กลายเป็นข่าวที่สร้างความเสียใจและสะเทือนใจให้คนไทยทั้งประเทศ กับข่าวการจากไปของ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง ที่เสียชีวิตในประเทศจอร์เจีย 

ซึ่งในเรื่องนี้ "จิ๊บ วสุ แสงสิงแก้ว" ในฐานะอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเผยขั้นตอนก่อนการนำร่างของ "ฮลุน โซโล่" กลับมาเมืองไทย บอกว่า 

โดยปกติแล้วถ้าเป็นคนไทยไปเสียชีวิตที่ต่างประเทศ มันจะมีแพทเทิร์นอยู่แล้วในการดำเนินการ อย่างแรกเมื่อเกิดเหตุขึ้น ตำรวจของเขาก็จะไปถึงที่ ในเบื้องต้นก็จะเก็บหลักฐานต่างๆ แล้วจะส่งเข้ามาสู่กระบวนการชันสูตร ได้ผลสรุปการชันสูตรแล้วเขาก็จะส่งไปที่สถาบันนิติเวชของประเทศที่เกิดเหตุ แล้วเขาก็จะสามารถแจ้งตรงมาได้ที่เอกอัครราชทูตของประเทศเรา ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานตัวแทนรัฐไทยอย่างเป็นทางการ 

และอีกทางคือประเทศที่เกิดเหตุเขาสามารถแจ้งไปได้ที่กระทรวงการต่างประเทศของเขา เพื่อที่กระทรวงการต่างประเทศของเขา จะแจ้งมาที่สถานทูตไทยอีกที เมื่อหนังสือมาถึงสถานทูตเราแล้ว ก็จะแจ้งเรื่องนี้กลับมาทางกระทรวงการต่างประเทศของไทย เรื่องจะไปอยู่ที่กรมการกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ และหนังสือนั้นจะไปอยู่ที่กองที่เรียกว่า "กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ" แจ้งมาว่าเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้น ซึ่งก็มีตั้งแต่เหตุเบาๆ ทั่วไป จนกระทั่งเหตุการณ์ฆาตกรรมเสียชีวิต 

ทางการกงสุลก็จะแจ้งไปทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยก็จะแจ้งไปทางสำนักงานเขต อำเภอ จังหวัดของผู้ที่เสียชีวิตหรือผู้ที่ประสบเหตุอยู่ ก็จะมีการแจ้งกันเป็นทอดๆ ไป 

เพียงแต่ว่าสมัยนี้ด้วยความรวดเร็วของสื่อโซเชียล มันทำให้ข่าวมาเร็ว รับทราบเร็ว มีกระบวนการตอบรับเร็ว อย่างเช่นกระบวนการยังอยู่ในการพิสูจน์หลักฐานอยู่ ชันสูตรอยู่ ยังไม่เสร็จสิ้น คำถามจากสังคมก็มาแล้วว่า ทำไมช้าจัง ทำไมยังไม่เสร็จ 

ตรงนี้แบ่งได้เป็น 2 ฝั่ง คืออย่างแรก กระบวนการจากฝั่งเรา อีกฝั่งคือกระบวนการจากฝั่งเขา ซึ่งมารยาททางการทูตหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราไม่ก้าวก่ายกันและกัน เราจะไม่สามารถไปล้วงได้ ไปก้าวล่วงกันง่ายๆ 

สมมติมีเคสต่างชาติมาเสียชีวิตที่เมืองไทย ตำรวจไทยเข้าไปเป็นเจ้าภาพรับมาชันสูตร ปรากฏว่าทางสถานทูตเขาก็ต้องรอรับผลอย่างเป็นทางการจากเรา แต่ด้วยความเร็วทางเทคโนโลยี ทางครอบครัวเขาส่งกระแสฮือมาก่อนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมช้าจัง ต้องการคำตอบแล้ว อย่างนี้ก็เกิดขึ้นได้ ขอใช้คำว่าถ้าหากเราเข้าใจกันได้ทั้งสองฝั่ง ความรู้สึกที่ประนีประนอมกันได้ก็จะเกิด อันนี้พูดถึงเคสโดยรวมทั่วไป แต่ละกรณีก็จะมีความแตกต่างกันไป

อย่างกรณีของ "ฮลุน" อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ รอทุกอย่าง อย่างที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราจะไม่ก้าวล่วงกัน เพราะถ้ายังไม่มีหรือได้ข้อมูลอะไรที่เป็นรูปธรรมมาจากทางประเทศเขา ก็จะไม่มีใครพูดอะไร แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะมีระยะเวลาของมัน 

ตนเองก็อยากทราบไม่แตกต่างจากทุกคน เพราะเป็น FC ตัวยงของน้อง หลังได้รับข่าวร้ายก็รู้สึกเศร้าและหดหู่มาก เราก็อยากให้ผลออกมาได้โดยเร็วที่สุด

แต่จากที่เคยทำงานด้านการทูตมา จิ๊บ บอกว่า การทำงานแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน บางประเทศเร็ว บางประเทศช้า บางประเทศทำงานซับซ้อน ตรงนี้มันเป็นส่วนประเทศของเขา เราจะไปเร่งเขาก็ไม่ได้

เชื่อว่าผลพิสูจน์จะออกมาเร็วๆ นี้ และขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของ น้องฮลุน การจากไปของน้องเป็นความรู้สึกช็อกของคนไทยทั้งประเทศ ที่รักและเอ็นดูน้อง พร้อมกับชื่นชมในความฝันของน้อง แม้ตัวน้องจะจากไป แต่สิ่งที่ตัวน้องได้สร้างไว้มันจะไม่หายไปไหน.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม