ทำเอาหลายคนฟังแล้วอบอุ่นหัวใจ เมื่อ “เอวา ปวรวรรณ” ออกมาเปิดเรื่องราวชีวิตผ่านคลิปพิเศษ เพื่อขอบคุณตัวเองในวัยเด็กหรือ “น้องอุ๋ย” ชื่อเดิมของ เอวา พร้อมย้อนเส้นทางจากเด็กหญิงวัยเพียงไม่กี่ขวบที่มีความฝันอยากเป็นนักแสดง อยากยืนอยู่บนเวที และอยากให้ผู้คนรู้จัก จนวันนี้ความฝันเหล่านั้นค่อยๆ กลายเป็นจริงในรูปแบบที่อาจแตกต่างจากที่เคยวาดไว้

“เอวา ปวรวรรณ” เล่าว่า “วันนี้อยากทำคลิปเพื่อขอบคุณตัวเองในวัยเด็กนี่คือภาพเอวาตอนเอวาอายุประมาณ 2 ขวบนะคะ “เด็กหญิงอุ๋ย” ชื่อเก่าของเอวาเอง น้องอุ๋ยเนี่ยมีความฝันอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก อยากไปไหนก็มีแต่คนรู้จัก อยากได้อยู่บนเวที แม้วันนี้เขาอาจจะยังไม่ได้เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ แต่ว่าอย่างน้อยเขาก็ได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ เป็นยูทูบเบอร์ เป็น TikToker ที่ประสบความสำเร็จมากๆ เลย 

มันมีคำพูดหนึ่ง Shoot for the moon Even if you miss You’ll land among the stars. ตั้งเป้าหมายไว้สูงเลยค่ะ ไปที่ดวงจันทร์แต่ต่อให้เราไปไม่ถึงดวงจันทร์ แต่เราก็ได้อยู่บนดวงดาวที่สวยงามและอาจจะสวยงามดีกว่าที่เราคิดไว้ด้วยซ้ำ อุ๋ยเป็นเด็กที่โดนบูลลี่มาตั้งแต่เด็กเพราะว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ย้ายมาอยู่ฮาร์โรว์ประมาณ ป.4 ป.5 แล้วก็มีชื่ออุ๋ย ก็เลยโดนบูลลี่เข้าไปใหญ่ 

ตอนแรกๆ คนในครอบครัวก็มองว่าอยากให้เป็นนักธุรกิจมากกว่า อยากให้สานต่อครอบครัวมากกว่า ซึ่งก็ต้องบอกก่อนว่า เอวาก็จะกลับไปทำ ไม่ใช่ทิ้งครอบครัวนะคะ แล้วตอนนี้เอวาก็มีทีมงานหลายชีวิตมากๆ 10 ชีวิตที่ต้องดูแลด้วย เพราะฉะนั้นเอวาก็อยากให้รากฐานตรงนี้มั่นคงก่อน ก่อนที่จะกลับไปช่วยที่บ้านแบบเต็มตัวค่ะ 

จะบอกว่าทุกวันนี้ อุ๋ยเก่งมากๆ เลยนะ รู้มั้ยว่าอุ๋ยหาเงินด้วยตัวเองทุกเดือน โดยที่ไม่ได้ขอเงินครอบครัวเลยสักบาท อุ๋ย หาเงินเลี้ยงดูทีมงานได้ เป็นกัปตันเรือ เป็นหัวเรือได้เพื่อพาทุกคนไปถึงฝั่งได้ ถึงแม้จะขี้เกียจ เป็นบอสที่สโลว์ไลฟ์ที่สุดแต่ก็ภูมิใจในตัวเองมากๆ เลยค่ะ 

อุ๋ยผ่านการทำพอร์ตโฟลิโอของตัวเองด้วยค่ะ เป็นอะไรที่ภูมิใจมากเลย พอร์ตโฟลิโอเล่าเรื่องราวเพื่อที่วันหนึ่งจะไปแคสติ้ง จะได้เอาอันนี้ไปให้เขาได้อ่าน ละครเวทีที่ตั้งใจทำ ก่อนหน้านี้ เอวามีผู้ติดตาม 6,000 คน ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้จริงๆ ค่ะ ถ้าเราไม่ยอมแพ้ เชื่อมั่นในความฝันของเรา 

อยากขอบคุณตัวเองในวัยเด็กมากๆ เลยที่ยังรักษาความจิตใจดีนี้ไว้ มีคอมเมนต์ไม่ดี มีคนที่อยากที่จะทำร้ายจิตใจเราตลอดเวลา โดยที่บางทีเราไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลยด้วยซ้ำ อยากขอบคุณตัวเองที่ไม่เคยยอมแพ้ในความฝัน จนวันนี้เป็นอินฟูลเอนเซอร์ที่ประสบความสำเร็จ ได้เป็นนักแสดง ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำเยอะมากๆ 

ถ้าได้คุยกับ อุ๋ย ใน 3 ขวบ หรืออุ๋ย ใน 7 ขวบ 10 ขวบไม่มีทางเลยค่ะ ที่เขาจะเชื่อว่าเด็กผู้หญิงในวันนั้นที่ทำละครเวทีให้คนที่บ้านมาดู ให้มาดูละครเวทีตัวเองในตอน 7 ขวบตอนนั้น จะมาเป็นเอวาในวันนี้ 

ตอนนี้หนูรู้สึกมีความสุขกับชีวิต รู้สึกว่าอยากเติบโตไปมากกว่านี้ อยากสร้างรากฐานที่มั่นคงกว่านี้ ในอดีตเอวาเป็นคนที่ขี้อิจฉาคนมากๆ เป็นหนักมากเลยค่ะ จนตอนจบ พอเรามาเจอความทุกข์เราเลยได้รู้ว่า ไม่ว่าเราจะมีชื่อเสียง ไม่ว่าเราจะมีเงินทองมากแค่ไหนมันก็ดับทุกข์ไม่ได้เลยค่ะ 

ทำให้เอวาได้เรียนรู้ว่ากิเลสของมนุษย์ไม่มีวันหมด มันเป็นเหมือนแม่น้ำที่ไม่มีจุดจบ เราจะต้องรู้ให้ได้ว่าจุดนี้เราแฮปปี้แล้วนะ แล้วก็เดินต่อไปในทางของเรา โดยที่ไม่ต้องมีเวลามากำหนดความสำเร็จของเรา 

ขอบคุณทุกคำดูถูก ทุกคำด่าที่ทำให้อยากพิสูจน์ตัวเอง แต่วันนี้ไม่ต้องพิสูจน์ให้ใครเห็นแล้วนะ เธอดีพอแล้ว ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ไม่ต้องทำร้ายหัวใจตัวเอง ภูมิใจในตัวเองมากๆ จากวันแรกที่ก้าวเข้ามาจนถึงตอนนี้มันสุดยอดแล้ว รักอุ๋ยมากๆ นะ แล้วก็รักเอวาด้วย”

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งมุมของ “เอวา” ที่ทำให้ได้เห็นว่า กว่าจะมาถึงวันที่ยืนได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ได้มีเพียงความสำเร็จ แต่เต็มไปด้วยบทเรียน คำบูลลี่ และวันที่ต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง จาก “น้องอุ๋ย” เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เคยมีความฝันสู่ “เอวา” ในวันนี้ที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองให้ใครเห็นอีกแล้ว เพราะแค่ไม่ยอมแพ้และยังรักษาหัวใจของตัวเองไว้ได้ ก็ถือว่าเดินมาไกลและเก่งมากพอแล้ว

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม