จากกรณีที่ ต้า เฟ็ดเฟ่ เผชิญหน้ากับ ยัต ชัยโสโร อดีตเพื่อนสนิท ในรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 เป็นครั้งแรกหลังมีดราม่าแตกหัก จนนำไปสู่คดีความที่ยัตฟ้องต้า เรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท ซึ่งยัดก็เล่าถึงจุดเริ่มต้นแตกหักตั้งแต่เรื่องเงินของเฟ็ดเฟ่หาย 2 แสนบาท ก่อนที่ต้าจะยอมรับว่าเอาไป 

ไปจนถึงประเด็นเงิน 10 ล้านบาทในบริษัทที่ทำยูทูบแชนแนลชัยโสโรด้วยกัน โดยยัตยอมรับว่าเอาเงินบริษัทไปซื้อบ้านเพื่อทำออฟฟิศ รวมถึงรถ และใส่ในชื่อของยัต เพราะเป็นเงินที่ยัตค้างกับบริษัท แต่ก็มีให้เงินกับต้า 1.3 ล้านบาทเหมือนกัน คือเอาออกมาเท่าไหร่ก็โอนให้ต้าด้วย เป็นการแบ่งกัน

ก่อนที่ต้าจะออกโรงเคลียร์โต้กลับ โดยเฉพาะประเด็นเงินที่ได้เพียงแค่ 1.2 ล้านบาทครั้งเดียว แถมอีกฝ่ายยังยืมกลับอีก 5.5 แสนบาท แถมอีกฝ่ายยังเอาเงินบริษัท 3 ล้านไปซื้อรถ 2 คัน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด ต้า เฟ็ดเฟ่ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังมาร่วมรายการ

วันนี้หลังจากที่จบรายการ เราคิดว่าเรื่องนี้มันจะจบได้ไหม?

“คิดว่า...ไม่ได้ครับ เพราะว่าอากัปกิริยา ผมอยู่กับเขามา 27 ปี รู้หมดทุกคำพูด อากับกิริยา แววตา น่าจะ...ไม่จบง่ายครับ”

เพื่อนคนนี้ของเราแตกต่างจากเดิมที่เคยรู้จักกันเมื่อประมาณ 7 ปี 8 ปีที่แล้วยังไงบ้าง?

“คืออันนี้ก็ต้องแฟร์ๆ กับเขา ก็คือว่าในส่วนที่เขามุมที่เขาดีมันก็มีเยอะมาก แล้วผมก็ยังคิดถึงและเสียดายโมเมนต์นั้นที่จะมีกับเขา ก็เป็นอะไรที่แบบไม่อยากเสียไป ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็ไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้ ก็อยากคบกับเขาไปจนแก่ครับ”

แล้ววันนี้เรามีโอกาสไหมที่จะกลับมาร่วมงานกัน จับมือกันอีกครั้งหนึ่ง?

“ก็คงต้องใช้ระยะเวลาครับ สมมติวันนี้เขาบอกว่าเขาสูญเสียอะไรไปบ้างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง หรือจิตใจ หรือทรัพย์สิน เราก็สูญเสียไปเช่นกัน แค่ว่าเราเสียมาก่อนเขา แล้วเราสู้มาคนเดียวเลย ผมสู้มาคนเดียวจนหลังๆ ได้มีพี่แอ๊ะ ชาติฉกาจ แล้วก็มีทนายมุก แล้วก็ผู้ใหญ่หลายท่านเข้ามาช่วย 

ต้องขอบคุณพี่แอ๊ะ ขอบคุณทนายมุก ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านนะครับ แล้วก็ขอบคุณแฟนคลับพี่น้องประชาชนที่เริ่มมาให้กำลังใจครับ ซึ่งเหมือนวันนี้ว่าผมผ่านมันมาแล้ว ทีนี้ถ้ามันมีวันใดวันหนึ่งที่ผมลุกขึ้นมาขยันทำงาน จนผมอาจจะสร้างรายได้ จนผมสามารถมีเหลือในการที่จะเอาไปคืนในส่วนที่เขาบาดเจ็บในการทะเลาะกันครั้งนี้ เพื่อขอกลับมาเป็นเพื่อน แล้วถ้าเขายอม วันนั้นก็มีครับ”

หลังจากจบรายการไป ได้คุยอะไรกันบ้าง เห็นว่าออกมาได้คุย ได้สบตา ได้อะไรกันบ้างไหม?

“อ๋อ ไม่ได้สบตาครับ เพราะว่าหลังจบรายการปุ๊บ ทางพี่หนุ่มก็ขอชวนผมกับเขาไกล่เกลี่ยกันต่อครับ ก็ต้องขอบคุณพี่หนุ่มมากนะครับที่ช่วยแบบว่าเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย การไกล่เกลี่ยเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าอากัปกิริยาเขาไม่ดีเลยครับ”

เห็นบอกว่าเขาร้องไห้ด้วยใช่ไหม?

“เห็นครับ ก็ปวดใจ เป็นสิ่งที่เราก็ไม่อยากให้เห็น ไม่อยากเห็น แล้วเราก็คนเคยดีต่อกันนะครับ แล้ววันนี้แบบ… เออ…มันกลายมาเป็นศัตรูกัน ไม่ได้รู้สึกดีใจ รู้สึกเสียใจ ไม่ได้รู้สึกสะใจอยู่แล้วครับ แต่ว่าเราอยากชนะในแบบวิธีที่เราทำงานด้วยฝีมือ เราไม่อยากชนะบนกองซากปรักหักพังครับ”

เกี่ยวไหม เพื่อนเปลี่ยนไปเพราะเมีย?

“ไม่เกี่ยวครับ อันนี้ก็คืออยากชื่นชมเมียเขา ชื่นชมเลยว่าเมียเขาออกตัวให้เขา ต่อสู้ให้เขา มาชนกับผม พยายามดีแคลร์ คือในมุมนึงก็คือต้องชื่นชมน้องแอมมากๆ ก็เลยแบบ เออ…แต่เราอะ เราเคยเป็นคนนั้นมาก่อน เราก็เคยอยู่ข้างๆ เขาแล้วคอยต่อสู้ดีแคลร์ให้เขามาก่อน”

เรารู้สึกยังไงที่คนหุ้น 2% พูดเยอะกว่าคนหุ้น 49%?

“ก็อยากจะขอสังคม ผมเป็นคนที่เห็นใจเพศแม่ เห็นใจผู้หญิง ก็ไม่อยากให้สังคมไปวิจารณ์ทางน้องแอมเมียเขาครับ เขาก็เป็นผู้หญิง แค่ถ้าทุกคนมองอาจจะหมั่นไส้อะไร แต่อยากให้มองว่าเป็นความรักบริสุทธิ์ของผู้หญิงคนหนึ่งอะครับ ที่อยากจะปกป้องผัวอะครับ ผมมองในมุมว่าผมชื่นชมน้องแอมมาก”

แต่ในมุมที่ต้าพูด ต้าพูดว่ารำคาญออกมา?

“อ๋อ ผมหมายถึง ณ วันนั้นที่เขาเอาแชตมาอ้างอะครับ คือผมบอกว่าผมพิมพ์ว่าผมไม่เอาอะไรเลย ผมยกนี่ให้ เพราะผมรำคาญที่เขามาตามตื๊อผม เมียเขาอะ ผมเลยพิมพ์ไปเพื่อที่จะให้เขาไม่มายุ่งกับผม เพราะว่าพิมพ์ไปมันไม่มีผลอะไร เพราะเขาไม่ใช่กรรมการ เขาไม่ใช่เจ้าของ ผมไม่ได้คุยกับพี่ยัต”

กลัวคนตีความผิดไหม เพราะว่าคนดูแค่นั้นแล้วตีความว่าเรารำคาญเมียเขา?

“อ๋อ กลัวครับ ต้องขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้หมายถึง... ผมก็ได้ทำการขอโทษเขาก่อน แล้วพอพูดไปมีคำว่าเรื่องรำคาญ ผมก็รู้สึกไม่ดี ผมก็ขอโทษน้องแอมเขาอีกรอบหนึ่งครับ”

แต่ในรายการมันมีช่วงที่ต้าพูด พอพูดไปยัตพูดสวนมา แล้วบอกฟังผมก่อน คนรู้สึกว่าเราดูหลุดๆ ใส่ยัตหรือเปล่า?

“ก็เหมือน... คือผมโดนเขากดมาตลอดหลายปี ผม ณ ตอนนั้นพอเขาแวบมา หรือการเห็นแววตาสีหน้าเขา มันเป็นบาดแผลภาพจำที่มันถูกกระทำซ้ำๆ แล้วมันเป็นบาดแผลเป็นไปตลอดชีวิต มันไม่มีวันหายครับ 4-5 วันมานี้ ผมต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ประชาชนชาวไทยครับที่แบบให้กำลังใจผมครับ (ร้องไห้) ผมสู้คนเดียวมา อันนี้คือร้องไห้ด้วยความดีใจนะครับที่ทุกคนเอ็นดูให้กำลังใจผม ผมสู้มาคนเดียวเลยครับ 10 กว่าเดือน ผมออกมาสู้เสร็จ ผมโดนทัวร์ลงหาว่ามาโจมตีขายเพื่อน ผมแบบไม่รู้จะปรึกษาใครครับ แล้ววันหนึ่งทุกคนมาเอ็นดูให้กำลังใจผมครับ จนผมแบบแข็งแรงขึ้น พอย้อนกลับมาที่คำถาม วินาทีนั้นน่ะครับ... ถ้าผมหงออีกอ่ะ ผมนึกถึงคนที่มาให้กำลังใจผมอ่ะ ผมรู้สึกว่า เอ้ย ผมต้องสู้เพื่อพี่น้องประชาชนที่แบบให้กำลังใจผมครับ"

พอวันนี้เราได้ฟังสิ่งที่ยัตพูดมาแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?

"รู้สึก... เสียใจครับ เพราะเขาแบบจะเบลม จะเบี่ยง จะสาดให้ผมเป็นคนผิดครับ"

หลังจากนี้เราต้องการหรือว่าอยากจะได้อะไรจากฝั่งนู้นบ้าง หรือความคาดหวัง?

"ผมแค่เรียกร้องความเป็นธรรมครับ ในส่วนที่ผมควรจะได้ ที่ผมเหนื่อย ทุ่มเทอุทิศชีวิตมานะครับ วิชาชีพที่สร้างมาอะไรเงี้ยครับ จาก FEDFE ต่อมาที่ชัยโสโร ทั้งหมดมัน 15 ปี ผมขอแค่ส่วนที่ผมควรจะได้ แล้วมัน...อยากจะคุยตกลงกัน ไม่ต้องได้เต็มก็ได้อะไรเงี้ยครับ แล้วก็ผมก็ไปตั้งต้น เป็นทุนตั้งต้นไปสร้างช่องใหม่ของผม"

สามารถบอกได้ไหมว่าเท่าไหร่ ส่วนที่เราต้องการจะได้?

"19 ล้านครับ อันนี้ยังไม่นับตัว Channel YouTube ที่ผู้ติดตาม 3 ล้านกว่านะครับ, Facebook Fanpage แล้วก็ TikTok ที่มีการซื้อขายในกลุ่ม Follow ระบาด อันนี้ยังไม่ได้นับ อันนี้นับแค่ในส่วนที่ผมควรจะต้องได้ในตลอด 7 ปีนะครับที่อยู่บริษัท ผมไม่ได้บวกอะไรเพิ่มด้วย อะไรที่ไม่นับผมตัดทิ้ง ผมตัดได้ อยู่ที่นี่ครับ 19 ล้านครับ"

อีกฝั่งหนึ่งเขาก็บอกว่า ตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะถอนฟ้อง ถอนแจ้งความทุกอย่าง โดยที่ฝั่งเราก็ต้องทำด้วยเช่นเดียวกัน เราจะทำไหม?

"ทำครับ ผมพร้อมที่จะถอย พร้อมที่จะให้อภัย พร้อมที่จะให้มันจบไวๆ ครับ ผมอยากเริ่มต้นใหม่ ผมอยากทำงานแล้วครับ ผมเป็นคนชอบทำงานมาก"

หลายคนบอกว่าอยากให้กลับมาร่วมงานกัน คิดว่าอนาคตเวลายังจะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?

"ก็จะมีใน 2 ส่วนนะครับ ส่วนแรกก็คืออย่างที่บอก ผมต่อสู้มาคนเดียว แล้ววันนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่มาช่วยเหลือ มาออกตัวให้ มีคน... มีแฟนคลับ มีพี่น้องประชาชนที่มาดึงผมขึ้นมานะครับจากหลุมดำ ให้ผมแบบ 'เฮ้ย ต้า สู้ๆ' อะไรเงี้ย โดยหลักแล้วเนี่ย ก็ต้องไม่ลืมคนที่ต่อสู้มาเคียงข้างผม ทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ประชาชน แฟนคลับ ดังนั้นถ้าประชาชนไม่โอเค ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่โอเค ผมก็ต้องยึดตามคนที่เขาช่วยเหลือผม ก็คือทุกคนนะครับ"

ถ้าไม่มีคนอื่น เอาแค่เรา เรายังอยากกลับไปเป็นเพื่อนเขาไหม?

"อยากครับ... คืออันนี้ก็ต้องพูดแฟร์ๆ ว่า ในส่วนที่ดีของเขา ส่วนที่เราชอบโมเมนต์ร่วมกัน ความคลิกกันอะไรร่วมกัน มันมีเยอะมากครับ เอาจริงๆ มีเยอะมากกว่าสิ่งไม่ดีครับ ก็เสียดายโมเมนต์พวกนั้น ถ้ามันแก้ไขอะไรกลับไปได้ ต้องการอยู่แล้วครับ”

เสียใจไหม วันนี้แตกหักกันแล้ว?

“เสียใจมากครับ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้ครับ อยากฝากให้เป็นอุทาหรณ์กับทุกท่านว่า มีอะไรก็เคลียร์กันคุยกัน อุทาหรณ์อีกอย่างคือเรื่องนี้คนอาจยังไม่ค่อยเก็ตในสังคมไทย คือคำว่า Gaslighting มันทำร้ายความสัมพันธ์จริงๆ ครับ บางทีอาจจะเกิดจากความเผลอ อาจจะไม่ได้ตั้งใจ 

วันนี้อาจไม่ได้เกิดกับคุณ แต่คนที่คุณรักอาจโดนอยู่ก็ได้ หรือคุณทำคนอื่นอยู่ก็เช็กตัวเองด้วย และใครที่โดนอยู่ ผมเข้าใจความรู้สึกเลยว่ามันไม่สามารถออกมาได้จริงๆ ส่วนใหญ่ Gaslighting จะเกิดจากคนที่เรารัก เราจะออกมาก็ได้ แต่เรารักเขา บางทีก็ยอม ก็อยากฝากเรื่องนี้ให้สังคมไทยด้วยครับ ใครโดนอยู่ให้สู้ครับ ทำเหมือนผมครับ คือหนีออกมาจากตรงนั้นแล้วชีวิตจะดีขึ้นครับ”

วันนี้มาเจอหน้าเขาแล้วยังรักเพื่อนคนนี้ไหม?

“มันทั้งรักทั้งเคืองครับ ความเคืองก็มี ยังรักอยู่ก็มีครับ”

ที่เขาบอกว่าถ้าขอตั้งแต่แรก เขาก็จะให้ แต่พอมัน 9 เดือนแล้ว มันสะสมความแค้น คือเราทำอะไรให้เขาแค้นบ้าง พอเล่าได้ไหม?

"อันนี้ก็ขออนุญาตตอบนะครับ แต่ว่าก็ฟังหูไว้หูนะครับ ก็ให้ทางเขา... ถ้ามันไม่ถูกก็ให้ทางเขามาแก้ได้เลย ก็คือว่า จุดเริ่มต้นความแค้นนะครับ เริ่มจากเขาก่อนครับ ก็คือตัวคลิปเสียง เรื่องบังคับให้ผมเซ็นโอนหุ้นยกบริษัท ช่อง FEDFE ยกให้เขาครับ จุดเริ่มต้นคือวันนั้นเลยครับ"

ที่เราปล่อยมาใช่ไหม?

"อ๋อ ผมไม่ได้ปล่อยครับ"

แล้วเขาให้เหตุผลว่าอะไร ทำไมเขาต้องบังคับให้เราเซ็นยกให้?

"เขาบอกว่า เขาอยากได้บริษัท FEDFE ไปทำต่อ (คนเดียว?) ใช่ครับ เขาบอกจะเอาไปทำกับเพื่อนๆ ครับ"

แล้วเราว่ายังไงพอเขาพูดมา?

"เราก็ช็อกครับว่าเอาขนาดนี้เลยเหรอ เราก็บอกว่า เออ เดี๋ยวขอเอาไปอ่านก่อน แล้วเดี๋ยวเซ็นส่งแมสกลับไปให้ เขาก็หุนหัน โกรธ ไม่ยอม เขาบอกต้องเซ็นเลย แล้วตอนนั้นผมทำงานประจำอยู่บริษัทลอตเตอรี่พลัส เขามาดักเจอผม ผมทำงานอยู่ ผมลงมาแล้วไปดักเจอ 

แล้วเขาก็เนี่ยมี 3 คน มีเขา ภรรยาเขา แล้วก็ลูกน้อง มารุมกดดันผมให้ผมเซ็นยกบริษัท FEDFE ให้เขา ผมก็ไม่เซ็น เขาก็โกรธโมโห ด่าทอ ด่าถึงพ่อ เสร็จเขาก็บอกว่า ถ้าผมไม่เซ็นอะไรเงี้ย เขาจะขึ้นไปที่บริษัท ที่ทำงานผม ไปตะโกนโวยวายโวยวายให้ผมโดนไล่ออก ณ ตอนนั้นน่ะ ผมยังไม่ได้ดีขึ้น สภาพอาการจิตผมอ่ะยังไม่ได้ดี ผมก็ผมกลัวมาก"

คำว่า 'เอาไปทำกับเพื่อน' เราได้ถามไหมว่าคำว่าเพื่อนเนี่ยมีเราด้วยไหม?

"ไม่มีครับ"

ได้ถามเขากลับไหม?

"อ๋อ วันนั้นไม่ได้ถามครับ แต่ว่าเขาเอ่ยชื่อมา ทำกับคนนู้น คนนี้... แต่ไม่มีเราครับ"

ตอนนั้นมันมีสัญญาไหมเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องอะไร มันเลยทำให้เขามาบอกให้เซ็นยกให้?

"ไม่มีเลยครับ มันจะมีว่าเหมือนประมาณว่า ตอนที่อยู่บริษัทเก่าเนี่ย เขาทำกับผม มีผมเป็นเหมือนหลังบ้าน มีคนทำงาน แล้ววันที่ผม... เค้าเหนี่ยวผมไม่อยู่เนี่ย ผมหนีออกมาแล้วเนี่ย เขาก็ไม่มีใคร เขาก็เลยเบนไปที่กลุ่มเพื่อนเก่า FEDFE ก็เลยไปหว่านชวนเพื่อนเก่า FEDFE เนี่ย ให้มาแทนผม มาทำงานให้เขาแทนผมครับ"

ภาษาชาวบ้านคือเขี่ยเราออก?

"ก็ไม่เชิงเขี่ยครับ เราก็แฟร์ๆ ก็เราเป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหวหนีออกมาเองด้วย แล้วเหมือนเขาก็มองว่า ถ้าไอ้ต้าไม่อยู่ งั้นเฮ้ย กลุ่ม FEDFE ยังมี เขาก็เลยมองว่าจะเอากลุ่มเพื่อนเนี่ยมาทำงานแทนผม เพื่อทำงานให้เขาต่ออะไรเงี้ยครับ เขาก็เลยมีการจะเอา FEDFE ครับ"

นอกจากเรื่องคลิปเสียงที่ปล่อยออกมาแล้ว มันยังมีเรื่องที่เขาอ้างว่าเราเข้าไปล็อกอิน แล้วดีดแอดมินออกหมดเลย แล้วก็ลบบัญชีด้วย?

"ครับผม ก็อันนี้จะมี 2 ส่วนนะครับ มีการเอาแอดมินออก กับลบบัญชีนะครับ อันนี้ตอบลบบัญชีก่อนนะครับว่า เป็นไปไม่ได้ครับที่ผมจะทำ เพราะว่ามันเป็นเพจผม ใครจะลบเพจตัวเองทิ้งนะครับ เพราะวันนั้นเรายังไม่ได้ตกลงกันเรื่องมีเดียกันเลยว่า อันไหนเป็นของใคร อันไหนเป็นของใคร มันยังเป็นของผมอยู่ครับ 

แล้วก็ส่วนไอ้ลบแอดมินนะครับ เราเป็นเจ้าของเพจ แล้วมันเกิดเหมือนเหตุการณ์ที่เหมือนจะโดนแฮกหรืออะไรสักอย่าง เราไม่ไว้ใจในตัวลูกน้อง เราก็ดีดลูกน้องออกก่อนครับ ซึ่งเขาก็... นั่นแหละ เบลมว่าเป็นเราครับ"

เมื่อกี้ทนายอาร์มบอกว่า เงินที่ต้าได้เดือนละแสน ทำมาตั้ง 7 ปีเนี่ย มันต้องมีเงินเป็นสิบล้าน มันหายไปไหนหมด?"

"ก็... ไม่เคยครับ ไม่เคยเอาออกมาใช้ครับ"

คือเงินที่ได้ก็อยู่ในบริษัท?

"เก็บ... เก็บสะสมไว้ครับ (ไม่ได้เคยเข้ามาบัญชีเราเลย?) เคยมีแค่ครั้งเดียวครับ ที่แบ่งกำไรกันน่ะครับ ก็คือไอ้ 1,200,000 บาท ที่แบ่งกันประมาณปีที่ 2 ครับ ก็นั่นแหละครับ ก็แบ่งกันมาคนละล้านสอง แล้วเขาก็ยืมผมกลับไป 550,000 บาท ทุกวันนี้ยังไม่ได้คืนครับ แล้วเป็นครั้งเดียวที่ผมได้เงินกำไรมา จากนั้นอีก... ต่อเนื่องไปอีก 5 ปี ไม่เคยเอาเงินออกมาเลยครับ"

เพราะฉะนั้นที่เขาบอกว่าเราเอาเงินไปหมดกับการเล่นการพนันก็เลยไม่ใช่เรื่องจริง?

"ไม่จริงแน่นอนครับ"

ในส่วนของเราที่มีการเรียกร้องจากฝั่งเขา 19 ล้าน แล้วฝั่ง นู้นมีการเรียกร้องจากฝั่งเราอะไรบ้าง?

ต้า “เหมือนวันนี้เขาจะพูดเรียกร้องว่า เขาเสียหาย เขาเสียหาย อะไรเงี้ย ในเรื่องของแบบกระแสสังคมอะไรเงี้ย"

ทนายไข่มุก “เขาเสียหาย ในที่นี้คือที่เขาเรียกร้องมาจาก การพูดคุยคือเขาเสียหายในเรื่องของชื่อเสียง เสียหายในเรื่องที่ว่า สิ่งที่เขาเอากลับคืนมาไม่ได้ในเรื่องของครอบครัวเขา เรื่องลูกน้องเขาคนอื่นๆ ค่ะ เพราะว่าก่อนอื่นต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าในเคสนี้ มันเป็นการแบ่งคนที่อยู่ฝั่งพี่ต้า ฝั่งพี่ยัต แล้วก็ฝั่งเพื่อนๆ นะคะ 

ในวันนี้ตอนสุดท้ายเนี่ยเขาก็เหมือนทั้งคู่ก็ร้องไห้ ทั้งพี่ยัตแล้วก็ทางพี่แอมนะคะ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง แต่ว่าจากที่คุยกับพี่หนุ่ม แล้วพี่หนุ่มก็ขอว่า อะไรที่มันแบบว่าร้ายๆ อะไรเงี้ย อย่าเพิ่งพูดได้ไหม สิ่งที่เขาเรียกร้องมาทั้งหมดเนี่ย ถามว่าในอนาคตทนายประเมินว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป อันนี้ต้องขอพูดตามความเป็นจริงเลยนะคะ ก็คุยกับทนายอีกฝ่ายนึงเหมือนกัน ยกเว้นพี่อาร์มคนเดียว พี่อาร์มพูดว่า เดี๋ยวไปคุยเรื่องตัวเงินเลย แต่ทนายอีกคนหนึ่งก็บอกว่า เดี๋ยวรอดู พี่ยัตก็พูดคำสุดท้ายประมาณว่า 'พิจารณาต่อ' ทีนี้เราไม่รู้ว่าจะยังไงต่อ แต่คาดว่าน่าจะมีการคุยเรื่องตัวเลขต่อไปค่ะ"

อย่าง 19 ล้านนี่มันเป็นตัวเลขที่มีอยู่จริงไหม หรือมันเป็นตัวเลขที่แค่ประเมินขึ้นมา?

ทนายไข่มุก “ถ้าขายทรัพย์สินมีอยู่จริงค่ะ มีอยู่จริง มีสูงกว่านั้น แล้วก็พี่ต้ายังไม่ได้ประเมินเรื่อง YouTube, Facebook แล้วก็ TikTok 5 แสนกว่า ค่ะ YouTube อยู่ที่ 3 ล้านกว่า TikTok อยู่ที่ 5 แสนกว่า แล้วก็เพจล่าสุดตรงนี้ค่ะอยู่ที่ประมาณ 25,000"

แล้วตรงคดีที่บอกว่าจะไปพิจารณาอีกครั้งนึงที่ศาลนนทบุรีหรือเปล่า?

ทนายไข่มุก “คดีถัดไปใช่ไหมคะ คดี พ.ร.บ.คอมฯ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาค่ะ แจ้งวัฒนะ นัดเช้าค่ะ เป็นนัดสืบพยานแล้วค่ะ จะเป็นนัดสุดท้ายของคดีนี้ก่อนที่จะพิพากษา นัดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ลิขสิทธิ์ในเรื่องเดโมที่พี่ต้าเขาต่อสู้ว่าทำทุกขั้นตอนประมาณนี้ค่ะ"

แสดงว่าวันนั้นเราก็จะทราบผลการตัดสินใช่ไหม?

ทนายไข่มุก “จะเป็นการสืบพยานก่อนค่ะ ซึ่งทางทนายอาร์มก็มีการพูดว่าก็น่าจะมีการไกล่เกลี่ยกัน หรืออาจจะอัปเดตสิ่งที่คุยกันวันนี้ค่ะ"

วันนี้มีคนมาให้กำลังใจกันเยอะมาก มีมอบดอกไม้ให้ต้าเป็นกำลังใจ?

"ขอบคุณมากครับสำหรับดอกไม้นะครับ"

อยากขอบคุณกำลังใจไหม วันนี้เราได้ชีวิตใหม่?

"เมื่อกี้ร้องไห้ไปรอบนึงแล้ว อยากกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านนะครับที่ส่งกำลังใจมาให้ครับ ขอบพระคุณมากๆ คือมีความหมายกับผมมากๆ ผมดีใจมากครับ 

คือต้องเล่าว่า ผมไม่กล้ามาเจอแบบคล้ายๆ ว่า นั่งดีเบตกับเขา เพราะผมกลัวเขามาก อย่างที่เคยเล่าครับเป็นเรื่องจริงหมดว่า แค่ได้ยินเสียงท่อรถอ่ะครับ ผมก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว ว่าแบบ คิดในใจว่าวันนี้กูจะโดนอะไร วันนี้จะโดนด่าอะไร วันนี้จะโดนด่าอะไร ผมกลัวสั่น กลัวทุกอย่าง แม้กระทั่งว่า ผมกลัวตลอดเวลา เพราะว่าโทรศัพท์ผมอ่ะ เขามีเบอร์ผม ผมกลัวแม้กระทั่งอย่างงั้นอ่ะครับ

แล้วผมก็กังวลมาก หมายถึงว่าก่อนหน้านี้ครับ แทบจะไม่กล้าเจอเขาเลย แล้วพอ 5 วันที่ผ่านมาเนี่ยครับ ได้กำลังใจนะครับ ได้กำลังใจจากแบบว่า พี่น้องประชาชนนะครับ ทุกคนนะครับ แล้วก็พี่ๆ อินฟลูฯ พี่ๆ ดารา นักร้อง ต้องขอบพระคุณทุกคนมากครับ พอได้กำลังใจจากตรงนั้น มันเลยทำให้ผมที่แบบว่า  เฮ้ย เราจะมาฝ่อไม่ได้ เขาให้กำลังใจเรา ต้องให้ไม่สูญเปล่า

ผมก็เลยแบบ พอวันที่ได้เจอเขาครั้งแรก กลายเป็นผมไม่สั่น  คุยรู้เรื่อง ก็เลยต้องขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกคนมากครับ ก็อยากจะขออุทิศนะครับเรื่องของตัวเองให้เป็นอุทาหรณ์ แล้วก็ผมจะทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนนะครับ ตัวอย่างของสังคมนะครับ เป็นตัวแทนให้คนที่มีปัญหาทางโรคซึมเศร้านะครับ ขอเป็นกำลังใจให้คนที่มีปัญหาซึมเศร้าอยู่ตอนนี้นะครับ ขอให้เข้มแข็งนะครับ

แล้วก็ฝากทุกคนอย่าไปด้อยค่าคนรอบตัวที่เขาบอกว่าเขาเป็นซึมเศร้า ผมจะเล่าว่าคนที่พูดว่าตัวเองเป็นซึมเศร้าเนี่ย ไม่กล้าบอกใครนะครับ เพราะกลัวโดนเขาด่าตอแหxอะไรเงี้ย อย่าทำอย่างงั้นฮะ มันจะยิ่งขยี้เขาครับ แล้วก็ควรเปลี่ยนสังคมครับ เปลี่ยนสังคมไทยนะครับ 

ผมยืนยันคำเดิมว่า นักวิจารณ์มีมากมาย คนให้กำลังใจมีไม่มากพอครับ เราควรเป็นสังคมที่ให้กำลังใจกัน ให้กำลังใจทุกคนครับ แม้กระทั่งในออนไลน์แบบว่าเราเลื่อนฟีดไป ไปเจอใครมีปัญหา ต่อให้ไม่รู้จัก พิมพ์ให้กำลังใจเขาครับ มันมีคุณค่ามากครับ ผมเคยได้รับมาแล้วครับ ที่ทำให้ผมยืนได้ครับ

รู้สึกขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกคน อย่างน้อยการให้กำลังใจกัน ให้แบบว่าให้เห็นเป็นหมุดหมายครับว่า จริงๆ แล้วอ่ะ คนไทยครับ คนไทยน่ารัก นิสัยดีนะครับผม คนไทยเป็นคนดี ประเทศไทยเราดีครับผม ขอบพระคุณครับ"

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม