หลังจากที่นักร้องนักแสดงหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตามหมายเรียก เพื่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต
ก่อนที่ฟิล์มจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และชี้แจงว่าเส้นเงินที่ทางดีเอสไอพบมีเพียง 25 ล้าน ไม่ใช่ 142 ล้าน พร้อมทั้งเผยที่มาของเงินมาจากการทำธุรกิจจำหน่ายหน้ากากอนามัยในช่วงโควิด-19 ระบาด
ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งจดหมายต่อสื่อมวลชน เผยกรณีออกหมายเรียกให้ ฟิล์ม รัฐภูมิ และบุคคลอื่น รวมทั้งหมด 4 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหา พร้อมทั้งเผยรายละเอียดการแจ้งข้อหาบุคคลทั้ง 4 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังนี้
“DSI แจ้งข้อหา ร่วมฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน
กรณีชวนลงทุนเทรดสินทรัพย์ผ่านระบบออนไลน์
วานนี้ (วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดําเนินการตามหมายเรียกให้ นายภาวุธ (สงวนนามสกุล) นายรัฐภูมิ (สงวนนามสกุล) นายภูริทัต (สงวนนามสกุล) และนายธนกร (สงวนนามสกุล) เข้ารับทราบข้อหา กรณีชวนลงทุนเทรดสินทรัพย์ ผ่านระบบออนไลน์ โดยบุคคลทั้ง 4 ราย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาเรียบร้อยแล้ว
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แจ้งข้อหาต่อบุคคลทั้ง 4 ราย ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ร่วมประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน, ร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันเพื่อกระทําความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน
สําหรับแนวทางการดําเนินคดี พนักงานสอบสวน คดีพิเศษเตรียมดําเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวม 47 ราย โดยในครั้งนี้ได้ออกหมายเรียก นายภาวุธฯ นายรัฐภูมิฯ นายภูริทัตฯ และนายธนกรฯ และได้ทยอยออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วจํานวน 10 ราย
ภายหลังการแจ้งข้อหา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ปล่อยตัวทั้ง 4 ราย โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ เพื่อเปิดโอกาสให้รวบรวมพยานหลักฐานและใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และแสดงความบริสุทธิ์ของตน ทั้งนี้ การแจ้งข้อกล่าวหาเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับสิทธิตามกฎหมาย และยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคําพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด
ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2569”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม