จากประเด็นที่ ขวัญ อุษามณี จะเข้ามาให้การเป็นพยานในคดีที่คุณแม่แตงโมแจ้งความกระติก ในข้อหาอ้าง/นำพยานหลักฐานเท็จเข้าสู่สำนวน ล่าสุด ขวัญ ก็ได้เดินทางมาตามนัดที่ สภ.นนทบุรี โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์พร้อมกับ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ถึงเรื่องนี้ พร้อมเผยเหตุผลที่ทำไม 4 ปี เพิ่งออกมาพูด

ขวัญมาในฐานะพยาน เราคิดว่าเราจะช่วยคลี่คลายคดีนี้ได้มากน้อยแค่ไหน?

"เรามาพูดในเรื่องของข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง แต่สุดท้ายใดๆ ข้อเท็จจริงทั้งหมดต้องอยู่ที่การรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานทั้งหมด แล้วก็พี่แตงโมก็โชคดีที่ได้มีคณะการทำงานกับคุณลุงสนธิ กับอาจารย์ปานเทพ วันนี้ขวัญก็เชื่อว่าได้เป็นอีกหนึ่งข้อมูล ที่เราจะสามารถทำให้พี่ๆ พนักงานสอบสวน ท่านอัยการ ศาล และพี่ๆ ตำรวจ ได้ข้อมูลที่เป็นระบบและชัดเจนขึ้นค่ะ และสุดท้ายขวัญก็เชื่อว่าตำรวจก็จะผดุงความยุติธรรม

ขวัญมาในฐานะที่เราเป็นลูกตำรวจเนอะ เราไม่ได้มาเพื่อจะมาโจมตีว่าใครคนใดคนหนึ่งทำผิด สุดท้ายขวัญก็ยังให้กำลังใจ ยังยืนหยัดอยู่ว่าตำรวจน้ำดี คนที่เขาเสียสละทำเพื่อผดุงความยุติธรรม เนี่ย รูปข้างหลังเนอะ ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชนก็คือตำรวจน้ำดีส่วนใหญ่ เราจะไม่เรียกว่าบางคนที่เขาทำความผิด แล้วเขาคือตำรวจไม่ดี อันนั้นไม่ใช่"

ขวัญเพิ่งมาทราบเมื่อไหร่ ว่ารูปเราถูกเอาไปใช้ในสำนวน?

"หนูเพิ่งทราบเมื่อวันอาทิตย์ค่ะ ที่อาจารย์โทรไป เพราะว่าคนไทยไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศค่ะ ก็จะได้เอาใจช่วยเรื่องของพี่โมตลอด และขวัญก็ด้วยเหมือนกัน แต่เราไม่เคยเห็นในเรื่องของเอกสารหรือตรงนี้ว่า เอาข้อมูลเรือของขวัญที่ขวัญลงไปนั่ง ไปให้ข้อมูลบิดเบือนหรือไปให้ข้อเท็จจริงอะไรที่มันคลาดเคลื่อนหรือผิดไปค่ะ"

ก่อนหน้านี้มีมาขอรูปมั้ย?

"ขวัญไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวค่ะ คนที่ขวัญรู้จักและสนิทด้วยคือพี่โม ไม่ใช่คนอื่น"

หลักฐานที่ถูกเปิดเผยวันนี้?

อ.ปานเทพ บอกว่า "มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย เหตุการณ์วันนี้นะครับในเรื่องเวลาของภาพ 20.32 น. ถ้า 1. ไม่มีการใช้ในสำนวน 2. ถ้าคุณแม่ไม่เปลี่ยนใจให้กลายเป็นผมเข้าสู่การเป็นผู้มีอำนาจในการเข้าถึงเอกสาร ถ้าไม่เปลี่ยนขั้ว ไม่เปลี่ยนทนายความ ไม่มีทางเข้าถึง การเข้าถึงเราเพิ่งรู้ความจริง แต่ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่รู้ความจริงนะครับ รู้ความจริง แต่ต้องทำคดีในส่วนเจ้าหน้าที่รัฐให้จบก่อน แต่ในส่วนของประชาชนเช่นคุณกระติก เราพบว่าเอกสารในสำนวนมันไม่จริง เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่คุณขวัญจะไม่ได้โพสต์และเล่าเรื่องนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เห็นว่าตัวเองไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรเลย จึงไม่ต้องบอกใคร แต่เมื่อเขารู้ว่ามีการอ้างภาพ ที่เกิดจากมีผู้อื่นไปถ่ายภาพไกลๆ และอ้างว่าเป็นคุณกระติก และคุณแตงโมถ่ายภาพให้ ผมบอกว่ามันไม่ใช่แล้ว และพอคุณขวัญรู้ความจริง ก็รีบให้ความร่วมมือ มาพูดความจริงและมาเป็นพยานให้กับภาพของตัวเองในเวลาดังกล่าวครับ 

พอเรารู้ว่าใครถ่าย ก็รู้ว่าใครโพสต์ภาพ ที่เรารู้เพิ่มเติมว่าใครเป็นเจ้าของเรือ พอรู้ทั้งหมดจึงรู้ว่าคุณขวัญอยู่ในเรือ และมีคนโพสต์ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นคุณขวัญ แต่มีคนบอกว่าเป็นขวัญอยู่ที่เรือ เพราะขวัญโพสต์ในไอจีสตอรี่ แต่ผมก็ไม่แน่ใจ พอคุณขวัญส่งมาด้วยตัวเอง และให้ดูว่าในนั้นมีภาพอะไรบ้าง เลยรู้ว่าใช่แน่นอน ซึ่งเป็นวันเดียวกัน ไปที่สะพานพระราม 8 แต่เป็นคนละเวลา เรือคนละลำ คนละกรุ๊ป จะส่งผลต่อรูปคดีอย่างมาก" 

ทำไมขวัญไม่แสดงเจตจำนงตั้งแต่คืนนั้น?

"ขวัญจะบอกว่าในแม่น้ำทั้งสายไม่ได้มีเรือแค่ 2 ลำ แล้วการที่เราจะมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ก็ต้องดูว่าเวลามันสมมาตรมั้ยกับการที่เราจะออกมาพูด แล้วตอนนั้นเรือของขวัญยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในคดี เราก็ไม่ทราบว่าเรืออีกลำจะเป็นเรือของเรา เพราะไม่ได้มีอะไรระบุเลย หรือว่ารูปภาพที่ออกมามันเป็นข้อมูลภายใน 

ที่ขวัญเพิ่งมาทราบ เรามาทราบจากอาจารย์ปานเทพเมื่อวันอาทิตย์นี้เอง ที่โทรมาหาขวัญ ว่ารูปนี้อยู่ในสำนวน ขวัญเป็นบุคคลธรรมดา ไม่สามารถเข้าไปล่วงรู้ถึงเอกสารในสำนวนที่ตำรวจมีอยู่ได้ เราก็ไม่ทราบว่าอันนี้บิดเบือนหรือคลาดเคลื่อนจากไหน 

แต่ขวัญทำหน้าที่เป็นพลเมือง เพราะเราก็ลูกตำรวจคนหนึ่งที่เราคิดว่าเราต้องยืดหยัด รักษาพยุงความถูกต้องของเราเอาไว้ ตอนนี้น้ำหนักอยากให้ขวัญออกมาพูด ขวัญก็ออกมาพูด แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น มันก็ไม่ใช่หน้าที่ที่เราจะต้องไปก้าวล่วงคนอื่น มันเกิดความวุ่นวายขัดแย้งไปกันใหญ่".

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม