ชาคริต แย้มนาม, ทาทา ยัง, อ้น ศรีพรรณ และ หลิว มนัสวี เดินทางมาร่วมงานศพ เร แมคโดนัลด์ หรือ เร แม๊คโดแนลด์ ณ วัดยาง พระอารามหลวง พร้อมเปิดใจถึงมิตรภาพของแก๊งนักแสดงจากภาพยนตร์ O-Negative หลังการจากไปของเร ซึ่งทุกคนยอมรับว่า แม้หนังจะจบไปนานแล้ว แต่ความเป็นเพื่อนยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
อยากให้เล่าถึงความผูกพันของเพื่อนแก๊งนี้ที่มีต่อเร ถ้าพูดถึงเรื่องราวตอนที่ร่วมงานกันในเรื่อง O-Negative เป็นยังไงบ้าง?
หลิว มนัสวี: อันนั้นเป็นหนังเรื่องแรกของหลิวด้วยค่ะ ก็ได้เจอทุกคนครั้งแรกยกเว้นทาทา ก็เลยรู้สึกแบบ... เจอคนใหม่ๆ ที่เขามีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก เป็นคนที่เล่นหนังได้เก่งมากๆ ค่ะ เล่นแบบธรรมชาติ ทำให้หลิวต้องเรียนรู้จากเขาอ่ะค่ะ เวลาที่ถ่ายเสร็จทุกคนก็จะมาดูแล้วจะบอก อุ๊ย ทำไมเรเล่นดีขนาดนี้ แล้วก็ระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันนานค่ะ เพราะว่าในแต่ละครั้งที่จะถ่ายแต่ละอาทิตย์ จะต้องมาเวิร์กช็อปกัน ก็เลยอยู่ด้วยกันนานมากในช่วงนั้นค่ะ
แล้วเรเป็นแบบอย่างในด้านการแสดงให้เพื่อนๆ ด้วยไหม?
หลิว มนัสวี: ทุกคนก็จะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง เรก็จะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง ก็เล่นในบทบาทที่เหมาะสมสำหรับเขามากๆ ค่ะ ก็คิดว่าใครก็เล่นแทนเขาไม่ได้
แล้วทาทาล่ะ ณ ตอนนั้นที่ได้ร่วมงานกันเป็นยังไงบ้าง?
ทาทา ยัง: ก็... (นิ่งเงียบ) เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของทาทาเลยค่ะ เพราะว่าได้มีเพื่อนกลุ่มโอ หนึ่งในเพื่อนกลุ่มโอก็คือคุณเร แม๊คโดเนลด์ นะคะ แล้วก็ทาทากับเร แล้วก็ชาคริตเอง แล้วก็ทุกๆ คนตรงนี้ คือเหมือนที่พี่หลิวพูดเมื่อกี้อ่ะค่ะ ว่าเราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะมากจริงๆ แล้วมันเป็นช่วงเวลาที่เราค่อนข้างเป็นวัยรุ่น มีความทรงจำ มีความจดจำอะไรดีๆ ต่อกันและกันเยอะมาก หนังเรื่องนี้ไม่ได้เพียงแต่เป็นหนังที่สะท้อนเกี่ยวกับเรื่องเพื่อน เราในฐานะนักแสดงได้ผูกพันและเป็นเพื่อนกันจริงๆ แล้วก็รักกัน...จริงๆ (เสียงสั่น)
แสดงว่าเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเพื่อนที่รักยาวนาน?
ทาทา ยัง: ใช่ค่ะ คือแปลกมากตรงที่ว่าเรามาจากคนละที่เลย แต่พอเรามาอยู่ด้วยกัน มันมีเคมีบางอย่างที่ไม่ได้เจอกันนาน แต่พอมาเจอกัน ก็เหมือนแบบ...
ชาคริต: พูดไม่หยุด
ทาทา ยัง: พูดกันไม่หยุด ไปเรื่อยๆ แล้วก็เข้าใจกันทุกคน แล้วก็เอาเป็นว่า ทาทากล้าพูดว่าเพื่อนกลุ่มเนี้ย ไม่เคยทะเลาะกันเลย ไม่เคยน้อยใจ ไม่เคยทะเลาะกันเลย เป็นเพื่อนกลุ่มที่สบายใจ อยู่ด้วยกันแบบสบายใจ เข้าใจกันทุกๆ อย่าง
แสดงว่าที่ผ่านมา มันมีอะไรหลายๆ อย่างดึงดูดเราไว้ใช่มั้ย เป็นเพื่อนกันแต่ไม่เคยทะเลาะกันเลย?
ทาทา ยัง: ก็คงมีความพิเศษบางอย่างที่เราต้องเกิดมาแล้วมาเจอกัน แล้วก็มีบุญแบบนี้ด้วยกัน ไม่เคยทะเลาะกันเลยอ่ะ
ชาคริต: งานพาพวกเรามาเจอกัน พอหนังจบไปแล้วแต่ Friendship ไมตรี มันยังไปต่อ
อ้น ศรีพรรณ: มันไม่มีเวลาทะเลาะกันนะคะ เพราะเราก็นอนข้างถนนมาด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน เราต้องสามัคคีกันเพื่องาน เราก็ได้เล่นสนุกกันด้วยในช่วงเวลาที่เราวัยรุ่นน่ะค่ะ อ้นดีใจมากมาเจอซูเปอร์สตาร์ในดวงใจ ทุกวันนี้ก็ยังร้องเพลงเขา คริต เร สนิทกันอยู่แล้ว อ้น เร ชาคริต มาจากโรงเรียนทีนทอล์ค มาเจอที่นี่ พี่หลิวก็มาป๊ะกันที่นี่ ไม่มีเวลาตีกันเลยค่ะ มีแต่เรื่องสนุกสนานและมีความสุข
ชาคริต: จริงๆ เป็นการเจอกันที่วิเศษ ประหลาด คือ Friendship ความเป็นเพื่อนที่มันอยู่ในจอ แต่มันยังเป็นอะไรที่เป็นอมตะมาถึงทุกวันนี้
อ้น ศรีพรรณ: ใช่ แล้วแต่ละวันก็ไม่เหมือนกันเลยค่ะ โดยเฉพาะพี่เรเรานี่แหละค่ะ
เป็นยังไงบ้าง เล่ามุมที่แบบว่า...?
อ้น ศรีพรรณ: พี่เรคือ... เด็ดเดี่ยว ปราดเปรียว และไม่เหมือนกันเลยสักวัน โดยเฉพาะฉากที่ไปถ่ายที่ทะเล (หัวเราะ) รวมถึงพี่คริตด้วย ก็จะไม่เจอเขาในห้องนอน ก็จะไปเจอเขาตามริมทะเล น่ารักของเขาแหละ
ทาทา ยัง: นั่งกันอยู่ข้างนอก
อ้น ศรีพรรณ: (หันไปพูดกับทาทา) อยู่กับแม่ของคุณค่ะ คุณบัญชรค่ะ
ทาทา ยัง: ตอนนี้ก็ไปอยู่กับแม่แล้ว ตอนนี้ไปเจอแม่แล้ว
ชาคริต แย้มนาม: รอถ่ายแสงเช้า
อ้น ศรีพรรณ: รอดีๆ ไม่ได้ ต้องไปรอริมทะเลนอนอย่างงี้
ทาทา ยัง: นี่ยังดีนะ นี่ยังนั่ง คนนั้นน่ะนอน
อ้น ศรีพรรณ: คนนั้นนอนเลย แล้วก็ให้น้ำทะเลซัดเข้ามา เขาเป็นอย่างงี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่มีใครเหมือน แล้วตอนนี้ไม่มีแล้วไง บนโลกใบเนี้ย เขาไปแล้วอ่ะ
ทาทา ยัง: แล้วเป็นคนมีความคิดที่แบบ... บทจะถามอะไรขึ้นมาเนี่ย บางทีตอบไม่ได้อ่ะ แบบว่าเฮ้ย มึงคิดว่าเป็นอย่างงั้นเปล่าวะ อาร์ตอ่ะ เป็นคนอาร์ต อาร์ตจริงๆ สมชื่อในเรื่อง
คริตจำกัดความสัมพันธ์ว่า เป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษและประหลาด ทำไมเพื่อนแก๊งเราถึงนิยามสองคำนี้?
ชาคริต: ผมว่าเราโชคดีมั้งครับ กับการที่เราทุกคนก็เป็นตัวตนในแบบของเรา แล้วเราใช้ความจริงใจ ใช้ใจนำในการรู้จักกัน ทำงานด้วยกัน จนมันสนิทกันเกิน... เกินสคริปต์อ่ะ สนิทกันจนมันออกไปเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน กลายเป็นเพื่อนกัน กลุ่มเดียวกัน ถึงแม้นานๆ จะเจอกัน แต่พอเจอก็เหมือน...นี่ก็อีกกลุ่มหนึ่ง พอเจอปุ๊บก็เหมือนเพิ่งเจอเมื่อวาน
อ้น ศรีพรรณ: พอย้อนนึกถึงช่วงชีวิตตอนนั้นน่ะ มันมีความสุขมากเลย มีความสุขแบบที่ปัจจุบันไม่สามารถจะให้ได้แบบนั้นอ่ะค่ะ คือมันไม่มีอีกแล้วอ่ะ คือมันสนุกสนานมาก ไม่มีโซเชียล เราจะกลิ้งอยู่ตรงขอบไหน
ทาทา ยัง: ใช่ คือหันไปก็ต้องเจอกันเอง ก็ต้องคุยกัน ก็ต้องชวนกันออกไปกินข้าว กินข้าวในกองก็ต้องกินพร้อมกัน เพราะเดี๋ยวถ่ายก็ต้องถ่าย เข้าฉากก็ต้องเข้าฉากพร้อมกัน
อ้น ศรีพรรณ: เมื่อวานที่อ้นโทรไปบอกทาทา กว่าทาทาจะรู้ว่ามันคือความจริง คุยกันอยู่เป็นนานอ่ะ จนวางหูไปแล้วเขาก็โทรกลับมาใหม่บอก อมิตา ตอนแรกนึกว่าอ้นจะโทรไปคุยเรื่องที่เอาเพลงเขาไปร้องบนเวที แต่ว่าไม่ใช่ จะโทรมาบอกว่าเรเสียชีวิตแล้ว เรมันไม่อยู่แล้ว
ทาทา ยัง: แล้วตอนแรกนี่ก็ตกใจ เดี๋ยวก่อน เรไหน แล้วก็นี่บอกเรแม๊คอ่ะ
อ้น ศรีพรรณ: เออ กว่าเขาจะเชื่อ โทร 19 ครั้ง พี่อ้นนี่มันจริงแล้วใช่ไหม แต่ไม่กล้าโทรหาคริต ก็โทรบอกพี่หลิว
หลิว มนัสวี: ทาทาร้องไห้หนักมาก ร้องต่อไม่ได้ ต้องค่อยๆ ปลอบเพราะว่าจุกอกอยู่นานมาก
ถามถึงที่ลงไอจี บอกว่ายังไม่มีโอกาสขอโทษเลย?
ทาทา ยัง: ใช่ คือพอนึกถึงฉากนั้นขึ้นมาค่ะ มันคือฉากถ่ายกับคริตอ่ะ ทาก็จะมีฉากที่นึกว่าพวกเราคงจะจำกันได้ว่า ซ้อมแล้วซ้อมอีก แต่ฉากกับเรฉากเนี้ย เป็นฉากที่แคสต์ด้วยกันตั้งแต่แรกเลย คือเจอฉากแคสต์ด้วยกันก็คือเจอฉากนี้เลย แล้วเราก็ค่อยๆ พัฒนาในการแสดงฉากเนี้ยขึ้นมาด้วยกัน
จนในวันนั้นที่ถ่ายจริงๆ อ่ะ ทารู้สึกว่า เรารักกันไปแล้วอ่ะ เราเป็นเพื่อนจริงๆ กันไปแล้ว เราเป็นเพื่อนกลุ่มนี้กันไปแล้ว แล้วก็ผลักจริง เล่นจริง ทุกๆ อย่าง จนรู้สึกว่า วันนี้มาดู เพราะว่าความรู้สึกนั้นมันนึกถึง พอกลับย้อนไปดูแล้ว เรายังรู้สึกว่า โห แบบ เล่นกับเพื่อนแรงมากเลย ผลักเพื่อนแรง แล้วก็ล้มจริงอ่ะค่ะ แล้วของตรงนั้นก็ไม่ supposed ที่จะต้องระเนระนาดขนาดนั้น เราก็เลยรู้สึกแย่ แบบ... ยังไม่ได้ขอโทษเพื่อนเลยต่อหน้า
ก็เลยรู้สึกว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ติดค้างในใจเล็กๆ ใช่ไหม ว่ายังไม่ได้ขอโทษด้วยตัวเอง?
ทาทา ยัง: คือทาว่าเวลาคนเราสูญเสียอ่ะค่ะ มันจะคิดไปหมดว่าเรายังไม่ได้ทำอะไรเลยกับเพื่อนคนนี้ มันมีอะไรบ้างที่เรายังไม่ได้พูด เรายังไม่ได้ทำอ่ะ
ได้มีโอกาสขอโทษเรตอนที่เข้าไปข้างในไหม?
ทาทา ยัง: ขอโทษตั้งแต่รู้สึกตัวเมื่อวานแล้วค่ะ นั่งจน... คนเดียวที่ทำให้เราดีขึ้นได้ก็คือลูก ก็จะเดินมาปลอบ เช็ดน้ำตาให้ เขาก็พูดบอกว่า หม่ามี้รักคนนี้มากใช่ไหม เป็นเพื่อน เป็นเพื่อนสนิทหม่ามี้มากใช่ไหม หม่ามี้รักมากเร
แล้วมีอะไรที่ทำให้รักเรที่สุด?
ทาทา ยัง: ทุกอย่างเลยค่ะ คือไม่มีใครเหมือน ไม่มีใครเป็นแบบนี้อีกแล้ว
อ้น ศรีพรรณ: เขาน่ารักนะคะ นิสัยใจคอเขาเป็นคนน่ารักนะคะ เรามีความรู้สึกว่า คือวันนี้และทุกๆ วันต่อจากนี้ คนจะต้องมาเยอะมาก เพราะไม่ว่าเขาไปที่ไหน กับคริตด้วย เขาเป็นคนที่ความน่ารักของเขา ทุกคนจะรักเขา คืออาจจะมีดื้อบ้าง ซนบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเนื้อแท้ที่เป็นนิสัยของเร เขาเป็นคนน่ารัก แล้วเขาขี้สงสารด้วย คือเขาไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ไม่ว่าเรจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ต่อจากนี้ เรไปไหนก็จะมีแต่คนรักเรตลอด แล้วเขาน่ารักมาก
เห็นว่าทาทาฝากเรกอดคุณพ่อคุณแม่ด้วย?
ทาทา ยัง: ใช่ คือคุณแม่ทากับเรค่อนข้างสนิทกัน ลูกรักเขาจริงๆ อันนี้ลูกรัก นี่ก็ลูกรัก เขาจะอยู่ด้วยกัน 3 คน เวลาอย่างเนี้ย ทาไม่ได้อยู่หรอก ทาอยู่กับพี่อ้นกับพี่หลิว ทาก็จะไปอยู่ในแก๊งผู้หญิงกัน ก็จะไปหามะม่วงอะไรกิน
อ้น ศรีพรรณ: นอกเหนือจากหามะม่วงก็นั่งนินทาแก๊งนี้นี่แหละ นั่งนินทาแก๊งนี้ด้วย
ทาทา ยัง: เขาก็จะไปอยู่กัน ก็...ได้แต่คิดอย่างเดียวว่า ก็อยากให้เขาได้เจอกัน เพราะว่าอยากให้แม่กับพ่อไปรับ จริงๆ รู้จักกับทั้งคู่เลย ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ แต่จะสนิทกับคุณแม่มากกว่า ก็ขอให้ได้เจอกันนะจ๊ะ อยากให้ได้เจอ
หลิวมีอะไรอยากบอกเรไหม?
หลิว มนัสวี: ก็เหนื่อยมาเยอะแล้ว เอาจริงๆ เขาทำงานมาตั้งแต่เด็กไม่มีวันหยุด เหมือนหยุดไม่ได้ เขาก็ต้องหาอะไรทำไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่เขาสร้างครอบครัวของเขา ซึ่งแหม่มก็เป็นคนที่เขารักมาก จีบแบบเหมือนชอบมานานแล้ว แต่ว่าเพิ่งมาจีบตอนโต แล้วกว่าจะเป็นแฟนกันได้ก็ใช้เวลานาน ในที่สุดเขาก็ได้คบกับแหม่ม เขาก็มีความสุขมาก แล้วก็มีลูก 1 คน แล้วในช่วงที่เขาไปสร้างครอบครัว เขาก็มีความสุขมากค่ะ แล้วก็ทำงานไม่หยุด แล้วตอนนี้ก็ได้พักผ่อนแล้ว ก็เหนื่อยมานานมากๆ แล้ว
พอย้อนดูภาพเก่าๆ ของหนังเรื่องนี้ มีความคิดว่า อยากทำอะไรเกี่ยวกับหนังขึ้นมาใหม่เพื่อระลึกถึงเรไหม?
ชาคริต: ผมว่ามันสมบูรณ์ของมันอยู่แล้วครับ ปล่อยมันไว้อย่างงั้นดีกว่า เพราะว่าสิ่งที่เราได้มาจากตรงนั้น ก็คือความสัมพันธ์ของเราที่มันไปต่อครับ มันมีค่า
อ้น ศรีพรรณ: เพราะถ้าจะทำใหม่โดยที่ไม่มีเร มันก็ไม่สมบูรณ์ มันจบไปตรงนั้นแล้วค่ะ
ทาทา ยัง: ในชีวิตจริงมันก็ต้องเป็นแบบนี้ มันจะช้าหรือเร็วเท่านั้นด้วย ตอนนี้สิ่งที่ทาพยายามบอกตัวเอง แล้วก็เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เรน่าจะอยากให้ทุกคนทำ นั่นก็คืออยากให้ทุกคนยิ้มแล้วเดินต่อ เพราะเขาเป็นคนแบบนั้น เขาเป็นคน เขาเป็นคน positive thinking แล้วเขาก็เป็นคนแบบว่า เฮ้ย อย่ามาเศร้ากันนาน นึกเสียงมันออกเลยอ่ะว่า เฮ้ย อะไรวะ ไม่เอาดีกว่า ไม่ได้ ไปต่อ กูไปแล้ว ก็พยายามจะยิ้มอยู่ให้ได้ แต่ก็ยังคิดถึงเพื่อน แต่ก็คงจะคิดถึงตลอดไป แล้วก็จะพยายามฟื้นใจกันให้เร็วที่สุด ก็เพื่อพี่เร เพื่อพวกเราด้วย
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม