เปิดศึกเคลียร์ใจมหากาพย์ดราม่าระหว่างอดีตเพื่อนซี้ “ยัต ชัยโสโร” และ “ต้า เฟ็ดเฟ่” ผ่านรายการ โหนกระแส เกี่ยวกับปมพิพาทเรื่องการบริหารจัดการเงินและบริษัท โดย ยัต ได้ออกมาเปิดเผยถึงชนวนเหตุเริ่มต้นที่ทำให้ความสัมพันธ์เพื่อนรักต้องสั่นคลอน 

- ยัต บอกว่า เรื่องต้นตอที่มันเริ่ม เกิดจากการที่เราทำบริษัทเฟ็ดเฟ่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนวันหนึ่งได้มาทำงานด้วยกัน เราก็ทำกันมาด้วยความทุ่มเท เจ็บตัว ร้องไห้ ผิดหวัง เสียใจ มีเหตุการณ์เยอะแยะมากมาย จนวันหนึ่งเราได้ตัดสินใจแยกออกจากกัน ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา 

- พอแยกกันด้วยก็ตกลงตัดสินใจว่า บริษัทเป็นของต้าทั้งหมด เพราะต้าเป็นคนก่อตั้ง ริเริ่ม เป็นคนทำ ตัวต้าก็บอกว่า ไม่ มันเป็นของทุกคน ผมเห็นยังภูมิใจในตัวเขาเลย มันเห็นเพื่อนทุกคนตั้งใจทำ แต่กระบวนการทางกฎหมายเราคุยกันว่า ต้าต้องเป็นเจ้าของ ตอนที่คุยประชุมความคิดเห็นก็แตกต่างกันไป แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นต้าถือหุ้น 

- และมีผมเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในนั้นด้วย และมี เจมส์500 อยู่ในนั้นด้วย นี่คือบริษัทเฟ็ดเฟ่โปรดักชัน พอไม่ได้ทำเฟ็ดเฟ่แล้ว เรื่องเงินปันผลหลังจากที่บริษัทถูกปิดไปแล้ว แต่ยังมีรายได้เข้ามา เพราะยังมีคนมาดูคลิป รายได้ตรงนี้จะยังไง ต้าเขาก็ดีมาก เขาบอกว่า งั้นก็แบ่งทุกคนเท่ากัน 

- แต่ด้านที่เป็นธุรกรรม ต้าถือ 98% ผมถือ 1% เจมส์ถือ 1% ซึ่งตอนนั้นมีสมาชิก 9 คน ที่ต้าบอกจะแบ่งเงินปันผลให้เท่าๆ กัน 

- หลังจากปิด “เฟ็ดเฟ่” ไป ก็มาทำ “ชัยโสโร” แล้วพอผ่านมาเราก็ต้องมีเงินที่ไว้เคลียร์ค่าใช้จ่าย ซึ่งจะมีบัญชีที่ทำชัยโสโรเป็นคนดูแลต่อ เพราะว่าน้องบัญชีคนนี้ก็เคยทำเฟ็ดเฟ่มาด้วยกัน 

- ก็มีการตกลงกันว่า ถ้าบังเอิญเงินเรามีมากเราก็จะปันผลตามนั้น แต่ก็ต้องเหลือไว้ส่วนหนึ่งเพื่อไว้เคลียร์ค่าใช้จ่าย เพราะมีค่าภาษี แต่มันไม่มาก และเราได้ตกลงกันไว้ว่าถ้าบางคนบังเอิญมีเหตุต้องใช้เงิน สามารถมาบอกก่อนได้ และเราก็ปันกันได้เลย ก็เป็นแบบนี้มาตลอด 

- จนกระทั่งเริ่มมีปัญหากัน ปีที่จะต้องมีการเคลียร์ภาษี ก็มี น้องโบว์ ที่ทำบัญชีในออฟฟิศและต้องจัดการเคลียร์เรื่องเอกสาร ก็เป็นคนจัดการให้ต้าทั้งหมด อยู่ๆ น้องโบว์ก็มาบอกว่า “พี่ยัตเงินเฟ็ดเฟ่หาย” เลยให้ไปเช็คดู ซึ่งน้องไปเช็คแล้ว เงินหายจริง แล้วใครที่มีอำนาจการเบิก ก็คือพี่ต้า ก็เลยให้ไปคุยกับต้า เพราะว่าผมก็ไม่เคยคิดว่ามันจะมีแบบนั้น เราคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด 

- พอผ่านไป ไม่รู้ว่าเขาไปคุยกันยังไง แต่บรรยากาศในออฟฟิศเปลี่ยนไป เริ่มมีน้องๆ ในออฟฟิศพูดออกมาว่า ให้พี่ต้าบอกพี่ยัตเลย ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอหลายวันเข้าเริ่มรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง จนสุดท้ายน้องบัญชีก็ไม่ไหว ก็มากับแฟนผม มาคุยว่าเงินหาย และเงินหายจริง พี่ต้าเป็นคนไปกด ประมาณ 200,000 กว่าบาท เงินมันไม่เยอะ แต่ความไว้ใจมันเยอะ กดออกไปประมาณ 6 ครั้ง เป็นการถอนเงินออกไป 5 เดือนติด

- เขาเอาออกไปโดยที่ไม่บอกเราก่อน และมันคือเพื่อนเราด้วย ซึ่งธุรกรรมของชัยโสโร เปิดมา 7 ปี ผมไม่เคยไปเบิกเงินเลยสักครั้งเดียว ซึ่งต้าเป็นคนจัดการทั้งหมด ไม่ใช่ผมเลย ผมไม่เคยเบิกเลยสักครั้งเดียว 

- ด้าน ภรรยาของยัต บอกว่า ของบริษัทชัยโสโรต้องมีกรรมการคนใดคนหนึ่งเซ็นและเงินถึงออกมาได้ ซึ่งยัตไม่เคยไปเบิกเงินเลย เพราะเป็นเหมือนหน้าที่ของพี่ต้าในการเบิกเงิน 

- ด้าน ต้า ยอมรับว่าตัวเองถือหุ้นในเฟ็ดเฟ่ 98% จริง และยอมรับว่าไปถอนเงิน  200,000 กว่าบาทมาจริง ซึ่งมันเป็นเงินที่ตัวเองถือตามหุ้น มันอยู่ที่ว่าผมจะให้เพื่อนหรือไม่ให้ก็ได้ ตอนแรกผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน เพราะว่ามีเงินเดือน 150,000 พอมันมีเงินส่วนนี้ เราเห็นเพื่อนอีก 7 คนลำบาก ผมก็แบ่งให้ แต่พอวันที่ผมลำบากบ้าง เพราะว่าผมโดนลดเงินเดือนจาก 150,000 บาท เหลือ 40,000 ที่หักภาษีโน่นนี่นั่นแล้วเหลือ 37,000 พ่อผมก็ป่วยด้วย ทีนี้มันเป็นเงินเรา บริษัทเรา และเราลำบากด้วย 

- ด้าน ยัต บอกว่า เราคุยกันแล้วคุยอีก ว่าบริษัทเฟ็ดเฟ่เป็นของต้า ต้าจะเอาเงินนั้นไปเป็นของต้าก็ได้ คุยกันก่อนที่จะแยกย้ายกัน แต่สุดท้ายเขาก็บอกว่าเงินตรงนี้แบ่งทุกคนเท่ากัน เพราะทุกคนยากลำบากด้วยกันมา แต่พูดไปก็เหมือนพูดไปปากเปล่า แต่วันหนึ่งเพื่อนสมาชิกคนอื่นโดนบิด แล้วผมเป็นเพื่อนที่สนิทกับต้าที่สุด ผมจะยังไง แล้วเพื่อนคนที่เหลือถ้าไม่ใช่ผมแล้วจะเป็นใครที่เคลียร์เรื่องนี้ได้ 

- ยัตบอกว่า มีหลักฐานเป็นข้อความที่ต้าเป็นคนยืนยันว่าตัวเองเป็นคนเอาเงินไปจริงๆ และจะหาเงินกลับมาคืนให้ ซึ่ง ยัต ได้บอกว่าตัวเองเป็นคนให้ต้ายืมเงินเพื่อเอาไปใช้คืนเพื่อนๆ มายืมไป 300,000 บาท และต้าก็ได้เอาไปคืนเพื่อนๆ เฟ็ดเฟ่ เคลียร์จบแล้ว 

- ซึ่ง ยัต บอกว่า สิ่งที่เสียความรู้สึกคือ ต้า ไม่ยอมมาบอกด้วยตัวเองว่า ต้าเอาเงินไป 200,000 จนสุดท้ายต้องถามเอง เขาบอกว่า พ่อป่วย จำเป็นต้องใช้เงิน เราเดือดร้อน ซึ่งเรื่องนี้ก็เข้าใจ แต่ก็ได้ถามไปตรงๆ ว่า เป็นเพื่อนกัน บอกกันหน่อยได้มั้ยว่าจะไปเอาเงิน เรื่องเดือดร้อนเราเข้าใจกันอยู่แล้ว เพราะเราอายุ 40 พ่อแม่ทุกคนป่วยหมด ทุกคนในสมาชิกพ่อแม่ป่วยหมด เพราะเรา 40 กว่าแล้ว แต่ผมแค่บอกเขาว่าทุกคนก็มีความเดือดร้อนของเขา 

- ผมก็บอกเขาว่า เงินในชัยโสโรก็มี ทำไมไม่เอาไป ไปเอาเงินนั้นทำไม เขาก็พูดเองว่า เขาคิดว่าชัยโสโรไม่ใช่ของเขาเลย ผมก็รู้สึกแปลกๆ ก็โอเค ไม่เป็นไร เป็นเพื่อนกันมาว่ากันใหม่ หลังจากนี้ก็บอกกันนะ

-สำหรับประเด็นเรื่องเฟ็ดเฟ่ พี่หนุ่ม กรรชัย บอก ถ้าต้าผิด ว่าไปตามผิด ส่วนที่ต้า ถอนเงินมา 2 แสนบาท ในระยะเวลา 5 เดือน ของบริษัทเฟ็ดเฟ่ พร้อมกับขอโทษเพื่อนทุกคน จากแชตที่ยัตได้เปิดหลักฐานมา

-ด้านต้าได้ยืมเงินของยัตไป 3 แสนเพื่อไปคืนเพื่อนอีก 7 คน ด้านยัตบอกต้านำไปคืนเพื่อนจริง แต่ว่าไม่ได้นำ 3 แสนมาคืนตน ซึ่งพี่หนุ่มบอก จบ ในประเด็นนี้ไป

-หลังจากนั้นจะเป็นประเด็นเรื่องของชัยโสโรแล้ว

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม