ตั้งใจมาร่วมส่ง เร แม๊คโดแนลด์ เดินทางไกลครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน สำหรับทีมภาพยนตร์ “หนีตามกาลิเลโอ” ที่มี 2 นางเอกสาว เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ และ ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ พร้อมด้วย ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร ผู้กำกับฯ
ซึ่งทั้ง 3 คนก็ได้มาเล่าย้อนความทรงจำเมื่อครั้งได้ร่วมงานกับเร และฝ่ายต้น ผู้กำกับ บอกว่าเพิ่งคุยกันเมื่อเดือน ก.ค. 2569 ที่ผ่านมาว่าอยากรียูเนียนทีมหนัง “หนีตามกาลิเลโอ” แต่ไม่คิดว่าจะต้องมารียูเนียนในวันที่มาส่งเรเดินทางไกลแบบนี้
อยากให้ย้อนถึงวันที่ได้ร่วมงานกับเรในหนัง “หนีตามกาลิเลโอ”?
ต้น “จริงๆ เรเป็นนักแสดงที่ผมอยากร่วมงานด้วยกันมาตลอด เขาเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความเป็นตัวของตัวเอง มีความอิสระ เป็นคนที่กล้าคิดกล้าทำ แล้วก็มีแนวทางของตัวเอง ซึ่งตรงกับตัวละคร “ตั้ม” ในกาลิเลโอมาก ตอนที่เขียนบทก็รู้สึกว่า มันต้องเรเท่านั้น ก็อยากร่วมงาน เราก็เลยอยากชวนเรมาเล่นตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ทุกประโยคที่ออกจากปากเขามันคือการเมกเซนส์ความเป็นตัวละครตัวนี้อย่างแท้จริงครับ
แสดงว่าเขาเกิดมาเพื่อตัวละครตัวนี้เลยใช่ไหม?
ต้น “ผมว่าตอนที่เขียน ผมนึกไม่ออกเลยว่าใครจะสามารถพูดประโยคเหล่านี้ออกมา แล้วมันจะสามารถเชื่อได้ว่าคนนั้นเขาคิดแบบนี้จริงๆ เขามีความเป็นตัวของตัวเอง เขาคิดที่จะทำอะไรเขาก็ทำ คือผมรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่มันเป็นทั้งตัวเขา แล้วเป็นทั้งตัวละคร ซึ่งมันไปด้วยกันได้อย่างดีมากครับ”
ก่อนหน้านั้นมีโอกาสรู้จักหรือร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้ไหม?
ต้น “ผมว่าผมเป็นแฟนคลับพี่เร ผมโตมากับเร แม๊คโดแนลด์ คนในเจนเนอเรชั่นผมคือเห็นเขามาตั้งแต่เขาเป็นพิธีกร เป็นนักแสดง ดูหนังที่เขาเล่น ผมก็เป็นคนนึงที่รู้จักเขาในมุมของความเป็นตัวตนของคนที่มีความอิสระ มีความท้าทาย เป็นคนที่ทำให้รู้สึกว่าเราอยากใช้ชีวิต พอถึงวันนึงที่เรามีตัวละครแบบนี้ เราก็ไม่ลังเลที่จะเลือกเขาครับ”
ก่อนที่จะรู้จัก กับตอนที่รู้จักและร่วมงานกันแล้ว มันต่างกันยังไงบ้าง?
ต้น “ผมว่าเขาเป็นคนสนุกมากครับ เป็นกันเอง และเป็นนักแสดงที่เป็นมืออาชีพมากๆ อย่างที่บอกว่าเราคิดอยากจะทำงานกับเขามานานแล้ว แต่พอทำงานด้วยกันเขาให้เรามากกว่าที่เราเคยคิดไว้ด้วย ตัวละครหลายๆ อย่าง สิ่งที่เขาพูดออกมา มันแทบจะเป็นตัวเขาเลย ผมแทบจะไม่ต้องแก้อะไรเลย รู้สึกว่าเออว่ะ พอเป็นเรพูด เราก็เชื่ออยู่แล้ว ผมว่าอันนี้คือสิ่งหนึ่ง เขาเหมือนเติมความมีชีวิตให้กับตัวละครตัวนี้มากขึ้นไปกว่าสิ่งที่ผมคิดไว้ครับ”
เรเป็นพระเอกหนังเรื่องแรกของเต้ย?
เต้ย “พระเอกหนังเรื่องแรกค่ะ อย่างที่บอกว่าตั้งแต่ก่อนที่จะรู้จักพี่เร พี่เรก็เหมือนเป็นไอดอล เป็นคนที่เราชื่นชอบอยู่แล้ว พอมาได้ร่วมงานกัน เฮ้ย คนที่เราเคยเติบโตมาแล้วก็เห็นเขา ก็ได้ร่วมงานด้วย ก็ดีใจมากๆ เขาเป็นคนที่น่ารักมากๆ ค่ะ เต้ยรู้สึกว่าเขาเป็นแบบอย่าง เป็น inspiration ให้กับคนเจนเนอเรชั่นของพวกเราจริงๆ ในการที่เป็นตัวของตัวเองมากๆ
คือเขาเป็นตัวของตัวเองจริงๆ แบบที่มันไม่มีใครสามารถทำอะไรได้เลย เขายังยืนหยัดที่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองรักมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นยังไงตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ จากที่เฝ้าดูเขาตามตามทีวี ตาม YouTube เขาก็ยังเหมือนวันนั้นเลยค่ะ”
เต้ยได้วิชาอะไรจากเรบ้างในเรื่องการแสดง?
เต้ย “ตอนนั้นพี่เร ตอนที่เล่นเขาบอกรู้สึกยิบๆ มั้ยเวลาเล่นด้วย เหมือนเขาคงฟีลได้ตามตัวละคร ตอนนั้นหนูไม่เข้าใจค่ะ เพราะว่ามันเป็นหนังเรื่องแรก หนูไม่เข้าใจจริงๆ
แต่พอเราทำงานมาเรื่อยๆ เราก็รู้ว่าพี่เขาเก่งมากๆ เขาเรียลมากๆ การที่เขาเป็นนักแสดงด้วย ความเป็นตัวตนเขาด้วย เขาเป็นอินสไปเรชั่นของเต้ย และเชื่อว่าสำหรับคนที่อยู่ในเจนเนเรชั่นเดียวกัน แล้วก็น้องๆ ที่เพิ่งมาเห็นตอนนี้เลยค่ะ
ตอนที่ร่วมงานกัน เรน่ารักกับเต้ยยังไงบ้าง?
เต้ย “เขาชิลมากๆ ค่ะ อย่างที่วันนี้ได้ฟังพี่ๆ เขาพูดว่า คนที่อยู่กับเขาจะรู้สึกว่า เราไม่ต้องพยายามเป็นใคร เขาชิลมากๆ หลังจากที่ตอนนั้นได้ร่วมงานด้วย เวลามีใครถามเต้ยว่าชอบนักแสดงชายคนไหน เต้ยก็ตอบว่า เร แม๊คโดแนลด์ ค่ะ เป็นนักแสดงในดวงใจ ก็ชอบพี่เร ชอบสไตล์ของเขาด้วย ความที่เขาเป็นคน explore ชอบเดินทาง เห็นสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องที่น่าทำตามค่ะ”
ถามต่ายบ้าง การร่วมงานกับเรในตอนนั้นเป็นไงบ้าง?
ต่าย “ก็รู้สึกว่าเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพ เล่นมาจากอินเนอร์จริงๆ เหมือนเราไม่ต้องซ้อมอะไรกันเยอะ พอถ่ายก็ผ่านเลย เก่งจริงๆ”
มุมที่ต่ายรู้สึกสัมผัสได้ว่าเขาน่ารัก?
ต่าย “คือจริงๆ เราเติบโตมาพร้อมกับการเป็นแฟนคลับพี่เรสมัย Teen Talk ก็รู้สึกว่าเขาเป็นไอดอลมานานแล้ว พอได้ร่วมงานกันก็ประทับใจค่ะ”
ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทุกคนจดจำระลึกถึงเรตลอดไป จะมีโอกาสนำไปทำโปรเจกต์เพื่อเป็นการระลึกถึงเรมั้ย?
ต้น : “ตอนนี้ยังไม่ได้คิดครับ แต่ผมรู้สึกว่าตัวหนังเองก็เป็นความทรงจำที่ดีสำหรับพวกเราในฐานะที่เป็นคนทำงานร่วมกัน ผมว่ามันสามารถที่จะสื่อสารความรู้สึกบางอย่างให้กับผู้ชมได้
ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นความคลาสสิกของมัน ที่เรายังจดจำเรในแบบของตัวเขา มันคือบุคลิกของความเป็นเรจริงๆ ในการที่จะสื่อสาร หวังว่ามันจะเป็นอินสไปเรชั่นให้กับใครหลายๆ คนได้รู้สึกอยากจะออกมาเดินทาง อยากจะออกมาเป็นตัวของตัวเอง ได้ทำตามความฝัน ผมว่าแค่นี้มันก็เป็นความหมายที่ดีมากๆ แล้วครับ”
ทั้ง 3 คนเจอเรครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
ต้น “ผมจำได้ เพราะว่าผมเจอพร้อมเต้ย ตอนนั้น GDH กำลังมีโปรเจกต์ในการรวมหนังตอนระลึกถึง GDH พอดี ก็ไปถ่ายคลิปด้วยกัน พอรู้ว่าเรกับเต้ยต้องไป ผมก็อยากไปเจอเร นานแล้วครับ ครั้งนั้นครั้งสุดท้าย แต่ว่าตั้งใจจะไปเจอกัน ไปหาพร้อมกันเลย”
เต้ย “พวกเรายังคุยกันเลยว่าอยากเรารียูเนียน หาวัน”
ต้น “รียูเนียนกาลิเลโอ ยังคุยกันอยู่เมื่อช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมาเพราะว่าหนังเพิ่งเข้าไปช่วงเดือนกรกฎาคม 17 ปีครับ ปี 52 ก็ยังคุยกันอยู่ว่าเดี๋ยวรียูเนียนกันสักทีดีกว่า ก็ไม่คิดว่าต้องมารียูเนียนกันในวันนี้ แต่ผมรู้สึกว่าก็เป็นความตั้งใจที่อยากจะมาส่งเรนะ”
ตั้งใจจะรียูเนียนทีมหนัง “หนีตากาลิเลโอ”?
ต้น “ใช่ครับ อยากเจอกัน อยากมีโอกาสได้ไปพบปะ เพราะว่าช่วงเวลาที่ไปถ่ายหนังด้วยกัน ตอนนั้นมันพิเศษมากครับ มันเป็นกองถ่ายที่พิเศษมาก คนมีอยู่แค่ 13 คน แล้วทุกคนก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง ทำด้วยกัน อยู่ด้วยกัน มันเป็นเหมือนครอบครัวมากเลยตอนนั้น มันเป็นกองถ่ายที่ไม่เหมือนกองหนังเลยครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมากๆ สำหรับพวกเรา”
อยากพูดอะไรถึงผู้ชายคนนี้?
ต้น “ผมขอให้พักผ่อนให้สบาย เดินทางปลอดภัย คุณเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับทุกคนอยู่แล้ว ทุกคนจะจดจำคุณไว้เสมอ”
ต่าย “ก็อยากให้พี่เรไปสู่ภพภูมิที่ดีค่ะ”
เต้ย “เต้ยอยากบอกว่าพี่ใช้ชีวิตได้คุ้มมากๆ ค่ะ ได้ทำตามสิ่งที่พี่ฝันมากๆ แล้ว ก็ขอให้เดินทางต่อไป ค้นหาความหมายอะไรต่างๆ ที่พี่อยากค้นหาต่อไป ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันแล้ว แต่พวกเราก็ส่งใจให้พี่เสมอ”
วันนี้เห็นเตรียมแผ่นกระดาษเขียนข้อความมาด้วย?
ต้น “ทีมงานเหมือนเป็นการส่งพี่เรล่ะครับ คือทุกๆ ครั้งที่เรานึกถึงหนังก็จะมีภาพนี้อยู่เสมอ ผมยังจำภาพวันที่ถ่ายที่ ฌ็องเซลิเซ่ (Champs-Élysées) อยู่เลย ว่าเราถ่ายกันยังไง แล้วมันมีคนไทยที่อยู่ที่นั่นก็เดินมาแล้วก็ยกมือจริงๆ
ซึ่งมันพิเศษมากๆ เราก็ยืนอยู่เป็นคนไทย อยู่ในที่ที่แปลกที่แปลกถิ่น เป็นภาษาไทย แต่ว่ามีแค่คนไทยเท่านั้นที่จะเข้าใจสิ่งนี้ แล้วก็มีคนไทยเก็ตสิ่งนี้จริงๆ ก็เดินมายกมือโบกมือทักทายพวกเราจริงๆ มันพิเศษครับ”
ข้อความวันนี้เขียนว่าอะไร?
เต้ย “ใครรักพี่เรยกมือขึ้น ก็ขอให้พี่เรเดินทางปลอดภัย”
จากนั้นทีมงานส่งกระดาษที่เขียนว่า “ใครรักพี่เรยกมือขึ้น” และ “เดินทางปลอดภัยนะพี่เร” มาให้ เต้ย-ต่าย ถือ เพื่อสื่อมวลชนได้เก็บภาพกันด้วย
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม