล้วนะ หรือเป็นเพราะตัวเราไม่มีพาวเวอร์มากพอหรือเปล่า”
จังหวะแหละ อย่าน้อยใจเลย ตอนนี้เราได้สัมภาษณ์แล้ว คนเห็นก็เห็น คนไม่เห็นก็จะได้เห็นว่า ตอนนี้เราทำอยู่นะ?
“ใช่ คือเราทำ แล้วพุดเดิ้ลก็ให้สัมภาษณ์ตลอดว่า ขอบคุณทุกๆ คนมากที่มีส่วนเกี่ยวข้อง บางคนก็บอกว่า คนที่ออกมาเนี่ยหิวแสงมาก หนูว่าถ้าแสงอันเนี้ยมันเป็นแสงที่ดีอ่ะ แล้วมันแสงที่มันช่วยให้คลี่คลายลง หนูว่ามันเป็นแสงที่ดีนะ หนูก็อยากให้ทุกคนออกมาช่วยกันจริงๆ
เพราะว่าทุกคนก็รอ ถึงจะรอ 4 ปี 5 ปี 6 ปี 7 ปี หรือ 10 ปี ยังไง แตงโมต้องได้รับความยุติธรรมแน่นอน เพราะว่าหนูอ่ะช่วงหลังเนี่ยเราจะสนิทกับแตงโมมาก มากชนิดที่แบบว่า คือนอนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เพราะว่าแตงโมเนี่ย จะมีสภาวะที่เป็นโรคซึมเศร้า แล้วแกจะเก็บตัวตลอดเวลา พวกหนูเนี่ยก็จะแบบ เธอออกมานะ อย่าไปอยู่เก็บตัว เธอต้องเปลี่ยนใหม่
อีกคำนึงเลยที่นางจะพูดเสมอเลยนะ นางจะบอกเลยว่า "ฉันยังเป็นนางเอกได้อยู่หรือเปล่า" ก็บอกว่าเธอยังเป็นได้อยู่ เธอ ก็ยังเป็นนางเอกในยุคนี้อยู่ ถึงจะมีคลื่นลูกใหม่ขึ้นเรื่อยๆ คือนางห่วงภาพลักษณ์ที่เป็นนางเอก แต่ว่าพอนางเสีย คนก็ยังจดจำภาพแตงโมที่ยังเป็นนางเอกอยู่ ทุกคนก็ยังรักอยู่
แต่หนูก็บอกว่า มันจะมีแบบที่หนูเคยยินมานะ ที่เขาบอกว่า เวลาคนที่เสียไปแล้ว เราถึงจะเห็นคุณค่าของเขา อันเนี้ยคือแบบ มันสะเทือนใจอ่ะ มันเกี่ยวกับเพื่อนของเราอ่ะ คือตอนอยู่อ่ะแทบจะไม่เห็นเลย เขาเรียกว่าคนเราจะนึกถึงกัน และจะรักกันในวันที่เขาเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้มันคือเรื่องจริง
เพราะฉะนั้นอยากให้คนรักแล้วก็ติดตามผลงานของโมในสิ่งที่ดีๆ คือในช่วงชีวิตของดารา พุดเดิ้ลบอกโมเสมอว่า เธอคือแมวเก้าชีวิตนะ แล้วมันก็คือแมวเก้าชีวิตจริงๆ เธอผ่านมรสุมทุกอย่าง ทั้งรถคว่ำ เลิกกับแฟน กินยาฆ่xตัxตxx เป็นโรคซึมเศร้า โดนด่า ทำหน้าผิดรูป แต่ก็ยังกลับมาได้ เราก็ยังบอกกับโมเลยว่า เธอกลับมาได้แน่นอน แตงโม เธอไม่ต้องกลัว แล้วเธอก็ยังเป็นนางเอกได้อยู่"
แม้จะมีคดีผ่านไป 4 ปี ฝากเผื่อแตงโมหรือว่าแฟนคลับได้ยิน แตงโมยังเป็นนางเอกได้อยู่?
“ใช่ แตงโมยังเป็นนางเอกได้อยู่ แล้วก็ยังขอบคุณแฟนคลับทุกคน แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามข่าวแตงโม แล้วก็อยากให้เป็นกำลังใจให้กับทีมงานทุกๆ คนที่มีส่วนร่วมเกี่ยวกับการทำคดีให้มันมีความกระจ่างใส แล้วก็ถูกต้องจริงๆ ก็ยังไงก็เอาใจช่วยด้วยนะคะ”
เคยโดนถูกข่มขู่ไหม 4 ปีที่ผ่านมา?
“คือข่มขู่อันนั้น หนูไม่ทราบว่าการข่มขู่นั้น มันเป็นเบอร์โทรศัพท์ข่มขู่หรือยังไง ลักษณะไหน แต่ถามว่าช่วงแรกๆ อันเนี้ยหนูจำไม่ได้ว่าหนูเคยพูดหรือเปล่านะ ในช่วงแรกๆ ตอนนั้นมีแค่แบบว่า ไม่ได้มาพูดกับเราโดยตรง แต่พูดประมาณว่า อย่าพูดมาก อย่าให้เราพูดมากอ่ะ จากคนสักคนนึงดีกว่า แต่ว่าไม่ได้พูดมาขู่ว่า กูจะฆ่xนะ แต่แค่พูดประมาณว่า อย่าพูดมากถ้าไม่รู้เรื่องอะไร
แต่หนูก็บอกว่า คือเราพูดเนี่ย เราพูดในฐานะของความเป็นเพื่อนที่สนิทกันในช่วงสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสีย คือเราพูดปกป้องเพื่อนมากกว่า เราไม่ได้พูดว่า ไปฟันธงว่าอุ๊ย เขาโดนฆาตกรรมนะ โดนตกเรือเนี่ย แต่ว่าเราก็ไม่ได้เชื่ออยู่แล้วว่า แตงโมเนี่ยจะต้องไปปัสสาวะท้ายเรือ เพราะคือภาพลักษณ์ความเป็นนางเอกอ่ะ เขาจะห่วงภาพลักษณ์มากเลยนะ ในความที่เขาเป็นนางเอก เขาจะมาปัสสาวะท้ายเรือ มันก็เป็นไปไม่ได้ค่ะ”
ก็ตามคดีกันต่อไปแล้วกันเนอะ?
“ก็ฝากขอบคุณทุกคน ฝากเป็นกำลังใจให้กับทั้งทีมงาน อาจารย์ปานเทพ หมอธวัชชัย หรือช่วยเซฟพี่ขวัญ หรือคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ค่ะ คือต้องขอบคุณทุกคนจริงๆ ค่ะ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม