เรียกว่าเป็นอีกวันที่แฟนๆ รอคอยมานาน สำหรับงานฉลองวิวาห์ของคู่รักดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ และล่าสุด ณเดชน์-ญาญ่า จัดงานฉลองมงคลสมรส ณ โรงแรมดุสิตธานี และเปิดใจถึงความรู้สึกในวันสำคัญครั้งนี้ ซึ่งทั้งคู่ขอบคุณทุกแรงเชียร์ที่พาทั้งคู่มาถึงวันนี้ ยอมรับความรักเกินกว่าที่เคยจินตนาการ พร้อมเผยยังไม่รีบมีลูกหรือจดทะเบียนสมรส แต่เตรียมควงกันไปฮันนีมูนต่างประเทศในอีกไม่กี่วัน
ความรู้สึกวันนี้เป็นยังไงบ้าง?
ณเดชน์ : ก่อนอื่นนะครับ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนนะครับที่ได้ให้เกียรติมาร่วมเป็น... เรียกว่าเป็นสักขีพยานเลยก็ว่าได้เนาะ สำหรับความรักของเราในวันนี้ นะครับ ก็มาถึงสักทีนะครับ (นักข่าวส่งเสียงเชียร์) ก็ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมาก ผมเป็นรุ่นพี่ในวงการบันเทิง ผมเองอยู่มาประมาณเกือบ 20 ปี ต้องบอกว่าการเดินทางในวงการบันเทิงของผมเกือบ 20 ปีก็ถือว่านานมากๆ แต่เวลาผ่านไปค่อนข้างเร็วมากๆ นะครับ
...
อยากจะขอบคุณทุกๆ คนนะครับ ที่ให้กำลังใจนะครับ คอยสนับสนุน คอยซัพพอร์ต รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งเครื่องเตือนสติในการที่ให้ศิลปิน 1 ท่าน ได้ตระหนักถึงความดีและความถูกต้องที่เราได้ใช้ชีวิตเป็นตัวแทนของคนในสังคมด้วยนะครับ ขอบคุณพี่ตรงนี้ด้วยเช่นกันนะครับ แล้วก็วันนี้ขอบคุณมากอีกครั้งที่มาร่วมเป็น ตราประทับความรักระหว่างผมแล้วก็น้องในวันนี้ครับ (ยิ้ม)
ญาญ่า : ก็ขอบคุณมากๆ นะคะที่มาร่วมเป็นสักขีพยานของพวกเราในวันนี้นะคะ ก็ขอบคุณที่แบบเป็น จริงๆ ไม่มีพวกพี่ก็ไม่มีพวกเราค่ะ มันเป็นอะไรที่เราต้องพึ่งกันตลอดเวลา ก็ขอบคุณมากๆ for your love, patience แล้วก็สนับสนุนพวกเราค่ะ ทุกครั้งที่มีสัมภาษณ์ทุกคนก็จะถามถึงพี่แบร์ พี่แบร์ก็จะอยู่ในใจของญ่าตลอดเวลา ถึงแม้ว่าไม่ได้ทำงานร่วมกันตอนนั้นก็ตาม (หัวเราะ) ก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ ดีใจมากๆ ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันในวันนี้นะคะ เรามาถึงจุดนี้แล้ว... เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว (ยิ้ม) ก็ขอบคุณ ดีใจมากๆ ที่ทุกคนอยู่ในโมเมนต์ที่สำคัญสำหรับชีวิตของเราทั้งสองคนค่ะ very grateful ค่ะ
เห็นแฟนคลับมาร่วมแสดงความยินดีตั้งแต่เมื่อเช้าด้วย เป็นยังไงบ้าง?
ณเดชน์ : ใช่ครับ แต่เมื่อเช้านี้พี่แฟนคลับคือจริงๆ แล้วคิดว่า ถ้าให้โอกาสได้มามากกว่านี้ คงจะมามากกว่านี้ แต่ด้วยสถานที่ ด้วยระยะเวลา ก็เลยต้องทำเป็นแบบผู้โชคดีนะครับ ประมาณทั้งหมด 210 คนครับที่ได้มีโอกาสมา ดีครับ เค้าก็คงเหมือนพี่ๆ หลายๆ ท่านแหละครับ เฝ้ารอวันนี้มานานแล้วครับ ได้เห็นเราในชุดแต่งงาน มันก็เป็นแบบความฝันของพวกเค้าด้วยครับ แล้วก็ได้ชื่นชมการเติบโตของเราสองคนครับ ก็มีทั้งแฟนคลับญาญ่า แฟนคลับณเดชน์ แฟนคลับ NY ครับ
ญาญ่า : เค้าก็รอมานานแล้วค่ะ (หัวเราะ) นอนหลับแล้วแหละแฟนคลับ (หัวเราะ) ถามว่าแฟนคลับอวยพรอะไรให้บ้างไหม ส่วนมากจะ congratulations ค่ะ
ณเดชน์ : แล้วก็รอตัวเล็ก (หัวเราะ)
ญาญ่า : ค่ะ ทุกคนพูดประมาณนั้น
แล้วตอบแฟนคลับไปว่ายังไงบ้าง?
ณเดชน์ : ก็... แฮ่ๆๆ (หัวเราะ)
คือได้เห็นแน่นอนใช่ไหม ไม่ได้รีบใช่ไหม?
ณเดชน์ : ก็... ก็ยังไม่ได้รีบอะไรขนาดนั้น (ไม่ใช่เร็วๆ นี้ใช่ไหม?) เอ่อ... ไม่ใช่คืนนี้ครับ (หัวเราะ)
ตลอดระยะเวลาที่เดินทางร่วมกันมา จนมาถึงวันนี้ ภาพมันเป็นอย่างที่เราคิดไว้ไหม?
ณเดชน์ : ผมรู้สึกว่ามันเกินไปกว่าที่จินตนาการเอาไว้มากๆ เลยครับ ทั้งคือจะบอกว่าพวกเรา ผมเองนะฮะ บอกว่าโชคดีมากๆ เลยที่ได้เขามาเป็นภรรยาครับ ซึ่งทุกวันนี้เรารู้จักกันมา เขาก็ยังเป็นคนที่ชี้แนะ แนะนำเราในทิศทางที่แบบที่ดีตลอดมาครับ เขาทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น แล้วก็เราเองก็อยากที่จะเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อ เขา แล้วก็ความสัมพันธ์ของเราในอนาคตต่อไปด้วย
พี่ญ่าล่ะ โชคดีไหมได้สามีคนนี้?
ญาญ่า : โชคดีค่ะ สำหรับญ่านะคะ ตอนที่รู้จักพี่แบร์ ทำความรู้จักกันมาเรื่อยๆ ก็ค่อนข้างเห็นวันนี้เป็นภาพที่ชัดเจนมาอยู่แล้วค่ะ ก็เป็นไปตามที่วาดฝันไว้ค่ะ
...
ขอย้อนกลับไปวันแรก จำได้ไหมว่าตอนที่เรารู้จักกัน แอบคิดไหมว่าต้องเป็นคนนี้?
ญาญ่า : วันแรกแล้วบอกว่าต้องแต่งงานเลยเหรอคะ? (หัวเราะ) ผู้ชายคนนี้เหรอคะ?
ณเดชน์ : ผมเป็นนะ (หัวเราะ) ตอนนั้น... คิดว่าตอนหลังจากจบดวงใจอัคนีอ่ะ ผมรู้สึกว่าแบบ ผมอยากเป็นแฟนคนนี้จังเลย (หัวเราะ) อยากจีบเขาให้ได้จังเลย แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยแข็งเรื่องภาษาอังกฤษตรงนี้ใช่ไหมครับ ก็พยายามที่จะฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเขาตลอดเวลา อะไรก็ได้ที่ทำให้เค้าแบบรู้สึกถูกใจ เราก็พยายามทำ
ญาญ่า : จำได้เลยว่าแบบ text message สมัยนั้นเค้าแบบ message กันเนอะ ไม่ได้ไลน์อะไรอย่างงี้ text message มาหาญ่าเขียนว่า "Hey Shawty" (หัวเราะ) ก็รู้สึกว่าน่ารักดี แต่ว่าระหว่างที่ถ่ายละครกันอ่ะค่ะ เขาไม่คุยกับหนูเลย เขามองหนูอย่างเดียว
แล้วเคมีมันเกิดตอนไหน?
ญาญ่า : เคมีเราดีตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้วค่ะ
แล้วพี่ญ่ารู้ตอนไหนว่าเขาจีบ?
ญาญ่า : ตอนที่ส่ง text message แล้วเขียนมาว่า "Hey Shawty" ค่ะ (หัวเราะ) เค้าจีบเราแน่
ตกหลุมรักเขาตรงไหน?
ณเดชน์ : (หัวเราะ) ผมว่าคือความน่ารักความสดใสของน้องแบบมีอยู่คงเดิมตลอดครับ แล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่พลังงานสดใสอยู่ตลอด เรารู้สึกว่าความง้องแง้งของเค้ามันทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีชีวิตจังเลยอะไรอย่างงี้ครับ แล้วก็อีกอย่างเขาเป็นคนน่ารักมากๆ เป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นคนที่มีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่บอกไม่ถูกเลยอ่ะ ที่เรารู้สึกว่าเราตกหลุมรักเขาในช่วงเวลาที่เราได้รู้จักกันในการถ่ายละครมาเรื่อยๆ จนได้มาเล่นด้วยกันเรื่องที่สอง “เกมร้ายเกมรัก” อันนั้นคือแบบ เอาวะ! (หัวเราะ)
...
พี่แบร์จีบยังไงตอนนั้น?
ณเดชน์ : ผมจะชอบไปนั่งข้างๆ เขาบนรถตู้ จะบอกว่าฟังไหมๆ ฟังเพลง แต่ก่อนมีหูฟัง ก็จะแบบแบ่งหูฟังกันฟัง แล้วก็เพ้อฝันว่า อยากให้เขาหลับแล้วซบลงบนไหล่เราจังเลย (หัวเราะ)
ญาญ่า : แต่ไม่เป็นอย่างงั้นหรอกค่ะ เพราะว่าญ่าหลับอย่างงี้ค่ะ (ทำท่าอ้าปากหลับ)
ตอนนั้นเปิดเพลงอะไรให้เขาฟัง?
ณเดชน์ : ส่วนมากจะเป็นเพลงสากล เพลงรักก็ต้องเลือกหน่อย แบบว่าอย่าให้อกหัก (ยิ้ม)
แสดงว่าณเดชน์ทำการบ้านทุกครั้งที่เจอญาญ่า หมายถึงเตรียมจะจีบเขายังไง?
ณเดชน์ : อ๋อ ไม่ๆ ขนาดนั้น (ยิ้ม) คือผมว่าด้วยความที่ว่าเราถ่ายละครด้วยกัน มันใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด เกิน 12 ชั่วโมงอ่ะครับ ก็เลยรู้สึกว่าเหมือนกับมันก็ซึมซับความรู้สึกกันไปตอนนั้นอยู่แล้ว
ญาญ่า : ก็ถือว่าโชคดีค่ะ
พี่แบร์จำวันแรกที่ขอเขาเป็นแฟนได้ไหม?
ณเดชน์ : จำได้ครับ จริงๆ เรามาตกลงนับวันว่า วันเนี้ยคือวันที่เราเป็นแฟนกันมากกว่า เราคิดว่าโอเคสมมติว่าความรู้สึกมันชัดเจนแล้วแหละว่าเราเป็นแฟนกัน แต่ว่าวันที่เราตกลงกันก็คือมานั่งดูวันว่าโอเควันนี้แหละ วันที่เราคุยกัน ก็คือเป็นจุดเริ่มต้นของวันที่เราบอกว่ารักกัน ชอบกัน เป็นแฟนกัน
...
ญาญ่า : คือมันไม่มีวันที่แบบจิ้มได้ชัดเจน เพราะรู้สึกว่าเหมือนเราน่าจะตกหลุมรักกันก่อนที่เราจะตกลงเป็นแฟนกันค่ะ
แล้วญ่าล่ะ ตกหลุมรักณเดชน์ตอนไหน?
ญาญ่า : จำไม่ได้แล้วค่ะ (หัวเราะ)
ณเดชน์ : ตั้งแต่วันแรกเลยครับ
ญาญ่า : คือรู้สึกว่าจริงๆ ญ่าเป็น I'm a Pisces ค่ะ ราศีมีนใช่ไหมคะ ก็รักแล้วรักเลยค่ะ แต่ว่าไม่ใช่กับทุกคนนะคะ obviously แต่ว่ารู้สึกว่ามีอะไรก็ไม่รู้ ที่แบบรู้สึกว่าคนนี้แหละ
ภาพจำหรือความประทับใจคืออะไร?
ญาญ่า : รู้สึกว่าพลังงานเราตรงกันค่ะ เหมือนมันเป็นแบบ vibe ที่ลงล็อกมากๆ ถึงแม้ว่าจะมีขอบเขตเกี่ยวกับภาษา ที่เราอาจจะช่วงแรกๆ คุยไม่รู้เรื่องเลย like Google Translate ค่ะ
แต่อะไรที่ทำให้ญ่ารู้สึกว่าคนนี้แหละใช่?
ญาญ่า : ทุกอย่างเลย รู้สึกว่าถ้าจะจิ้มเป็นอย่างเดียว มันจะไม่แฟร์กับอย่างอื่นที่ชอบด้วยอ่ะ (หัวเราะ) มันมันหลายอย่างมาก There's a lot of things ค่ะ ก็อย่างที่ทุกคนสัมผัสได้ค่ะ พี่แบร์เขาจริงใจกับตัวเองมากๆ เขาก็เลยเหมือนแผ่สิ่งนี้ไปสื่อต่อคนอื่น จริงใจกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง ก็รู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ แล้วก็ที่สำคัญรู้สึกว่าเราเป็นตัวเองได้ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะ
ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ อะไรของพี่แบร์ที่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน?
ญาญ่า : ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลย (หัวเราะ)
ที่ชอบที่สุดในตัวพี่แบร์คืออะไร?
ญาญ่า : His heart... หัวใจของพี่แบร์ค่ะ เพราะว่าหัวใจเขา... เขาเป็นคนน่ารักค่ะ อย่างที่บอกคือเขาทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ แล้วหัวใจเขาก็เต้นจังหวะที่แบบ "ญาญ่า" (หัวเราะ)
ณเดชน์ : น้องพูดแล้วดูน่ารัก ผมพูดแล้วดูโรคจิตยังไงไม่รู้ (หัวเราะ) "ญาญ่า" (ทำเสียงกระซิบ)
ต้องเรียนรู้หรือปรับตัวอะไรกันบ้างไหม กว่าจะกลมกลืนกันได้ขนาดนี้?
ณเดชน์ : ผมเชื่อว่าเราเรียนรู้กันและกันอยู่เรื่อยๆ ครับ ผมว่าชีวิตคู่ไม่มีทางที่จะมีสูตรตายตัวหรือว่ามีกฎตายตัวที่บ่งบอกว่าใครทำอะไรชัดเจนหรือยังไงขนาดนั้น ผมว่าเราต้องคอยสังเกตกันและกัน คอยสังเกตความรู้สึก คอยสังเกตตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ให้สิ่งที่พวกเราคุ้นเคยหรือทำอยู่สม่ำเสมอมันเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ หรือว่าในสิ่งใหม่ๆ ที่เรามองเห็นหรือสังเกตเห็น เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับหรือพัฒนาให้ให้เราเดินไปในทิศทางเดียวกันอยู่เสมอ
ช่วงเวลาที่ผ่านมาผ่านอะไรกันมาเยอะ ช่วงเวลาที่ดิ่งมากๆ ประคองกันยังไง?
ญาญ่า : ญ่ามีความเชื่ออันนึงเสมอ เกี่ยวกับคนที่อยู่ใน relationship นะคะ ว่าตอนที่เราเจออะไรที่ไม่ดี แล้วทำให้คนคนนั้นเค้าเจอแบบโมเมนต์ที่แย่ที่สุดอ่ะค่ะ เราต้องสามารถรักคนที่เราเลือกที่จะเป็นแฟนด้วย ในโมเมนต์ที่เขาเติบโตและเปลี่ยน You have to love ทุก version ของคนที่พร้อมที่จะเป็นแฟนด้วยกันค่ะ
ถ้าเราเจอเหตุการณ์ที่แบบแย่มากๆ แล้วมันทำให้เราพัฒนา เปลี่ยนเป็นคนที่มีอะไรสักอย่างที่เปลี่ยนในตัวเรา คนที่อยู่ข้างๆ ต้องคอยซัพพอร์ต ถ้าเจออะไรที่ดิ่ง เราต้องเป็นเหมือนแบบ wind beneath the wings เราต้องช่วยผลักดันให้เขาเติบโตจากสิ่งนี้ให้ได้ค่ะ ก็เลยเราจะเจอซึ่งกันและกันใน version ที่ต่างกันออกไปเยอะมากๆ ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันจนถึงวันนี้ อันนั้นคือสิ่งที่รู้สึกว่าเราโตไปด้วยกันได้ เจออะไรแย่ๆ ก็ยังโตไปด้วยกันได้ Make sense ไหมอ่ะ Make sense นะ (หัวเราะ)
ในวันที่เราเจอปัญหา มีผู้หญิงคนนี้อยู่ข้างๆ เป็นยังไงบ้าง?
ณเดชน์ : เขาอยู่ข้างผมตลอดเลยนะครับ เขาไม่เคยทิ้งผมไปไหนเลย (ยิ้ม) ในวันที่เรารู้สึกว่าเราแย่ที่สุด เหมือนที่เขาบอกครับ เขาเฝ้ารอในวันที่เราจะเปลี่ยนแปลงและเป็นคนที่ดีขึ้นนะครับ แล้วก็เขายังพร้อมที่จะรับเรากลับเข้ามาอยู่ในอ้อมอกเขาอีกครั้งนึง
คำมั่นสัญญาที่ให้แก่กันในการใช้ชีวิตคู่ มีอะไรบ้างไหม?
ณเดชน์ : มีครับ จริงๆ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราได้พูดกันในพิธีแต่งงานที่นอร์เวย์นะครับ นั่นก็อาจจะเป็นถือว่าเป็นคำสัตย์ คำมั่นสัญญา ที่เราได้ให้กันไว้ครับ ก็ไม่ว่าจะต่ำสุด สูงสุด หนาวสุด เย็นสุด ทุกข์สุด มีความสุขสุด เราก็ต้องจับมือกัน เรียกว่ากลืนกินช่วงเวลาเหล่านั้นไปด้วยกัน
ญาญ่า : กลืนกิน... ง่ำๆๆ (หัวเราะ) สัญญาว่าจะเป็นเพื่อนที่ดี คู่ครองที่ดีค่ะ
ณเดชน์ : ไม่ต้องพูดอะไรมาก เขาดีอยู่แล้ว (หัวเราะ)
พี่แบร์มีอะไรอยากบอกน้องญ่าไหมวันนี้?
ณเดชน์ : เขาสวยมากวันนี้ (ยิ้ม) ตั้งแต่ตื่นเช้าเขาก็สวยแล้วครับ ก็ไม่ได้มีอะไรพูดเยอะ แต่ว่าก็หลายๆ อย่างก็พูดไปหมดแล้วครับผม วันนี้ก็มองเขา ก็เห็นว่าเขาสวยอย่างเดียวเลยวันนี้ ดู 3 งานแล้วก็ไม่เคยเบื่อเลยครับ
คนสวยคนนี้เป็นภรรยาคุณแล้วนะ?
ณเดชน์ : ครับ ใช่ครับผม! (หัวเราะ)
เรื่องจดทะเบียนสมรส มีแพลนกันยังไงบ้าง?
ณเดชน์ : อ๋อ... จริงๆ เรื่องนี้เราก็คิดเหมือนกันนะครับ แต่ว่ายังไม่ได้รีบร้อนที่จะจดอะไรขนาดนั้น
ญาญ่า : ยังไม่มีเวลาค่ะ (หัวเราะ)
ณเดชน์ : ใช่ มันมีหลายอย่าง ถ้าจะจดมันมีหลายอย่าง ต้องเตรียมตัวเนอะ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ เหมือนกัน
อาฟเตอร์ปาร์ตี้วันนี้จะมีอะไรบ้าง?
ณเดชน์ : วันนี้ก็จริงๆ ก็จะมีโฟโต้บูธถ่ายรูปกับแขกหลายๆ ท่านนะครับผม แล้วก็จะมีโชว์มินิคอนเสิร์ต ไม่ใช่ของผมนะฮะ (หัวเราะ) เป็นแบบศิลปิน เป็นเกสต์เซอร์ไพรส์อะไรอย่างงี้ครับ แล้วก็จริงๆ งานวันนี้เน้นเป็นปาร์ตี้เป็นหลักนะครับผม ก็ไม่มีอะไร กิน ดื่ม แค่นั้นเองครับ
ชุดงานวันนี้มีกี่ชุด?
ญาญ่า : ของวันนี้เหรอคะ อันนี้ชุดที่สองค่ะ เหลืออีก 2 ชุดค่ะ
ณเดชน์ : ของผม 4 ชุด ก็เหลืออีก 2 เหมือนกันครับ ใส่คู่กันครับ ก็แอบถามพี่สไตลิสต์ญาญ่าว่า เขาใส่ชุดสีอะไร เราจะเข้ากันไหม ก็พยายามที่จะหาอะไรโทนที่ใกล้ๆ กัน จริงๆ เป็น silk เหมือนกัน ก็ใกล้เคียงกันอยู่มากๆ
เรื่องสินสอดทองหมั้นเป็นยังไงบ้าง?
ณเดชน์ : ไม่มี (หัวเราะ) สินสอดก็นู่นตั้งแต่งานขอนแก่นแล้ว ก็พวกตามประเพณีไทยครับผม ก็มีเงิน มีทองครับ แต่ว่าสุดท้ายแล้วคือเราเอาเก็บเข้าบัญชี แล้วก็เป็นบัญชีปิด เอาไว้ให้ลูก คือสินสอดหรือว่าเงินขวัญถุงที่ทุกคนมอบให้ในวันงานแต่ง เราก็จะเก็บเข้าล็อกบัญชีเลย กว่าจะเบิกได้ก็อีก 3 ปี 2 ปีครับ
ตอนแรกที่ณเดชน์เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากมีลูกเป็นทีมฟุตบอล ตอนนี้ยังอยากได้อยู่ไหม?
ญาญ่า : น่ากลัวมาก! (หัวเราะ)
ณเดชน์ : ตอนนี้ทีละคนก่อนครับ
ญาญ่า : เห็นด้วยค่ะ ถามว่าอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายก่อน อะไรก็ได้ค่ะ
หลังจากนี้แพลนฮันนีมูนยังไงบ้าง?
ญาญ่า : เนี่ย หนูมีวันนี้เลยค่ะ (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ ค่ะ อีกไม่กี่วันก็จะก็จะไปฮันนีมูนกันค่ะ
ณเดชน์ : ใช่ครับ
ญาญ่า : ถามว่าไปที่ไหน ฮิฮิฮิ ไม่บอก (หัวเราะ) ไปต่างประเทศค่ะ
อยากบอกอะไรกับคนที่เชียร์เราตั้งแต่เป็นคู่จิ้นจนเป็นคู่จริง?
ณเดชน์ : ต้องบอกว่าขอบคุณพี่ๆ ทุกๆ คน พี่ๆ สื่อมวลชนน่ะ เพราะพี่คือสื่อกลางที่จะส่งต่อหลายๆ อย่างที่คนข้างนอกทั่วไปเขาไม่เคยเห็น เขาได้รับข้อมูลของพวกเรา ได้รับรอยยิ้ม บทสัมภาษณ์ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโออะไรก็ตาม ผ่านทางพวกพี่ๆ ทุกคน เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าจริงๆ แล้วแฟนๆ ทุกๆ คนน่าจะอยากขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนมากกว่า เพราะพี่ๆ ทำให้คนที่อยู่ต่างจังหวัดที่ไม่เคยเจอณเดชน์ ญาญ่า ได้เห็นได้รับรู้ความเป็นตัวตนของพวกเรา ขอบคุณพวกเขาอีกครั้งนึงด้วยแล้วกันครับที่คอยซัพพอร์ตเรามาตลอดครับ
ญาญ่า : จริงๆ หนูรู้สึกว่าแรงเชียร์มันมีผลนะคะ (ยิ้ม) แรงเชียร์มีผลมากๆ เลยค่ะ เพราะว่าในช่วงแรกๆ เราทำงานด้วยกันบ้าง เราไม่ได้ทำงานด้วยกันบ้าง ไม่ได้ทำงานด้วยกันตลอดเวลา บางช่วงที่ไม่เจอกัน แต่เมื่อมีแรงเชียร์จากข้างนอก ก็ทำให้เรานึกถึงกันตลอดเวลา และก็ทำให้เราจินตนาการได้ด้วยค่ะ คิดตามก็เออ ก็ดีนะ (ยิ้ม) ก็ขอบคุณสำหรับแรงเชียร์ค่ะ มันส่งผลมากๆ ทำให้เราต่อสู้มาถึงวันนี้ค่ะ ก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ (หัวเราะ)
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม