เคยเป็นอดีตซุปเปอร์สตาร์ยุค Y2K ที่โด่งดังเป็นพลุแตก งานพรีเซ็นเตอร์รุมปีละ 20 ตัว สำหรับ "ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" แต่ชีวิตความโด่งดังสั้นมาก เพียงแค่ 5 ปี ต้องมาจบลงเพราะข่าวฉาว ล่าสุด ฟิล์ม ได้มาเปิดใจในรายการ คนล้มลุก ดำเนินรายการโดย อั๋น ภูวนาท คุนผลิน ย้อนรอยมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ในอดีต ที่เปลี่ยนชีวิตจากนักร้องพรีเซ็นเตอร์แน่นกว่า 20 ตัว ให้กลายเป็นจำเลยสังคมในพริบตาเดียว พร้อมกับวลี "DNA อยู่บนหน้า"

อั๋น "ตอนนั้นเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ดังมาก วันหนึ่งกี่งาน กี่พรีเซ็นเตอร์"

ฟิล์ม "โห ถ้าเป็นปี ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20 พรีเซ็นเตอร์ ตั้งแต่หัวยันรองเท้า หัวก็แชมพู โฟมล้างหน้า ยาสีฟันเต็มไปหมด ถ่ายอยู่คนเดียว ถ่ายอยู่ทุกอย่างเลยที่ร่างกายจะใช้ของได้ มันเป็นยุคที่มาทีละคน มันมีความสุขมาก จนเราบางทีเราเรางงเลยว่าตื่นมาหน้าบ้านก็รอกันเต็มแล้ว"

อั๋น "เราอยู่กับความพีกนั้น จะว่านานก็นาน จะว่าสั้นก็สั้น เรารู้สึกสั้นมั้ย"

ฟิล์ม "ผมรู้สึกว่าสั้นนะ ประมาณ 5 ปีครับ ก็มาเจอกับมรสุมแล้ว”

อั๋น "ในวันหนึ่งซึ่งตื่นขึ้นมาพร้อมกับข่าวที่ เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยง ถามตรงๆ เรารู้ก่อนมาก่อนมั้ยว่าข่าวนี้กำลังจะเกิดขึ้น"

ฟิล์ม "รู้ จริงๆ ต้องเล่าย้อนว่าถ้าเหมือนว่าถ้าผมจะต้องเป็นพ่อ ผมดีใจมาก ผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ผมรู้สึกดีใจ ผมรู้สึกว่าช็อกตกใจ แล้วก็ดีใจแปลกดี แต่ต้องบอกกับแม่ก่อน เพราะว่าดวงใจของผมนี่ก็คือแม่อยู่แล้ว แม่ก็ตกใจนิดหนึ่ง แล้วก็ดีเลยลูกแม่อยากได้อยู่แล้ว แม่อยากมีหลานอยู่แล้ว แม่ต้องการอยู่แล้ว ผมก็โอเค แม่เราโอเค เราก็โอเคเลยแล้วกันก็คุยกัน ก็ปกติ มันก็ผ่านเวลาไป ผมก็เลี้ยงดูทุกอย่าง แม่ผมพ่อผมทีมงานผมทุกคน พนักงานผมก็เริ่มมีออฟฟิศมีอะไร พนักงานผมทุกคนก็คอยดูแลทุกอย่าง แต่ว่ามันมันมาพีกตรงที่ว่าพอมีข่าวออกมาแล้ว ตอนนั้นที่ผมรู้ มันยังไม่มีข่าว"

อั๋น "นานแค่ไหนกว่าข่าวจะออกระยะระหว่างที่เรารู้แล้วว่ามันมีเรื่องนี้เกิดขึ้น จนตอนข่าวมันออก"

ฟิล์ม "ก็ประมาณ 9 เดือนก็คลอดพอดี ก็พอคลอดปุ๊บ มันก็เป็นข่าวออกมา"

อั๋น "สำหรับการที่เป็นซูเปอร์สตาร์ในวันนั้น แล้วเตรียมตัวที่จะต้องประกาศเรื่องนี้ออกมา มันเป็นเรื่องอ่อนไหวมากนะ"

ฟิล์ม "จริงๆก็อย่างที่บอก ผมรับได้แล้ว คนที่มีพระคุณของผม คนที่ผมรักที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็เฮียกับซ้อ ณ วันนั้น พี่พชร์ ผมก็บอกหมด ผมก็บอกทุกคนเลยว่า ผมเกิดแบบนี้ แบบนี้ แบบนี้ เขาก็โอเคทุกคน แฮปปี้หมด ไม่มีอะไร

ผู้ใหญ่ทุกคนรับรู้หมด แล้วทุกคนก็แฮปปี้หมด แต่ว่ามันดันไม่แฮปปี้ตรงที่ว่า พอมันเป็นข่าวมันกลับคนละเรื่องกับสิ่งที่เรารับรู้กัน มันดันแบบว่ามีคนอีกเยอะแยะมากมายที่โดนเหมือนเรา

แล้วมันก็เลยงงกันไปหมดเลยตอนนั้น ก็เลยงงไปหมดก็กลายเป็นว่าผมก็คุยกับคุณแม่ ทำไมมันเป็นแบบนี้ พ่อแม่ผมก็เสียใจนะทำไมมันเป็นแบบนี้ เราก็รักเด็ก" 

อั๋น "พี่จะตัดให้เพื่อความสบายใจ ในที่สุดเรื่องนี้จบลงตรงที่"

ฟิล์ม "ก็ตรงที่ว่าผมชนะ แล้วกลายเป็นว่าไม่ใช่ของผม แล้วเขาก็มาถอนชื่อผมออกจากการเป็นพ่อ แต่เขาก็ยังไม่ยอมตรวจอยู่ดี จริงๆ ผมก็ไปพูดในศาลนะว่าตรวจเถอะ แต่เขาก็ไม่ตรวจ ผู้ใหญ่ทุกคนเขาก็บอกว่าก็ไม่เป็นไร มันก็ชัดเจนแล้วแหละ ก็คือเขาไม่ตรวจมันก็ชัดเจนแล้ว แต่ว่าเราไม่ต้องไปคุยเรื่องนี้อีก แล้วผมก็ถูกผู้ใหญ่สอนมาดีว่า ไม่จำเป็นต้องพูดไม่จำเป็นต้องว่าใคร"

อั๋น "ณ วันนั้นมันมีคำพูดหนึ่ง จนถึงวันนี้มันยังเป็นวลีแห่งทศวรรษเลยก็ว่าได้คือ "DNA อยู่ที่ ใบหน้า" ไม่ได้ว่าใครผิด แต่กำลังพูดถึงจุดใหญ่ในชีวิต ฟิล์ม วันนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับฟิล์ม ก็คือ"

ฟิล์ม "ก็คำนี้แหละมันทำให้ผมไม่โอเคตรงที่ คือ ผู้ชายคนหนึ่งที่ผมกล้าการันตีเลยว่าพ่อแม่ผมสอนมาดีมาก แล้วผมก็ไม่คิดที่จะทำร้ายใครเลย ไม่คิดที่จะพูดให้ร้ายใครด้วยเพราะผมไม่เคยพูดให้ร้ายใครเลย แล้วเฮียฮ้อก็สอนผมดีว่า ตอนนั้นผมอายุประมาณ 22-23 จะพูดอะไรออกไปที่มันไม่กระทบใครเลย มันมีแค่คำเดียวนะว่า ขอตรวจ

รู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วแต่พูดเรื่องราวไม่ได้ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรที่ดีที่สุดนอกจากคำๆ นี้ โดยการที่ก็บอกกับสังคมให้รู้ว่าผมขอตรวจ กลับกลายเป็นว่ามายำเราว่าเราพูดไม่ดีเลย ทั้งๆ ที่พอกลับกันสมัยนี้ คนที่เขาโอเค เขาก็ขอตรวจกันเต็มไปหมด ไม่เห็นจะต้องไม่ตรวจเลย ไม่มีอะไรเลยแต่ทำไมสมัยนั้นผมโดนยำจนผมตายไปเลย"

อั๋น "ณ วันนั้นในฐานะที่พี่เป็นคนหนึ่งซึ่งถึงจะอยู่ในวงการด้วย แต่พี่ก็เหมือนกับเป็นคุณผู้ชมเหมือนเป็นประชาชนคนหนึ่งด้วย ณ วันนั้นเรื่องจริงคือเรื่องอะไรยังไม่ต้องรู้เลย ฟิล์ม รัฐภูมิ เหมือนถูกประหารชีวิตทางสื่อ ซูเปอร์สตาร์คนนี้ มันเป็นแบบนี้มันเม้าธ์มันมาก"

ฟิล์ม "ใช่ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยพูดเรื่องของใครเลยนะ จนถึงวันที่ผมเป็น ฟิล์ม รัฐภูมิ ตอน อายุ 18 จนถึงวันนี้ผม 41 ผมไม่เคยพูดเรื่องใครเลย"

อั๋น "ทำไม ณ วันนั้น เราถึงไม่ออกมาพูดในรายละเอียดมากกว่านั้น"

ฟิล์ม "มันก็แค่นิสัยผมเอง แล้วก็นิสัยพ่อแม่ผม แล้วก็นิสัยเฮียฮ้อที่ตรงกับครอบครัวผมทุกอย่างว่า เราจะไม่พูดให้ใครเสียหาย เฮียสอนผมบอกว่ามึงเป็นคนผิด มึงไปทำเขาเอง เพราะฉะนั้นมึงไม่ต้องหาสิ่งที่ถูกต้องให้ตัวมึงแล้ว มึงรับสิ่งที่มึงทำผิดไป มึงคือลูกผู้ชาย

ผมก็บอกว่าผมรับผิดแล้วเฮีย ก็บอกว่าแต่สิ่งที่ถูกต้องที่มึงต้องทำ มึงต้องทำเพื่อพ่อและแม่มึงที่นั่งอยู่ตรงนี้ มึงออกไปพูดให้เกียรติผู้หญิงและให้เกียรติสังคม ผมก็ออกไปพูดว่าขอตรวจ ผมพูดแค่เนี้ย วันนั้นอ่ะพี่ มันมีแค่สื่อฝั่งอาร์เอสและสื่อฝั่งอื่นๆ พอไม่ใช่สื่อฝั่งอาร์เอส ยำผมตายเลย"

อั๋น "มันเหมือนทุกอย่างพังตรงหน้าภายในภายในพริบตา" 

ฟิล์ม "พัง ใช่"

อั๋น "เรารับมือหรือรู้สึกยังไงในเรื่องนี้บ้าง ในวันนั้น ตอนนั้น"

ฟิล์ม "ก็ต้องบอกว่าผมช็อกว่าทำไมกระแสถึงเป็นแบบนี้ แล้วทำไมคนถึงไม่ฟังผม แล้วผมก็รู้สึกแบบเหมือนผมตายไปแบบทั้งเป็นเลยครับ ผมก็พยายามทำดีที่สุด ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง มันเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นแล้ว แต่ทำไมมันเป็นแบบนี้ ตอนนั้นถูกถอดพรีเซ็นเตอร์ ถูกทุกอย่างแบบเกลี้ยงเลย พอมันแรงขึ้นเรื่อยๆ ทางต้นสังกัดก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคมโดยการที่สั่งพักงาน

ผมก็โดนฟ้าผ่าอีกทีหนึ่ง สั่งพักงานผมแล้ว ทางเกาหลีเขามาเอาผมไปออกอัลบั้มตอนนั้น ผมก็กำลังจะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ผมถูกเชิญไปเล่นงานที่เกาหลี ถูกไปออกอัลบั้มเตรียมเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ของ RS จะเป็นนักร้องไทยคนแรกที่ออกกับค่ายยักษ์ใหญ่ของเกาหลี ก็ถูกพัก"

อั๋น "เราพังขนาดไหนในวันนั้นความรู้สึกของตัวเราร้องไห้มั้ย" 

ฟิล์ม "ก็ร้อง เสียใจที่สุดก็คือคนมาด่าพ่อแม่ เลี้ยงดูลูกยังไง ทั้งที่เขาเลี้ยงผมดีมาก แต่มันเกิดจากความผิดพลาดของตัวผมเอง ทำไมต้องไปว่าท่านด้วย คือผมจะเซ้นซิทีฟเรื่องพ่อเรื่องแม่มาก ผมไม่อยากทำให้ใครผิดหวังเลย แล้วตลอดอายุการทำงานของผม ผมก็พยายามทำเพื่อสังคมตลอด เพื่อให้คนเขารู้ว่าผมสำนึกบุญคุณนะ ที่คุณให้ผมมาเป็น ฟิล์ม รัฐภูมิ จากเด็กจนๆ คนหนึ่ง ได้มีโอกาสเต็มไปหมดเลย ผมก็พยายามช่วยสังคมทุกด้านครับ ในวันที่ผมมีโอกาส แต่ว่าวันนี้มันหมดแล้ว พังหมดเลย"

อั๋น "ณ วันนั้นเรารับมือยังไงต่อ"

ฟิล์ม "ก็กลับมาด้วยตัวเองเหมือนเดิม คุยกับครอบครัว กับพ่อแม่ แล้วก็อยู่ด้วยสติ พอผ่านเรื่องราวพีกสุดๆ แล้ว เราก็มาอยู่กับตัวเอง มาตั้งหลัก ไปบวช ไปเรียนภาษา จะได้เอาตรงนี้มาทำงานได้ดีขึ้น จะได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ ก็เลยคุยกับเฮีย ขอบวชและขอไปปเรียนต่อเมืองนอก"

ชมคลิปเต็ม

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม