เพิ่งเปิดตัวคบหนุ่มหล่อชาวต่างชาติไปเมื่อไม่นาน แต่ล่าสุด "ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์" ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงความรักครั้งนี้ในรายการ 3 แซ่บ ว่า ได้จบลงแล้ว ถึงขนาดที่เฮิร์ตหนักมาก ร้องไห้จนหน้าบวม มองหน้าใครไม่ได้เลยเพราะกลัวจะร้อง เลยต้องใช้วิธีออกกำลังกายให้หนัก จะได้รู้สึกดีและกินข้าวได้ 

“ตอนนี้โสดค่ะ รอบนี้คิดว่าจะโสดให้นานที่สุดค่ะ ฉายาไอดอลหาแฟน จริง ๆ ไม่น่าเป็นฉายาที่ดีเท่าไหร่นะคะ เพราะว่าหนูไปไหว้พระมูเตลูมาไง เรื่องที่เกิดขึ้น คือหมอดูทักว่าจะเจอแฟน หนูพูดออกสื่อไปแล้วมันเวิร์ก

แต่ว่ารอบสองหนูไป หนูบอกพระแม่ว่า หนูมาอีกครั้งหนึ่งแต่ถ้าไม่ใช่ พระแม่เด้งให้หน่อยนะ แล้วพระแม่ก็บอกว่าหมดเวลาแล้ว พระแม่เด้งให้จริง หนูคิดว่าจะได้ไม่เสียเวลาด้วย ทั้งสองฝ่าย มูฟออนไปหาอะไรที่ดีขึ้น"

มีเคล็ดลับในการขอพระแม่ไหม? “มี ตอนนั้นหนูไปไหว้หนูมีทั้งเข็มทิศ ลูกโลก นาฬิกา ดอกกุหลาบ GPS เขามีความหมาย เข็มทิศทำให้เนื้อคู่หาเราได้เจอ ให้เวลามาถูกต้อง อยู่ที่ไหนบนโลกนี้ให้โคจรมาเจอกัน เป็นเคล็ดลับที่มาจากหมอดู

ตอนที่ไปมู ไปมูพระตรีมูรติที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ รอบแรกไหว้ง่าย ๆ ซื้อกุหลาบข้างหน้า รอบสองหนูถามหมอดู ว่ามีทริกอะไรแบ่งปันให้กับทุก ๆ คนไหม เขาแนะนำให้เอาเข็มทิศ นาฬิกา ไปวาง กุหลาบ 128 ดอกไปวาง หนูเลยไปอีกรอบหนึ่ง รอบนี้หมอดูบอกว่าให้พูดว่าถ้าเขาใช่ก็ขอให้อยู่กับเรา ถ้าไม่ใช่ก็เด้งนะ หนูก็มีแฟนแล้ว ก็ไปได้ เรียบร้อย (หัวเราะ) จริง ๆ หมอดูบอกวิธีว่าสำหรับคนที่มีคู่อยู่แล้ว ไปพูดอะไร ประมาณนี้ค่ะ”

มีอะไรเกิดขึ้น จนต้องเข้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกรอบ? “ก่อนหน้าไหว้รอบสอง ปันว่าทุกคนน่าจะเป็น คบใครแล้วมีกลิ่นเอ๊ะๆ ตั้งแต่แรก เราจะหันหน้าเข้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีความหวัง"

นอกจากพระตรีฯ เคยไปมูเยอะสุด? “นอกจากพระตรีฯ คือถ้ำนาคา ศรัทธาแรงกล้าที่สุดแล้ว ณ ตอนนั้น ที่เหลือปกติค่ะ"

ล่าสุดที่โพสต์ว่าชีวิตต้องมีเป้าหมาย แต่แพลน A คือมีครอบครัว? “ทุกคนอยากมีครอบครัว ตอนเด็ก ๆ คิดว่า 26 ต้องแต่งงาน 27 ต้องมีลูก แต่พอเลยก็ ช่างมันเถอะ ตอนนี้มืดมน มืดแปดด้าน เดี๋ยวจะมาก็มาเอง อย่าไปกดดันอนาคตมาก ว่าชีวิตต้องเป๊ะ ๆ มันเหนื่อย”

ถ้าใครที่จะมาจีบปันปัน อะไรที่สำคัญที่สุด? “ข้อแรกเลย หนูขอคนไม่เจ้าชู้ หนูว่ามันสำคัญสำหรับเรา ถ้ามีแฟน แล้วแฟนเจ้าชู้ เที่ยว มีเรื่องผู้หญิง ชีวิตน่าจะเครียด ข้อสองน่าจะเป็นผู้ใหญ่เข้าใจโลกนิดหนึ่ง หนูว่าหนูโตกว่าวัยประมาณหนึ่ง หนูเข้าใจการอยู่กับคน การใช้ชีวิตมันเป็นยังไง ข้อสามต้องเข้ากับเราได้มาก ๆ ไม่ใช่แค่คนรัก ต้องเป็นเพื่อน คู่ชีวิต ต้องโรแมนติกประมาณหนึ่ง เอาแค่น่ารัก ๆ พอ ไม่ต้องเซอร์ไพรส์ ดอกไม้เต็มบ้าน หนูเฉย ๆ ไม่ต้องเซอร์ไพรส์วันเกิด ร้องเพลง หนูเฉย ๆ มาก”

ความรักที่ผ่านมา มีทั้งดีบ้างและไม่ดีบ้าง ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเรามันให้อะไรบ้าง? “อันนี้เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เลยนะคะ เราก็ได้มานั่งศึกษาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ได้มองย้อนกลับไปว่าสุดท้ายแล้วรักแหละ แต่นิสัย ไลฟ์สไตล์ คนรอบตัว เป็นองค์ประกอบไปหมด ถ้ามีจุดเอ๊ะ จุดที่เราไปไม่ได้ ก็มีปัญหาไปเรื่อย ๆ เราเลือกที่จะออกมา อาจดีกว่าสำหรับทั้งคู่ ถึงเศร้าขนาดไหน เราต้องคิดเผื่ออนาคตยาว ๆ ไม่งั้นก็เสียเวลา เขาไม่อยากเสียเวลาเรา เราก็ไม่อยากเสียเวลาเขา รักอย่างเดียวไม่พอ เพราะความจริงมันเยอะมาก"

ในวัยนี้เราปรึกษาใคร? “คุยกับตัวเองเยอะ และคุยกับเพื่อนรอบตัวค่อนข้างเยอะ เราผ่านจุดที่อกหักรักคุดมาได้อย่างรวดเร็ว เพราะว่าเรายอมให้ตัวเองเจ็บมาก ๆ ไม่เก็บ มีอะไรเราพูด เพื่อนเป็นถังขยะเลย หนูนั่งจดไดอารี่เลยนะ วันนี้กี่โมง รู้สึกยังไง ตื่นมาร้องไห้นะ ฉันทำโน่นทำนี่ พอรู้สึกสุดจริง ๆ ก็เออ ได้แหละ สุดท้ายเราเจ็บคนเดียว เราอยู่คนเดียว

วันที่เลิกแรก ๆ หนูเลือกที่จะไม่ไปหาเทรนเนอร์เลยนะ ไปยิมที่อื่นเลย เพราะไม่อยากคุย ไม่อยากมองหน้า เพราะเวลาเรามองตาคนที่เป็นห่วง มองไม่ได้เลย วันนั้นมีคนทัก ไม่มองหน้าใครเลย ก้มหน้าตลอด วิ่งเร็วแล้วนะ วิ่งปุ๊บเหมือนร้องไห้ วิ่งเร็วมากจนน้ำตามันไหลปนเหงื่อ เพื่อนก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่หนูมองตาใครไม่ได้เลย 

จนมีเพื่อนคนหนึ่งมาแตะไหล่ มองไปแล้วแบบอย่ามองหน้ากู มันถึงขั้นนั้นเลย เป็นหลายวันมาก อย่าแตะตัวกูนะ อย่ามองตานะ ก้มหนีตลอดเวลา แต่หนูออกกำลังกายทุกวัน เอาพลังออกมา พอออกเสร็จก็รู้สึกดีขึ้น ทำให้เรากินข้าวได้

มีหลายคนไปดื่มเหล้า ไปเที่ยว ไปคุยกับคนโน้นคนนี้ให้ลืม แต่สุดท้ายก็ต้องวนกลับมาหาเราอยู่ดี ต้องเจ็บให้สุด เอาให้ตาย หนูเหมือนนางเอกเอ็มวี ไม่เคยคิดว่าต้องเปิดเพลง รักแท้ไม่มีอยู่จริง ของโปเตโต้ แล้วร้องไห้ในห้องนอน ขนาดนั้นเลย เปิดเพลงแล้วเปิดประตู น้ำตาไหลลงร้องไห้ อัดคลิปไว้ด้วย จะได้เตือนสติตัวเองว่าวันหนึ่ง ‘อีปันมึงเสียใจขนาดนี้เลยนะ จำไว้นะ แล้วอย่ากลับไปนะ’

จดหมด มีความสุขอะไร ไม่มีความสุขอะไร เพราะอะไร เพราะเวลาเราเลิกกันจะมีแต่สิ่งดี ๆ เด้งมาในหัวแต่ต้องเตือนตัวเองว่าทำไมถึงเลือกเดินออกมา เพราะอะไร มีช่วงตาบวม ๆ อยู่ช่วงหนึ่ง แล้วเอาหน้าจุ่มน้ำแข็งเอา (หัวเราะ) เราโทรมได้แป๊บหนึ่ง แต่ต้องคัมแบ็ก

อย่างเมื่อวานนี้พ่อก็มาถามว่าเป็นยังไง เขาเหมือนอยากถาม อยากรู้เรื่อง แต่หนูไม่เอา ไม่อยากเล่าปัญหาของเรา ต้องรอแป๊บหนึ่ง อย่าสดมาก พ่อหนูทักมาใหญ่เลย พ่อแม่พูดอะไรนะคะ ถูกเสมอเลย เหมือนเขามีเซ้นส์ดูออกว่าเราเป็นยังไง คนมาจีบเราเป็นยังไง เขาดูออก”.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม