หลังจากที่นักร้องลูกทุ่งสาว แคนดี้ รากแก่น โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแบบรัวๆ อาทิ ในขณะที่เรากำลังมีความสุขมาก คนที่เคยโกvเรา กล้บร้อนรุ่มสุดๆ เวรกรรมคงเริ่มทำงานแล้ว, คนเป็นผัวเมีย ส่วนมากศีลเสมอกันค่ะ ถึงจะอยู่ด้วยกันได้, สัญญาไม่กล่าวให้ร้ายกัน = ทั้งสองฝ่ายค่ะ ไม่ใช่ห้ามฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด OOPS

ก่อนจะโพสต์ข้อความฟาดแรงว่า “40 บาท บ่นยับ ของดิฉัน 15 ล้านยังไม่พูดอะไรเลย” จนคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัว และต้องการโพสต์สื่อถึงใครหรือไม่ ล่าสุด ไทยรัฐบันเทิงสอบถามแคนดี้ถึงเรื่องดังกล่าว

ถามถึงเรื่องที่โพสต์เดือด โดยเฉพาะที่โพสต์ว่า “40 บาท บ่นยับ ของดิฉัน 15 ล้านยังไม่พูดอะไรเลย”?

“ไม่เกี่ยว บ่นลอยๆ โพสต์ลอยๆ แบบฝันละเมอแล้วก็โพสต์ไป ไม่ได้มีอะไร พาดพิงใคร อยู่ดีๆ จะมาถามประเด็นโพสต์ทำไม

เอาจริงๆ นะ ตอนที่มาถามคือไม่ค่อยเก็ตเลยนะว่าพูดถึงเรื่องอะไรนะคะ แต่ว่าตั้งแต่เช้ามีคนส่งมาให้ดูตลอด เพียงแต่เราเลือกที่จะไม่ค่อยได้เข้าไปเสพเท่าไหร่ เพราะว่าเราออกจากจุดนั้นมาได้แล้ว เราก็มีความรู้สึกว่าเราพ้นแล้ว ตอนนี้ชีวิตเราดีแล้ว เรากำลังจะได้ทำงานใหญ่ กำลังจะทำงานเพื่อคนไทยทั้งประเทศ เพื่อคนอีสาน เราจะไม่เอาจิตใจเราไปขุ่นมัวกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ 

แต่พอมีคนส่งมาให้เห็นว่า ในเนื้อข่าวเขาพูดถึงเรา มีชื่อเราแต่เขียนผิดนิดหน่อย แต่มีเป็นชื่อเรา หลายคนก็สงสัย โยงมาว่าเป็นเราหรือเปล่า ที่เขียนว่า "พี่แคนดี้" แต่เราอ่ะไม่ได้เข้าไปดู ไม่ได้เข้าไปฟังเขาเต็มๆ นะคะว่าเขาพูดอะไร 

เสียงนี้ แบบนี้ เรื่องอย่างเงี้ย เราหลุดพ้นออกมาจากตรงนั้นได้อ่ะ เราถือว่าเราบุญเราใหญ่ที่สุดแล้ว เราขอไม่กลับไปเจอะ ไปเจอกันอีกเลย คือไม่ต้องพูดถึงกัน แล้วก็กรวดน้ำให้กันไปเลย คือออกจากกันไปเลยได้ยิ่งดี

แต่ว่าถ้าเขาพูดถึงเราจริงๆ มันจะเป็นไปได้เหรอ จะทำได้เหรอ เพราะว่าจริงๆ แล้วตอนนั้นที่เรามีการเคลียร์กันแล้ว เขาก็ตกลงที่จะจ่ายเงินบางส่วนมาให้เรา ถือเป็นการตกลงดีลจบแล้วนะ เคลียร์ให้แล้วนะ เรามีการเซ็นสัญญาระหว่างกันว่าเราจะไม่พูดพาดพิงกล่าวถึงกันและกัน

เพราะฉะนั้นอันนี้ค่อนข้างมั่นใจมากว่า เขาจะกล้าพูดเหรอเพราะไม่ใช่ว่าเขาฟ้องเราได้อย่างเดียวนะ เราก็ฟ้องเขาได้นะ ถูกป่ะ เขาจะพูดถึงเราเหรอ ก็เลยไม่แน่ใจว่าคนที่เขาพูดถึงหมายถึงเราหรือเปล่า แต่ว่าเอาจริงๆ คือเราไม่ได้ทำอะไร หรือไม่ได้เจอเขามานานแล้วค่ะ ปีกว่าแล้ว ตั้งแต่เรื่องราวมันจบลง แล้วเราจบลงกันได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แสดงว่าเคยคุยกัน เคยรู้จักกัน แต่ตอนนี้ไม่ได้คุยกันแล้ว ด้วยเรื่องของปัญหาหนี้ 15 ล้าน?

“(หัวเราะ) พี่อาจจะพูดลอยๆ โพสต์ลอยๆ ตามความฝันก็ได้นะ ก็คือเราเคยรู้จักกันค่ะ เคยทำงานร่วมกัน แล้วธุรกิจมันไปได้ไม่ดีนะคะ มีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล เราก็จบลงกันแล้วด้วยการที่เขายินดีจ่ายบางส่วนกลับคืนมาให้เราแล้ว เราก็เซ็นสัญญากันแล้วว่าเราจะไม่กล่าวถึง ไม่พาดพิงอะไรกัน

ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลาเราจะได้ยินเรื่องที่เขาพูดถึง หรือพาดพิงเราจากบุคคลที่สามตลอด แต่เราไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดกับเราออกสื่อแบบนี้ เพราะว่าเราต่างคนต่างอยู่แล้วตอนนี้ ถึงแม้ว่าเรื่องที่เราเจอมามันจะเป็นเรื่องที่แย่มาก หรือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันคือกรรมเก่าเลยอ่ะ ตัดเวรตัดกรรมกันแล้ว มันคงไม่สามารถที่จะมาร่วมเดินทาง หรือแม้แต่เจอกันก็ไม่ทักกันแล้ว

เพราะฉะนั้นไม่แน่ใจว่าที่พูดถึงหมายถึงเราหรือเปล่า อันนี้ยังไม่ได้เข้าไปฟังค่ะ เพราะแค่ได้ยินเสียง เราก็รู้สึกแล้วว่าแบบ...มันไม่ได้อ่ะ (หัวเราะ) แค่ได้ยินเสียงเราก็รู้สึกว่า อะไรที่มัน toxic เราก็ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งอะไร คือชีวิตตอนนี้เราดีมากๆ แล้ว เรามีความสุขกับงานที่เรารัก”

แสดงว่ามีหลายคนที่ส่งให้ดูว่า เขาหมายถึงแคนดี้หรือเปล่า ถึงแม้ชื่อจะเปลี่ยนไป?

“ส่งเยอะมาก เราเลยบอกว่าเราไม่รู้จริงๆ ว่าที่เขาพูดถึงเนี่ย หมายถึงเราจริงๆ เหรอ เราถึงงงว่าเขาจะพูดถึงเราเหรอ เราเลิกแล้วต่อกันมานานแล้วนะ แต่ถ้าเขาพูดถึงจริงๆ…นึกไม่ออก”

ฟ้องกลับไหม?

“ถ้ามันทำให้เราเสียหายก็คงต้องค่ะ แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้มีอะไรเลย ก็ไม่อยากยุ่งเลย คือเราเดินออกมาได้นั่นคือเท่ากับชีวิตเราดีที่สุด คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตคือการตัดพวกเขาออกจากชีวิตเราได้ นี่คือดีที่สุดในชีวิตแล้วอ่ะ”

แล้วเรื่องหนี้ 15 ล้าน ใครเป็นหนี้แคนดี้?

“พี่ได้คืนมาแล้ว 10 ล้าน ไม่เป็นไร เราสามารถหาใหม่ได้ คือซื้อชีวิตเรากลับมาดีกว่า”

ที่เราโพสต์ไม่เกี่ยวกับใครเลย เราโพสต์ลอยๆ?

“ใช่ เราเล่าถึงประสบการณ์ในชีวิตหลากหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะว่าเรากำลังจะทิ้งคนเก่าของเราแล้วนะคะ เรากำลังจะทิ้งคนที่เขาเคยทำให้เราเป็นซึมเศร้า คนที่ทำให้เราเสียใจ คนที่ทำให้เราแย่ เพราะวันนี้ชีวิตเราดีมากๆ เรากำลังจะได้ทำโปรเจกต์ใหญ่ มีเพื่อนร่วมงานที่ดี ทุกวันนี้กัลยาณมิตรรายล้อมหมดเลยค่ะ คือจักรวาลเขาตัดคนที่แย่ๆ ออกจากชีวิตเราแล้ว แค่เราเลื่อนผ่าน เรายังรู้สึกว่าไปเถอะ ไม่ฟัง”

โพสต์แบบนี้กลัวไหมว่าเขาจะคิดว่าเป็นเขาแล้วฟ้องกลับ?

"คือถ้าเกิดว่าเขาคิด เขาก็ร้อนตัวนะ เพราะว่าจริงๆ แล้วคือเราไม่ได้พูดถึงใครเลยนะคะ เรื่องราวตรงนี้บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำ เพราะเราเองไม่เคยพูดเรื่องนี้เลยค่ะ ตั้งแต่เราจบเรื่องราวกันมาแล้ว เราโอเค เขายินดีที่จะจ่ายเงิน เขายินดีที่จะเคลียร์เรื่องราวให้มันจบ แล้วก็เซ็นสัญญาระหว่างกันแล้วว่า เราจะไม่พูดถึง ไม่พาดพิงกัน เราก็จบกันแล้ว

คือเราเองก็ไม่เคยพูดถึงเขา หรือว่าแม้แต่ใครถามถึงเนี่ย เราเลี่ยงที่จะพูดมากๆ เพราะว่าหนึ่งคือด้วยทั้งสัญญา แต่สัญญานี้ไม่ได้กลัวเท่าไหร่ เนื่องจากว่าเราไม่เคยปรารถนาไม่ดีกับเขาหรอก ไม่เคยที่จะพูดไม่ดีกับเขาหรอก เพราะว่าเราตัดแล้วนะคะ แต่ที่เลี่ยงจะไม่พูด น่าจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ในสังคมที่ดีแล้ว อยู่ในคลื่นพลังที่ดีแล้วอ่ะ เราขอไม่พูดถึงอะไรที่มันเป็น toxic แบบนี้มากกว่า ก็เลยไม่ค่อยได้กลัวนะคะ

แต่ว่าอย่างที่บอกเนี่ย งงว่าแล้วอะไรรู้ไหม เราเองซะอีกที่ได้ยินเรื่องราวจากคนรอบข้างเขา ที่พูดถึงเราในทางที่ไม่ดีตลอด เราได้ยินมาตลอด เรากลับเพิกเฉย แล้วก็โอเค ไม่เป็นไร ความจริงมีหนึ่งเดียว แล้วก็เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แก่ใจนะคะว่าอะไรคือความจริง แล้วก็ตัดสินกันเอาเอง ถ้าเกิดเป็นสำหรับชาวพุทธจริงๆ ก็ตัดสินจากการกระทำ และเวรกรรม  และความเจริญรุ่งเรืองของใครดีกว่า กรรมใดใครก่อ”

ขออโหสิกรรมให้กับเรื่องราวที่ผ่านมา?

“ขออโหสิกรรมค่ะ เพราะว่าเราไม่อยากเจอกันแล้ว แม้แต่การพูดถึง กล่าวถึง หรืออะไรใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ เพราะชีวิตเราวันนี้ดีมากๆ แล้ว การได้เดินออกจากชีวิตของพวกเขา สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เห็น มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเคยเห็น เราตกใจกับเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อนแล้ว

เพราะฉะนั้นเหตุการณ์อันเนี้ย พอมันออกสู่โลกสายตาคนเนี่ย เราเลยรู้สึก อืม มันก็คงถึงเวลา เราก็คิดแค่นี้ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับเราทั้งสิ้นเลยค่ะ วันนี้ที่มาคุยกันเนี่ย ก็คุยอะไรก็ไม่รู้ ลอยๆ ไม่ได้พูดถึงใครเลย”

แต่ที่บอกว่าเป็นหนี้ 15 ล้าน คือได้คืนมาแล้ว 10 ล้าน?

“ได้คืนมาแล้ว 10 ล้านค่ะ”

จากนี้ขอเดินหน้าทำธุรกิจ ใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า เริ่มต้นใหม่?

“ใช่ เริ่มต้นใหม่ แล้วก็ตอนนี้เราแฮปปี้มากแล้วนะคะ งานที่กำลังจะทำ ตอนนี้ก็กำลังรันดีมากๆ เมื่อวานก็เพิ่งคุยกับเฮียหน่อย อาจารย์ต้น คุณแม่บานเย็น งานของเรามันกำลังจะบันเทิง กำลังทำอะไรดีๆ ให้กับประเทศชาติ อย่าให้เรื่องกระจุกกระจิกมันมาทำให้ขุ่นข้องหมองใจ คือคลื่นเราสูงแล้ว อย่าดึงเราลงมากับอะไรอย่างนี้เลย

เป็นสิ่งที่ทุกคนถามถึงตลอด แล้วทุกคนเป็นห่วงตลอดเลยนะคะ เพราะว่ามันมีข่าวคราวไม่ได้พักกันเนอะ ทั้งเราทั้งเขาด้วย คือเราก็บอกว่าเป็นบทเรียน ที่ผ่านมาเราถือว่าได้เรียนบทเรียนละ จบด็อกเตอร์ไม่รู้กี่ใบละ บทเรียนชีวิต โดนคนนั้นโกง คนนี้ก็แกล้ง คนนั้นก็กวน โดนมาไม่รู้เท่าไหร่ละ เราน่าจะฉลาดแล้วล่ะตอนนี้ ฉลาดคบคน ฉลาดที่จะใช้ชีวิตละ

เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้ที่เราพูดคุยกัน แล้วถามคือแค่ประเด็นที่มี ในสื่อเขาพูดถึงชื่อเราว่าเขาพูดถึง ขอบอกเลยว่าไม่รู้ ถ้าเกิดเรื่องราวของเรายังอยู่ในอะไรของเขาที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่ใช่ ไม่น่าจะใช่ ไม่รู้นะว่าเรื่องอะไร เพราะเราไม่ขอเข้าไปอ่าน ไม่ขอเข้าไปฟังอะไรใดๆ ทั้งสิ้นเลย จบแล้วจบเลยพอ คนละเส้นทาง

แต่ถ้าเขาพูดจริงเนี่ย เขาทำเพื่ออะไร อันนี้เราไม่รู้เลย แต่ถามแต่ไม่ปฏิเสธว่าเราเคยรู้จักกัน ไม่ปฏิเสธว่าเราเคยทำงานร่วมกัน ไม่ปฏิเสธว่าเราจบกันไม่ดีนะคะ แต่เราได้เงินกลับคืนมาแล้วส่วนหนึ่งก็โอเค จบ พอ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม