ย้อนฟัง "กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล" เคยพาน้องชายต่างแม่ ออกมาเปิดตัวผ่านรายการ คุยแซ่บShow เมื่อช่วงปี 2567 ซึ่งน้องชายคนนี้ชื่อ "พัตเตอร์" เป็นน้องชายต่างแม่ที่ไม่เคยเจอหน้ากันเลยกว่า 30 ปี ซึ่ง กรีน เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ บอกว่า 

"30 กว่าปีไม่เคยรู้เลยว่ามีน้องชาย เพิ่งมาทราบว่ามีน้องชายต่างแม่ ก็ตอนที่คุณแม่บอก เขาบอกก่อนที่คุณพ่อจะเสีย เราไม่รู้หรอกว่าคุณพ่อจะเสียวันไหน แต่แม่บอกว่ามีน้องอีกคนนะชื่อพัตเตอร์ ตอนนั้นไม่ได้อะไร มีแบลงก์ๆ ไปหน่อย แต่ไม่ได้ติดต่อกัน แต่แม่ติดต่อ เป็นน้องคนละแม่  

ซึ่งความรู้สึกในตอนนั้นอาจรู้ตอนโตแล้ว เลยไม่ได้รู้สึกเฮิร์ต รู้สึกว่ามีน้องชายอีกคนนึง ดีใจที่มีน้องชาย เราเจอกันครั้งแรกในงานศพคุณพ่อ หนูก็เข้าไปกอดเขาเลย เพราะรู้สึกว่าเหมือนเขาไม่ได้รับการดูแลที่ดีมากพอ การทักทายอันแรกที่หนูไปกอดเขา มันน่าจะเป็นอะไรที่ทำให้สัมพันธ์พี่น้องน่าจะเร็วขึ้น ชัดขึ้น 

ที่รู้สึกว่าเขาไม่ได้รับการดูแลเพราะตัวหนูเอง คุณพ่อก็ไม่ได้อยู่บ้านเหมือนกัน เขาอยู่ต่างจังหวัดตลอด การที่เขากลับมา เขาจะพยายามพาเราไปกินข้าว ไปเที่ยว ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าพูดหนูเป็นครอบครัวใหญ่ เขาเป็นครอบครัวที่รองลงมาจากหนู ก็เลยมองตามสภาพว่าเขาน่าจะได้รับการดูแลที่ไม่ได้ดีมากพอ พยายามให้ความอบอุ่นเขาเท่าที่ทำได้ เขาไม่ใช่ตัวคนเดียวนะ มีพี่อยู่ตรงนี้"

ทางด้าน พัตเตอร์ เผยว่า "ปกติมีธุรกิจอยู่ที่เชียงใหม่ เป็นร้านกาแฟและร้านอาหารครับ อยู่แถวๆ นิมมาน ครั้งแรกที่พี่สาวมาโอบกอดก็รู้สึกขนลุกครับ ก็ตกใจนิดนึง แล้วก็แปลกๆ ดี แต่ก็ทักทายกันปกติ ก็ไม่ได้ทราบแบบชัดเจนว่ามีพี่สาว เราก็เห็นแค่นามสกุลแปะอยู่คล้ายๆ กันเฉยๆ" 

กรีน ยังบอกอีกว่า "เพิ่งมารู้เรื่องพัตเตอร์ตอนป่ะป๊าเสีย ส่วนน้องอีก 2 คนที่อยู่ทางใต้ รู้เพราะคุณพ่อบอกเอง บอกผ่านไลน์ ซึ่งตอนนั้นกรีนอายุ 18 เข้าวงการแล้ว และไปโปรโมตอควาเรียม ก็เห็นเด็กๆ ผู้ชายสองคนวิ่งอยู่แถวนั้น แต่ไม่รู้ว่าเป็นน้อง เพราะเขาให้เด็กเรียกป่ะป๊าว่าลุง ไม่ได้ให้เรียกว่าพ่อ ก็ไม่รู้เลย แบบไม่รู้ 

ก่อนป๊าเสียปีสองปี กรีนพูดเรื่องครอบครัวอะไรสักอย่างกับป๊า เขาก็พิมพ์มายาวมาก บอกว่าเขากลับมาเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ตอนนั้นความซื่อบื้อของกรีน ก็งง ให้เขาอธิบายว่ามันคืออะไร เขาอธิบายมายาวมาก เขาบอกว่าเขามีอีกครอบครัว เป็นน้องชายสองคน ชื่อ น้องไนซ์-น้องนาส"

ส่วนพี่น้องจริงๆ ของกรีน มีทั้งหมด 3 คน กรีนเป็นพี่สาวคนโต และน้องสาวอีก 2 คน พอมี พัตเตอร์ น้องไนซ์ และ น้องนาซ ก็รวมกันเป็นทั้งหมด 6 คน กรีนบอกว่า "รู้สึกว่ามีคนช่วยงานเยอะดี กรีนรู้สึกดีค่ะ ไม่รู้สึกว่าโห เราไม่เคยรู้จักเขาเลย เราไม่สามารถประสานความสัมพันธ์ ไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย รู้สึกแค่ว่าอยากดูแลน้องๆ ทุกคนให้ดีแทนป่ะป๊าด้วยซ้ำค่ะ"

ด้าน พัตเตอร์ เองก็บอกว่า จากที่เป็นลูกชายทางฝั่งเหนือคนเดียว มาวันนี้มีพี่น้องเยอะมาก รู้สึกว่า "เป็นเรื่องที่แปลกสำหรับผมที่โตแล้ว แล้วมารู้ทีหลัง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ อาจเพราะเราโตแล้วด้วยมั้งมีพี่น้องเยอะก็โอเค ดีกว่าไม่มีใครเลย ถ้าถามถึงช่องว่าง ช่วงแรกๆ ต้องมีอยู่บ้างอยู่แล้วครับ เพราะเราไม่ได้เจอกันตอนเด็กๆ เราเจอกันตอนโต เราได้คุยกันบ้างผ่านโซเชียลมีเดีย ก็ค่อยๆ ละลายพฤติกรรมกันไป ก็เข้าใจกันมากขึ้นครับ"

เมื่อถามว่า หากจะถูกคนมองว่า ทำไมต้องเข้ามาแสดงตัว และเพื่ออะไร พัตเตอร์บอกว่า "ส่วนตัวไม่ได้กังวล เพราะเราเข้ามาในพาร์ตพี่น้อง ไม่ได้เข้ามาหวังผลอะไรจากความสัมพันธ์ขนาดนั้น ไม่ได้รู้สึกว่าเข้ามาเพื่อเอาเงิน เราแค่รู้สึกว่าเขาคือพี่เรา เรารู้สึกแค่เป็นพี่น้อง พี่คุยกับน้อง ไม่ได้เป็นอย่างที่คนเหล่านั้นรู้สึกนะครับ เราไม่ได้หวังผลประโยชน์ใดๆ ก็สบายใจได้ ก็เป็นน้องคนหนึ่ง"

ซึ่ง กรีน เองก็ยืนยันว่า น้องชายคนนี้ไม่ได้เข้ามาหาผลประโยชน์แน่นอน "ไม่มีทางที่เขาจะหวังผลประโยชน์แน่นอน เพราะหลังจากที่ป๊าเสีย กรีนได้รู้จักเขา กรีนอยากรู้จักเขามากขึ้น ก็เลยขึ้นเหนือไปที่เชียงใหม่ อยากรู้ทุกอย่างว่าเขาทำอะไร เขาเติบโตด้วยตัวเองมาได้ยังไง เขามีธุรกิจของเขา มีหุ้นส่วนของเขา 

กรีนเห็นร้านกาแฟเขาแล้วแบบ เฮ้ย ทำคนเดียวเหรอ เขาทำกับเพื่อน แต่เขาทำได้ดีกว่ากรีนอีก กรีนก็อยากทำธุรกิจที่มีระบบแบบเขา ถ้าใครมาเห็นร้านกาแฟเขาจะเห็นเลยว่าเขาทำงานมีความรับผิดชอบมาก มันจะไม่ใช่แบบนี้ จะเป็นอีกแบบ เวลาพูดเขาจะพูดแบบธุรกิจ ไม่ได้หวังผลอะไรจากเรา เห็นแต่ความจริงใจที่เขามีให้เรา 

ซึ่งวันนี้เขามาออกรายการกับกรีนได้ เพราะเขามาอยู่กับกรีนที่กรุงเทพฯ ประมาณเดือนนึง อยากให้เขาพัก เพราะเขาเปิดร้านมา 8 ปี ไม่เคยได้พักเลย ทำงานตลอด พอเขาได้พัก ได้รู้จักกันมากขึ้น เขาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการกรีนไปเลย พูดภาษาง่ายๆ กรีนเป็นง่อยได้เลย ทุกวันนี้แทบไม่ได้ทำอะไรเลย เขาขับรถให้กรีน ปกติเราพึ่งพาตัวเองทุกอย่าง แต่พอเรามีน้องชาย นี่คือความสามารถพิเศษของครอบครัวเรา พอเรามีน้องชาย แล้วน้องชายมาช่วยเหลือเรา

หนูพูดด้วยความรู้สึกจริงๆ และหนูจริงใจ แล้วหนูก็เห็นความจริงใจที่เขามีให้หนู เขาก็เป็นคนดี เขาบอกว่าถ้าหนูจะมีแฟน ต้องหาแฟนได้ดีกว่าเขาเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหนูไม่รู้จะหาจากที่ไหนเหมือนกัน (หัวเราะ) เขาเป็นห่วงหนูทุกกระเบียดนิ้ว หนูจะเดินไป ถ้ามีทางชันก็จะบอกว่าเดินดีๆ ระวัง เขาจะพูดแบบนี้ตลอดเวลาเลย ไม่ให้หนูถือของอะไรเลย กลัวหนูนิ้วล็อกมั้งไม่รู้เหมือนกัน ไม่ให้ถืออะไรเลย แล้วล่าสุดไปไหว้พระกันที่ฮ่องกง เขาสะพายกระเป๋าหนักมากคนเดียว 2 กิโล ไม่ยอมให้ใครถือเลย พออยู่ด้วยกันทุกวัน มันเห็นว่าเขาไม่ได้ต้องการเงิน ไม่ต้องการอะไร เขาต้องการแค่ความอบอุ่น"

เมื่อถามว่า ถ้าเวลาเปลี่ยนและคนเปลี่ยน จะเป็นยังไง กรีน บอกว่า "คงเสียใจแหละ แต่สุดท้ายสิ่งที่หนูให้เขาคือความจริงใจ ถ้าเขาจะเล่นละครใส่หนู หนูก็ให้เขาไปแล้ว ก็ไม่ได้ต้องการจะมาเอาคืน แต่ถ้าเขาจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็อยากให้เขาเดินไปในทางที่ดีกว่านี้ ไปเจอคนที่ดีกว่านี้ค่ะ"

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม