บินลัดฟ้าพาสาวคนสนิท “เล็ก วสุ” ไปเที่ยวไปดูการแข่งขันฟุตบอลโลก ถึงประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับ “นิกกี้ ณฉัตร” เผยทริปนี้ใจป๋าเปย์สาวและตนเองหมดไปเป็นล้าน พร้อมเล่าความน่ารักของฝ่ายหญิงที่ไม่เคยได้เห็น

ไปดูบอลโลกที่อเมริกา

แต่เชียร์ทีมชาติอังกฤษ เพิ่งกลับมาเมื่อวานเองครับ ยังง่วงๆ อยู่เลย เจ็ทแลค

แล้วบอลโลกหวานไหม?

“มีหวานบ้างครับ แล้วแต่วัน (ยิ้ม) รอบนี้ไปนานครับ 15-16 วัน ผมพักโรงแรมที่เดียวกับนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ นอนโรงแรมเดียวกันก็พยายามไปตามหาเขาครับ ผมรู้ว่านักบอลเขาชอบไปที่ซาวน่า ไปฟิตเนสตอนกลางคืน ผมจะไปก็มีการ์ดกั้นไว้ เขาไม่ให้เข้า”

นิกกี้จ่ายเงินไปเยอะมากสำหรับทริปนี้เหมือนกัน?

“ใช่ ค่าตั๋วแพงมากที่อเมริกา เขาอัพค่าตั๋ว ตอนแรกจะไม่แพงขนาดนี้ แต่ว่าพอบอลมันจะแข่งเขาอัพค่าตั๋วแบบแพงมาก”

หมดไปเยอะไหม?

“ถ้ารวมพวกที่พัก ค่ากินค่าเครื่องบินเยอะครับ บังเอิญว่าที่พักที่เราไป นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษก็มาพักที่นี่พอดี ก็ยอมจ่ายเพราะว่าเราเป็นคนชอบบอลครับ แล้วก็สี่ปีมีครั้งครับ หมดเป็นล้านไหม ก็น่าจะประมาณนั้นครับ”

เราไม่ได้เป็นคนเดียว?

“ใช่ พาสาวไปด้วยครับ เลี้ยงสาวไง เลี้ยงหญิง ผมป๋า ดูแลสาว เทคแคร์ดูแล พาสาวไปโชว์ป๋า” 

เรียกว่านิกกี้เปย์เต็มที่?

“โชว์ป๋าครับ พาหญิงไปดูบอลโลกครับ” 

หมดเป็นล้านพาสาวไปดูบอลโลก?

“โชว์ป๋าครับ อวดหญิงครับ มันก็จะมีบางวันเป็นป๋า บางวันไม่เป็นป๋าก็มี เพราะบอลแพ้(หัวเราะ)”


ทริปนี้กระชับความสัมพันธ์?

“เขาก็น่ารักนะ มีมุมที่เราไม่เคยเห็นตอนอยู่เมืองไทยเยอะ ไปปั่นจักรยาน ในฟิตเนส ที่หน้าจอเหมือนเลือกได้ว่าเราจะไปปั่นจักรยานที่ไหนของโลก หน้าจอเหมือนเกม เขามองหน้าจอแล้วเขาก็ยิ้ม เป็นครั้งแรกที่เขาได้เล่นเครื่องปั่นจักรยานแบบนี้ แล้วเขาก็ยิ้มแบบมีความสุข เราก็รู้สึกว่าเขาน่ารักว่ะแบบมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ ”

ตอนนี้เลื่อนสถานะหรือยัง?

“ตอนนี้จริงๆ ก็เหมือนเดิมคุยอยู่ คุยอยู่คนเดียว จริงๆ ผมก็นั่นแหละ”

เปย์หมดเป็นล้าน ไม่ได้สถานะหรอ?

“ผมไม่ได้เปย์หญิงเป็นล้าน ผมก็ใช้ของผมด้วย เปย์ให้เขาเองน้อย เขาเป็นคนประหยัดมาก ไม่ซื้ออะไรเลย อย่างกาแฟละลาย เป็นเราก็ทิ้ง ของเขากาแฟละลายยังไม่ทิ้งนะ เขายังหาน้ำแข็งมาเพื่อใส่กาแฟต่อแล้วกินตอนเย็นอีก เราก็รู้สึกว่าน่ารัก ช่วยประหยัด”


เขาบอกว่าให้ไปถามสถานะกับนิกกี้เองว่าเป็นยังไง?

“ผมก็ไม่ค่อยหวานครับ มันก็รู้กันอยู่สองคนนั่นแหละ เดี๋ยวนี้มันก็ไม่ได้มีแบบไปขอเป็นอะไรอย่างนี้นะ มันก็คุยกันสองคน มันก็ไปเที่ยวกัน อย่าให้ผมพูด ผมก็เขิน”

เรียกว่าเป็นสาวคนสนิทได้ไหม?

“ได้ คุยคนเดียว” 

ไม่ให้เขียนว่าแฟนหรอ?

“มันก็ไปเที่ยวกันมันก็เขินสิ ต่อหน้าเขาผมยังไม่เคยพูดเลย”

เขาก็รอฟังไง?

“เดี๋ยวผมกลับไปคุยกับเขา เพราะตั้งแต่กลับมาจากดูบอล ก็แยกกันกลับบ้าน”

มีแพลนจะขอเขาเป็นแฟนแบบจริงจังไหม?

“ถ้าขอเป็นแฟนผมว่าสมัยนี้ไม่ค่อยขอ มันก็ขอแต่งงานทีเดียวเลยใช่ไหมล่ะ เรา 36 แล้วไง มันจั๊กกะเดี๋ยม ขอเป็นแฟนมันจั๊กกะเดี๋ยม สมัยนี้มันต้องแอนนิเวอร์ซารี่เป็นแฟนกันเหรอ มันต้องมีใช่ไหม ผมอายุ 36 แล้วไง ผมไม่เคยขอผู้หญิงเป็นแฟนมานานแล้ว มันลืมโมเมนต์นี้ไปแล้ว โมเมนต์นี้มันมีตอนเด็กอ่ะ”

เขามาเปลี่ยนอะไรในชีวิตเราบ้าง?

“เปลี่ยนก็คืออย่างแรกผมกินเหล้าน้อยลงเยอะ เมื่อก่อนผมเที่ยวบ่อย ตอนนี้น้อยลงมาก หน้าตาผมแจ่มใส ปากก็ไม่ค่อยเบี้ยวเหมือนเมื่อก่อนนะ ตอนแรกปากเบี้ยวมากนะ ตาจะขยิบไม่เท่ากัน เพราะเมื่อก่อนกินเหล้าเยอะ แต่ปัจจุบันน้อยลงแล้ว ก็เป็นเพราะเขาด้วยส่วนหนึ่ง เพราะว่าเราออกไปเราก็ไม่ซ่าเหมือนเมื่อก่อน ถ้าเราไปปุ๊บเผลอเมาไปจีบหญิงอื่น อ้าวโดนอีกทัวร์ลงอีก เราก็เลยต้องห้ามตัวเอง ตอนนี้ก็ชอบอยู่บ้าน ดื่มน้อยลง ออกกำลังกายมากขึ้น ใช้เงินน้อยลงเพราะเขาเป็นคนประหยัด”

แล้วคนอื่นๆ ที่เราเคยคุย?

“ไม่มีแล้วจ้า ตอนนี้ดีเอ็มเงียบมากเลย”

สรุปสถานะคือรู้กันสองคน?

“ใช่ครับ พอเป็นข่าวดีเอ็มเงียบมาก ไม่มีใครทักมาเลย (หัวเราะ) ก็ดี”


คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม