เรียกว่าเป็นอดีตดีเจ-พิธีกรมากความสามารถ สำหรับ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ที่ล่าสุดมาเปิดใจในรายการ “คลับฟรายเดย์โชว์” ทางช่องวัน ซึ่งในช่วงแรกนอกจากจะเผยที่มาของการเป็นเชฟร้านเจลาโต้ดัง ต้องไปเรียนทำเจลาโต้อยู่นานกว่า 5 ปี ในช่วงหนึ่ง 3 พิธีกร ดีเจพี่ฉอด สายทิพย์, ดีเจอ้อย นภาพร, อั๋น ภูวนาท ถามถึงเรื่องจุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงของกฤษณ์ ที่ในตอนแรกตั้งใจจะเดบิวต์เป็นศิลปินค่ายแกรมมี่ แต่สุดท้ายพลิกผันกลายเป็นดีเจและพิธีกรชื่อดัง

ย้อนกลับไปนิดนึง ไปไงมาไงอยู่ดีๆ คิดมาเปิดร้านเจลาโต้?

"ช่วงโควิดทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างหยุดหมด แต่ตอนนั้นผมมีบริษัททำบันเทิง ทำอีเวนต์ ทำเฟสติวัล ออนไลน์ PR TV แบบ 6-7 บริษัทเลยครับ พอโควิดเข้ามาเนี่ย แรกๆ เราคิดว่ามันจะแบบเร็ว เฮ้ย เดี๋ยวแป๊บเดียววะ เหมือนตอนประท้วง นู่น นี่ นั่น เดี๋ยวการเมืองคงไป พอ 1 เดือน 2 เดือน เฮ้ย ยังไม่หาย พอเข้าเดือนที่ 3 เริ่มแบบ พนักงานมองหน้ากันละ ลูกน้องผมเป็นร้อย ทุกอย่างกำลังรันโปรดักชั่น รายการกำลังถ่าย แล้วทุกอย่างหยุดหมดเลย เราก็คุยกันว่า งั้นเราแยกย้ายกันก่อนดีกว่า

ผมพยายามหาอย่างอื่นทำ เราไปเอาลิขสิทธิ์ของ BTS มาทำ แล้วก็ไปเปิดช็อป ขณะที่เปิดอยู่นั้น เค้าก็ส่งลิขสิทธิ์มา อันนี้ไม่เคยบอกที่ไหนเลยนะ ส่งลิขสิทธิ์มาเสร็จแล้วเนี่ย ก็มีลิขสิทธิ์ช็อกโกแลต เราก็จะเอาช็อกโกแลตมาขาย แล้วมันมีลิขสิทธิ์อันนึงซึ่ง BTS ทำร่วมกับ LINE เค้ามีการทำคาแรคเตอร์ เป็นตัวการ์ตูนให้ BTS ผมเห็นว่ามันมีคาเฟ่อยู่ แล้วผมอ่ะก็บอก 'เฮ้ย อยากเอาคาเฟ่มาเปิดว่ะ' เราก็ติดต่อไป ประชุมออนไลน์กับเกาหลีเลยครับ เกาหลีก็ถามผมว่า 'เอามาเนี่ย ใครทำ?' ผมก็ 'จ้างเชฟไง' 'แล้วถ้าเชฟไม่อยู่ ใครทำต่อ?' 'ก็จ้างเชฟใหม่' บอก 'ไม่ได้ ปกติแล้วการให้ลิขสิทธิ์เนี่ย จะต้องให้ลิขสิทธิ์กับคนที่ทำขนมเป็นเท่านั้น'

เราก็เลย เดี๋ยวไปเรียนเลย ผมก็ไปเรียนทำขนมอยู่ที่เมืองไทยเนี่ยฮะ เพราะอยากได้ลิขสิทธิ์ของ LINE มาก แล้วพอเรียนเสร็จแล้ว ไปพรีเซนต์เขา ปรากฏว่าถึงจุดนึงเนี่ย อะไรเกิดขึ้นก็ไม่รู้ เค้าไม่ให้ลิขสิทธิ์เรา แต่ผมเนี่ยเรียนไปแล้วเยอะมากๆ แล้วผมชอบทำไอศกรีมมากๆ ผมก็เลยเรียนต่อลึกไปเรื่อยๆ เรียนเจลาโต้ที่เมืองไทย เรียน 6 สถาบัน เชฟก็เลยบอกว่า 'ดูแล้วยูเนี่ยบ้านะ เป็นคนบ้า มึงไปนู่นเลย มึงไปอิตาลีเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่หมด' แล้วผมไปแล้วคือผมแบบ 'โคตรเจ๋งมาก' มันเป็นมหาวิทยาลัยซึ่งสอนการทำเจลาโต้โดยเฉพาะ อย่างเดียวเลย แล้วผมเนี่ย มั่นใจมากๆ และกำลังจะซื้อเครื่องกลับมาที่เมืองไทย แล้วจะเปิดร้านเจลาโต้ละ

กลับไม่ได้ เพราะตอนนั้นเมืองไทยคือเดือดมาก ประท้วง โควิด อะไรผมก็เอา ดูแล้วไม่สนุกละ อยู่ต่อแล้วกัน ไปท่องเที่ยวครับพี่ แล้วก็กินเจลาโต้ไปเรื่อย ไปทั่วเลยครับ ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน อังกฤษ ไปรอบๆ นะครับ แล้วก็ทั่วอิตาลีกินหมด กินไปกินมาไปเจอร้านนึง ซึ่งมันทำเจลาโต้ซึ่งไม่เหมือนกับที่เรากินมา มันคือกระบวนการทำแบบ Classic Gelato ผมไปเห็นแล้วผมแบบ 'เฮ้ย ทำไมที่เราเรียนมามันไม่มีแบบนี้วะ' อร่อยแบบว้าวมาก ผมอยู่ที่นั่นประมาณวันนึง แล้วคุยกับตัวเองว่าเอายังไงดีกับชีวิต และตัดสินใจทิ้งที่เรียนมาทั้งหมดปีนึง แล้วเรียนเนี่ยใหม่อีก 4 ปี รวมเป็น 5 ปี"

เราจะเห็นว่ากฤษณ์เป็นคนที่มีงานเกี่ยวกับวงการบันเทิง เท่าที่เราทราบ เค้าไม่ได้ถูกวงการบันเทิงเหวี่ยงออกไปนะ เค้าเลือกที่จะหยุด เกิดอะไรขึ้น ทำไมกฤษณ์หายไปนาน?

"มันพีคมากพี่อั๋น ผมเป็นคนประเภทแบบว่าเวลาผมอยู่เรื่องอะไรผมอยู่นานนะ วิทยุผมอยู่ 10 ปีนะ พอมาทีวีเนี่ย ผมทำจนมันแบบว่ามันพีคมากแล้วมัน... มันไม่ตื่นเต้นแล้วพี่อั๋น มันรู้ทุกมิติแล้ว มันทำทั้งแบบพิธีกร, ขายโฆษณา, ตัดต่อ เนี่ยทีมกล้องเนี่ยผมมีแบบ In-house ทั้งหมดเลย แล้วมันซ้ำอย่างงี้ไปเรื่อยๆ 10 ปีอ่ะ เราเลยรู้สึกว่าแบบมันเบื่อแล้ว แล้วก็อยากจะหาเรื่องอะไรที่แบบมันชาเลนจ์ตัวเองครับ"

แล้วในระหว่างทางคิดถึงทีวี คิดถึง Festival รึเปล่า?

"ตอนที่ทำเจลาโต้ไปถึงจุดหนึ่ง มีจุดที่แบบคิดถึง Festival มากๆ ครับ ตอนที่แบบเรารู้ว่ามันกลับมาทำได้แล้วนะฮะ มีๆ คิดถึงๆ แต่ทีวีนี่คือไม่ไม่ได้คิดถึงแล้ว เหมือนไฟมันสุดจนอิ่ม มันสุดจนแบบว่าไม่รู้จะทำอะไรแล้วพี่"

ถ้าย้อนกลับไปจริงๆ แล้ว เวทีแรกแห่งการที่จะเข้าสู่วงการบันเทิง คือตอนนั้นจะมาฝึกเป็นศิลปิน?

"ถูกต้อง ใช่พี่ เป็นนายแบบ เล่นมิวสิกวิดีโอ มีคนอ่ะเอาผมเข้าไปเป็นนักร้องฝึกหัด ผมไปเป็นนักร้องแกรมมี่นะพี่ รุ่นฝึกหัดยุคนั้น ไม่เคยรู้มาก่อนเลย... รุ่นปีเตอร์, Teen 8 Grade A, ตอง ภัครมัย นี่คือเพื่อนทั้งหมดเลย แต่ผมเป็นคนเดียวในรุ่นที่ไม่ออกนะฮะ ผมจำได้เลย พี่เล็ก บุษบา นั่งตรงนี้ พี่ดี้ นั่งตรงนี้ แล้วตอนนั้นผมเด็กมาก แล้วทุกคนก็ออกมาแบบว่า เฮ้ย พร้อมแล้วนะ เราจะมาเดบิวต์กันแล้วนะ แล้วผมจำได้ผมร้องเป็นบิลลี่นะ เป็นเพลงบิลลี่ โอแกน ร้องแบบบิลลี่เลย เสร็จแล้วทุกคนก็ได้ออกหมด แล้วพี่เล็ก (บุษบา ดาวเรือง) ก็เรียกผมมาคุย 'กฤษณ์ มึงเชื่อกูนะ มึงไปทำอย่างอื่น' (หัวเราะ) จริงๆ ผมจำได้แม่นเลย พี่ไปถามพี่เล็กเลย แล้วสมัยก่อนค่าย Green Bean พี่ดี้ (นิติพงษ์ ห่อนาค) อยู่นี่ พี่เล็กอยู่นี่ 'กฤษณ์ เชื่อ... เชื่อกูนะ มึงไปทำอย่างอื่น'"

ตอนนั้นเฟลมั้ย?

"ไม่เลยฮะ เราคงรู้ว่าเสียงแย่มาก รู้ว่าคงไม่ใช่ทางเราอะไรอย่างเงี้ยฮะ แล้วก็มาอยู่เอไทม์"

มาทำรายการแฉ ต้องบอกว่ารายการแฉเป็นรายการที่แปลกใหม่มาก ตอนนั้นจำได้ว่ามันมีรายการวิทยุจากต่างประเทศ แล้วเปิดเพลงเยอะที่สุด ดีเจจะพูดน้อยที่สุด แต่ตอนนั้นพี่ฉอดบอกว่า 'ไม่ พี่เชื่อว่าคนชอบฟังคนคุยกัน' มันก็เลยกลายเป็นกำเนิดแฉขึ้นมาก่อน ตอนนั้นได้กฤษณ์มาก่อนมดดำใช่ไหม?

"ใช่ๆๆ ผมมา ผมอยู่ก่อนแล้ว มาทำเดโมรายการ แล้วมดดำเนี่ยมาทีหลัง ผมก็แบบนั่งอ่านข่าวบันเทิงอะไรอย่างงี้พี่อั๋น มันน่าเบื่อ มันอ่านนิดหน่อยอะไรอย่างงี้"

แล้วรู้จักกับมดดำมาก่อนรึเปล่า?

"ผมเนี่ย เจอมันพี่ฉอด แต่ว่ามันเป็นคนแบบประหลาดๆ อ่ะ ผมเจอมัน 2 ครั้งจำได้เลยนะ เจอครั้งแรกเนี่ยที่สยามนะ ตอนนั้นผมก็แบบเป็นนายแบบแล้วใช่ไหม ผมก็เริ่มถ่ายหนังสืออะไร มันก็เห็นอะไรอย่างงี้ แล้วอีมดดำมันก็เดินมา แล้วผมไม่รู้จักมันเลยนะ มันก็เดินมาเว้ยแล้วมีเลขา 2 คน เลขา... ตอนเด็กๆ เลยนะ มันมีเลขาเดินตามมันมา แล้วมันก็แบบว่า เหมือนมาเจอผมแล้วมันก็แบบ 'อ๊ะ เอ่อ โอเคไว้เจอกันนะ มีอะไรฝาก ฝากเรื่องไว้กับเลขาแล้วกันนะ' เดี๋ยว!! เอาเรื่องแรกก่อน 1. กูยังไม่รู้จักมึงเลย 2. ทำไมกูต้องอยากฝากเรื่องไว้กับเลขาเนี่ย (หัวเราะ) นี่คือครั้งแรกที่เจอกันนะ แล้วไม่ได้คุยอะไรกันเลยนะ

แล้วมาเจอมันอีกทีไปเที่ยวที่ RCA กำลังจะกลับอะไรอย่างงี้ แล้วเพื่อนบอก 'เฮ้ย เดี๋ยวไปต่อกันเปล่า เดี๋ยวมีเพื่อนอีกคนนึงไปด้วย' แล้วเป็นอีมดดำ บอกเดี๋ยวพาไปเจอ เจอมันใส่เสื้อแบบเป็นเสื้อตาข่ายสีดำซีทรูนะ  อันนี้ย้อนไปเมื่อตอนผมอายุ 20 นะ 20 ปีที่แล้วนะ แล้วใส่กางเกงเงาๆ แล้วยืนเท้า รถอยู่อย่างงี้ ยืนโพสอยู่อย่างงี้ 'ยังไง ไปไหน?' (ทำท่าเลียนแบบ) แล้วก็มาเจอมันอีกทีคือตอนทำรายการแฉเลย 2 ครั้ง"

พอรู้ว่าต้องจัดรายการกับมดดำแล้วเป็นไง?

"ตอนแรกเนี่ย ผมคิดว่าเอ๊ะ เสียงมันแหบๆ มันก็มาแบบ 'แต้ๆๆๆ' ผมว่ารายการแฉที่มันดังเนี่ยนะฮะ คือสมัยก่อนเนี่ย มันเป็นยุคเก่ามากๆ ดารายังไม่จูบกันนะ ใส่ชุดว่ายน้ำนี่คือตกใจมากนะ ไม่รู้เด็กยุคนี้ทันหรือเปล่า การที่คุณทำรายการ คุณเป็นพิธีกรหรือเป็นดีเจอ่ะ คุณจะต้องมีสติ สัมปชัญญะมากๆ ในการที่คุณจะพูดอะไรออกไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้มดดำไม่มี! (หัวเราะ) มันเลยแบบ... มันเลยดัง พี่เข้าใจป่ะ? เหมือนเวลาเราจะทำอะไร เราคิดในใจเราจะพูด แต่เราออนแอร์ไม่ได้เว้ย แต่มดดำคือ ในหัวมาปั๊บ แม่xไปเลย!"

ถ้าจะให้แปลให้ก็คือ แบบในยุคนั้นมดดำไม่มีสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ไม่มีการกาลเทศะ และไม่มีมารยาท?

"มันคือไปเลย แล้วมันคือไลฟ์ พี่เข้าใจป่ะ? ตอนนั้นรถต้องหยุดอ่ะ ต้องแบบหยุดจอดฟังอ่ะ แม่xดังมาก"

หนังสือพิมพ์ลงข่าว... โดนด่ามาก ทุกหน่วยงานเตือน โดนฟ้อง?

"โดนฟ้องแบบกระจุยเลย จำได้เลย ตึกแกรมมี่ก็ฟ้องกันเองนะฮะ ฟ้องกันเอง เคลียร์กันเองอยู่อย่างเงี้ย วุ่นวายมาก"

จากมดดำวันนั้น มาเป็นมดดำวันนี้ เค้าก็เติบโตมา เก่งมากนะ ต้องบอกว่านี่คือคู่จิ้นนะ นอนด้วยกันด้วยเหรอ?

"นอนอยู่นั่นด้วยกันตลอด ไปเมืองจีนด้วยกัน รัสเซียด้วยกัน หัวหิน อยู่ต่างจังหวัดอยู่ด้วยกันตลอดเวลา นอนห้องเดียวกัน ไปพม่าไหว้พระ อยู่ด้วยกันตลอด ผูกพันครับ อยู่กับมันเนี่ยฮะ"

จากนั้นทางรายการเปิดคลิป มดดำ คชาภา เปิดใจถึงกฤษณ์ ซึ่งบอกว่า "ที่สุด รักที่สุดเลยคนเนี้ย ต้องบอกว่าเป็นผู้ชายที่ทำให้มีมดดำในวันนี้ สอนอะไรมดดำเยอะมาก ขอบคุณชีวิตนี้นะที่มีกฤษณ์อยู่ข้างๆ ถ้าไม่มีกฤษณ์ก็ไม่มีมดดำ ผ่านอะไรกันมาเยอะมาก ตอนอยู่ด้วยกันก็ตีกันเหมือนหมาเลยเนาะ

ยอมรับแบบตรงๆ เลยฮะ ช่วงแรกไม่ได้ทำงานด้วยกัน มดดำเขวเลยนะ มดดำทำงานไม่ได้เลย รู้ตัวเองเลยว่ามันคงถึงทางตันของวงการบันเทิงเราแล้ว คิดอย่างนั้นเลยนะ เราขาดเขาเรียกว่า 'บัดดี้ชีวิต' เชื่อไหมว่ากว่าที่จะหายจากวันนั้นมาได้ มดดำใช้เวลาเป็นปีนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่แบบว่า ตัวกฤษณ์เองก็...ไม่น่าจะรู้มั้ง เสียดายมากที่สุด กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ บอก 'มด เราสองคนอ่ะต้องมาเปิดบริษัทออนไลน์ด้วยกันแล้ว' 'ไม่เอานะกฤษณ์ กูไม่ทำนะบริษัทออนไลน์ กูไม่ทำนะ' ย้อนเวลากลับไปได้กูจะไม่ปฏิเสธมึงเลย

แต่ช่วงนึงยอมรับตรงๆ นะ แอบนอยด์อีกฤษณ์ 2-3 ปีมั้ง ติดต่ออีกฤษณ์ไม่ได้เลย อ้าว! พอกลับมาอีกทีนึง มึงมาเปิดร้านไอติมแล้วอ่ะ ไม่เคยรู้มาก่อนเรื่องเจลาโต้... เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบร้องไห้ออกรายการอะไรงี้เนาะ แต่ว่าพอมาแชร์เรื่องนี้ เป็นวันแรกที่รู้สึกว่ามันย้อนวันเก่าๆ กลับมา มันคิดถึงวันเก่าๆ กลับมา ถ้าสมมติว่าวันนี้พี่เอากฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ กลับมาทำพิธีกรคู่กับหนูได้ หนูจะไม่ดื้อเลยพี่ จะไม่ดื้อเหมือน 20 ปีที่แล้วเลย จะทำตามมันทุกอย่าง อยากทำออนไลน์กับมึงจังเลย อยากทำอะไรกับมึงสักอย่างนึงได้ไหม พอเค้ากลับๆ มาคือ 'ไม่ได้หรอกมด กูต้องขายเจลาโต้' (หัวเราะ) พี่ฉอดช่วยหนูพูดหน่อยนะ"


ด้านกฤษณ์หลังจากได้ดูคลิปก็บอกว่า "เค้าเก่งมากนะครับ เค้าสามารถแบบอยู่แบบ... คือมดดำมันเป็นคนที่ทำอะไรมันทำลึกเหมือนกัน แล้วมันก็อยู่ในเรื่องที่มันชอบทำมาเรื่อยๆๆๆ จนมันแบบ Success มากๆ เป็น Iconic ของวงการบันเทิง ผมยังบอกมันเลยว่า 'เออเฮ้ย มึงแน่ว่ะ' แล้วมันก็ร้องไห้ กล้องเยอะไง กล้องมาเยอะ หันร้องเลย (หัวเราะ) กล้องเยอะ นักข่าวเยอะมากวันนั้น"

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม