เรียกว่าเป็นเหตุการณ์บีบหัวใจคนเป็นพ่อแม่อย่าง ชาคริต แย้มนาม และ แอน ภัททิรา มากๆ เลยทีเดียว เมื่อ น้องโพธิ์ ลูกชายสุดรัก ป่วยด้วยโรคคาวาซากิ ทำให้มีอาการไข้สูง มือเท้าลอก ตาแดง ปากแตก มีผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองบวม ภูมิตก ส่งผลให้ร่างกายมีความอักเสบสูง
แต่โชคดีที่รักษาตัวได้ทันเวลา จึงทำให้อาการป่วยดีขึ้นจนสามารถออกจาก รพ. ได้ แต่ยังต้องคอยติดตามอาการ ตรวจเช็กร่างกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่องไปอีก 5 ปี ล่าสุด ชาคริต มาร่วมงาน “GALA PREMIERE คำสารภาพของหมอผี” ณ PARADE SQUARE ชั้น G ศูนย์การค้า ONE BANGKOK นักข่าวเลยสอบถามอัปเดตว่าเป็นอย่างไรบ้าง
วันนี้น้องโพธิ์มาด้วย?
“มาด้วย วันนี้มาด้วยครับ”
ตอนที่น้องป่วยเป็นยังไงบ้าง?
“โห ก็โหด เพราะว่าในสัปดาห์นั้นเนี่ย จากที่เริ่มมีอาการต่อมน้ำเหลืองบวม สองวันพอไข้ไม่ลงปุ๊บ ตาเริ่มมีอาการแดง ไข้เริ่มขึ้นสูง เราก็ตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลแล้ว เพราะเราดูแลเบื้องต้น เหมือนที่เวลาแพทย์แนะนำว่าถ้าเกิดลูกเราไม่สบาย เราต้องดูแลเองก่อน เพราะบางทีมันอาจจะเป็นไข้อ่อนๆ แต่พอดูแล้วปุ๊บ ท่าไม่ดีแล้ว พาไปหาหมอ
สุดท้ายพอไปโรงพยาบาลก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนตรวจว่าเป็น "ไมโคพลาสมา" ซึ่งมันเป็นโรคที่มา attack ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน อวัยวะในร่างกาย แล้วคราวนี้ด้วยความที่น้องเป็นคนที่แข็งแรงมาก มันเหมือน PAC-MAN อะ ตามที่ผมจับใจความของหมอนะ ไอ้ภูมิมันก็พยายามจะไปกดๆๆ พยายามจะไปกินเซลล์ไม่ดี
แต่กินไปกินมาปุ๊บมันเบรกไม่ได้ มันก็กลับมากินตัวมันเอง ทำร้ายตัวเอง จนกลายเป็นสภาวะของ "คาวาซากิ" นะครับผม และจนมันทำให้อวัยวะอักเสบจน "มิสซี" (MIS-C) ก็ขึ้น มันก็เลยตรวจอะไรก็ขึ้นแล้วตอนนั้น เพราะภูมิมันตกไปหมดแล้ว
อาการที่ฟ้องเลยเนี่ย ก็คือไมโคพลาสมาแน่ๆ คาวาซากิเราดูจากอาการที่เป็นมือเท้าลอก ตาแดง ปากแตก มีผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองบวม ก็ขึ้นหมด แล้วก็ตรวจเลือด สุดท้ายก็มีมิสซีขึ้นมาด้วย มันก็เลยกลายเป็น 3 ตัวร้ายที่มัน attack จากภูมิไปสู่อวัยวะต่างๆ มันก็เลยทำให้ร่างกายเขามีความอักเสบสูง ทั้งค่าร่างกาย ค่าเลือด ค่าตับ ธรรมดาคัตออฟ 40 น้องขึ้นไปพันกว่า เกล็ดเลือด 2 แสนปกติ ก็ขึ้นโดดไป 5 แสน ลิ้นหัวใจรั่ว 3 จุด
เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยง ที่ปั๊มเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกายก็ขยายไปเป็นเท่าตัว จากควรจะเป็นมิลปลายๆ ขึ้นไป 3 มิลกว่า ก็หนัก แล้วด้วยสภาวะเนี่ย ควรจะต้องได้รับรักษาภายในไม่เกิน 10 วัน 7 วันเนี่ยแมกซ์แล้ว ก็โชคดีที่อาการทุกอย่าง ผลเชิงแล็บฟ้องขึ้นมาในวันที่ 7 พอดี หมอหาแนวทางการรักษาถูกแล้ว
แล้วโชคดีที่มันเป็นกลุ่มที่อย่างที่บอกว่ามัน attack ภูมิแล้วก็อวัยวะ เพราะฉะนั้นเนี่ยการดูแลรักษาจะมี 2 สเตป ก็คือยาฆ่าเชื้อ แล้วก็จะมีตัวที่เพิ่มภูมิ โดยการให้ผ่านสายน้ำเกลือ ตัว IVIG นะครับ ก็ให้ตัวนั้นไป ทันเวลาพอดีในวันที่ 7
พอได้ให้ครบโดสไปเนี่ย ข้ามคืนประมาณ 10 กว่าชั่วโมงที่ต้องให้อย่างต่อเนื่อง ทำให้กลับมาฟื้นฟู เอาไข้อยู่ ค่อยๆ ลง แล้วก็ดีขึ้น หลังจากนั้นก็ออกจากโรงพยาบาลได้ กลับมาสักสัปดาห์นึงแล้ว
ก็ไปติดตามผลกับคุณหมอ ก็มีอาการที่ดีครับ ค่าอักเสบก็ลดลง ค่าตับที่อักเสบก็ลดลง ยังไม่ปกติ แต่ไม่น่ากลัวเท่าเดิม อย่างลิ้นหัวใจ ด้านซ้าย 2 ด้านขวา 1 ด้านขวาเหมือนจะปิดแล้ว เหลือด้านซ้าย เส้นเลือดก็ยังคงขยายอยู่ แต่ต้องใช้เวลา เป็นระยะเดือนสองเดือน
แต่ก็ไม่ต้องห่วง ด้วยความที่โพธิ์เขาเป็นคนแข็งแรง แล้วก็เป็นคนที่มี mindset ที่ดี เขามาเขาดีด เขาสู้ เขาไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว”
แล้วไอ้ตัวไมโคพลาสมาที่หมอบอก เขาไปติดมาจากไหน?
“เอ่อ มันบอกไม่ได้เลยครับ เดินผ่านแค่นี้แหละ บางคนไอมา นึกออกไหม อยู่ในอากาศ อาจจะเป็นตัวเราเองก็ได้ ที่เมื่อวานเราไอ ตรวจมามันไม่ได้ attack เรา พอไปอยู่ในตัวน้อง มันเกิดไปหลบอยู่
พอน้องเริ่มภูมิตกเพราะอาจจะออกกำลังกายเยอะ หรือเป็นช่วงที่ร่างกาย weak เราบอกไม่ได้จริงๆ พอมันเริ่ม มันก็เลยไป attack ก็เลยเกิดสภาวะขึ้นมา ได้คุยกับคุณหมอก็บอกว่าอย่าไปคิดเลยว่าน้องไปติดมาจากไหน เพราะมันเป็นไปแล้ว เราดีใจดีกว่าที่รักษาได้ทันเวลา แล้วเขากลับมาสดใส”
แต่สภาพร่างกายเขากลับมาปกติแล้วใช่ไหม?
“ด้วยร่างกายก็ มือก็ลอกครับ กลับมามือก็ลอก เหมือนเอฟเฟกต์ ตอนนี้เนื้อมือกับเนื้อเท้าดีขึ้นแล้ว ตอนแรกเหมือนเกิดใหม่ เหมือนเด็กแรกเกิด เนื้อแดงๆ เพราะมันไม่ได้ลอกเป็นดวงๆ เหมือนเรา มันลอกออกเหมือนหนังตายหนาเป็นมิล ทั้งมือทั้งเท้า ต่อมน้ำเหลืองตอนแรกเหมือนคนเป็นคางทูม แต่มันค่อยๆ ลดไปช่วงที่อยู่โรงพยาบาล ตอนนี้ก็หมดแล้ว เหลือนิดเดียว ถ้าจับจะเจออยู่นิดหน่อย”
หลังจากนี้ต้องระวังยังไงบ้าง?
“ระวังไม่ได้หรอกครับ ก็ดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย เรื่องว่ายน้ำ หมอบอกให้ทำต่อไป เล่นบาส ค่อยๆ บิลต์กลับขึ้นมา เขากลับมาใช้ชีวิตปกติได้ มันเป็นช่วงหวาดเสียวในช่วง 10 วันนั้น แต่ถ้าเราได้รับการรักษาที่ถูกทางและทันเวลาปุ๊บ มันอย่างนี้เลยนะ (ทำมือพลิกขึ้น)”
น้องบ่นบ้างไหมตอนที่ป่วย?
“โห ตัวน้องเขาสู้มากครับ ความร้อนในร่างกาย ไข้ขึ้นไป 41 กว่าตลอด ทีมพยาบาลต้องเข้ามาเช็ดตัวให้ทุก 15 นาที ครึ่งชั่วโมง จนน้องร้องแบบไม่ไหวแล้วๆ แต่ก็ต้องทำ เพราะไม่งั้นเอาไม่ลง มีช็อตนึง ตัวเขาร้อนมาก เขาก็บอก หายใจไม่ออกๆ พอล้างจมูกให้ปุ๊บ เลือดไหลออกมา เส้นเลือดมันแตกไปหมดแล้วในนั้นด้วยความร้อน
เราเห็นเราเป็นพ่อเรายืนอยู่ เราทำอะไรไม่ได้ เราก็ต้องนิ่งๆ บอกว่า เอ๊ย ลูก มันธรรมดา เพราะตัวหนูร้อน แต่ในใจจะตายอยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่เราไม่อยากให้เขาตกใจ ว่านี่มันเป็นเรื่องไม่ปกติ แล้วเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า”
มีแอบร้องไห้ไหม?
“แต่เขาสู้ ๆ มันเป็นช่วงเวลา 7 วันที่ผ่านไปแบบฟุ่บ! แล้วตอนนั้นคือรายการ งานก็ต้องถ่าย บูธก็ออกพอดี ต้องขายทุเรียนด้วย แล้วเป็นบูธสุดท้ายของปีแล้วของฤดูทุเรียน ก็ต้องไปช่วยแอนด้วย ผัวเมียก็ต้องช่วยกัน พนักงานทีมงานด้วย แล้วลูกมาป่วยด้วยช่วงนั้น คือสนุกสนานครับ สนุกสนานมาก”
แล้วคุณหมอบอกไหมว่าจะหายขาด?
“หายๆ มีโอกาสหาย แต่ต้อง follow up อย่างเรื่องลิ้นหัวใจ จากนี้ไปอีก 2 เดือน แล้ว เดี๋ยวหมอกำหนดอีกที แล้วที่แน่ๆ ต้องปีละหนไปเช็ก ถ้าไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นนะ ไปปีละหน ไปอีกประมาณ 5 ปี แล้วก็จะมีแนวทางดำเนินชีวิตที่ชัดเจนหลังจากนั้นว่า อันนี้อาจจะไม่ได้หรือเปล่า หรืออันนี้ได้ ซึ่งจริงๆ หลักๆ ผมว่าได้หมด ตามที่คุยกับอาจารย์หมอนะครับ
แต่ช่วงแรกน้องต้องรู้ว่า เหนื่อยต้องพักนะ ซึ่งน้องเพิ่ง 8 ขวบ (หัวเราะ) เราพยายามอธิบายให้ฟัง แต่อธิบายยังไงไม่ให้เขาเสียสุขภาพจิต ไม่ให้เขารู้สึกว่า ฉันทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ มันต้องหาทางออกตรงกลางให้เจอ เท่ากับว่าปล่อยแหละ ให้เขาใช้ชีวิตอย่างที่เด็กควรจะได้ใช้ แต่ก็จะมีคนคอยประกบห่างๆ ว่าถ้าเหนื่อยปุ๊บ โพธิ์พักก่อนนะลูก มันต้องประกบนิดนึง แต่ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กมีปัญหาหรือเป็นเด็กป่วยครับ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม