ออกมาเปิดใจหลังถูกหลอกโอนเงินจากมิจฉาชีพทำให้เสียเงินไปสูงถึง 1.2 ล้านบาท สำหรับนักแสดงชื่อดัง “เบสท์ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์” ที่วันนี้เดินทางมาที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พร้อมด้วย “ทนายเฉลิมศักดิ์ วงเมือง” เพื่อสอบพยานเพิ่มเติม กรณีที่ “เบสท์” เป็นโจทย์ร่วมกับอัยการฟ้องผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, และเป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของตนโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ซึ่งทางเบสท์ เปิดใจเล่าให้ฟังว่า

เล่าย้อนให้ฟังหน่อยว่าไปโดนหลอกได้ยังไง จุดเริ่มต้นโดนหลอกจากแพล็ตฟอร์มเฟซบุ๊กในเพจของมาร์เก็ตติ้งอินฟลูเอนเซอร์รับสมัครนักรีวิวโรงแรม ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็รับรีวิวอยู่แล้ว ทีนี้เราสนใจ เราเลยทักไป เขาก็เหมือนแอดไป สมัครเทเลแกรม แล้วก็คุยข้อมูลผ่านทางนั้น แล้วก็เริ่มมีการให้ทดสอบเรา ทักษะในการรีวิวการเขียนต่างๆ มีค่าเสียเวลาให้เป็นเงินได้เปล่า เขาให้เราเขียนสั้นๆ ประมาณ 3-4 บรรทัด แล้วก็พอหลังจากที่เราเขียนเสร็จ เขาก็โอนเงินมาให้เราเป็นค่าเสียเวลาในการวัดผล คราวนี้ พอสะสมครบ 100 คะแนน ในวันรุ่งขึ้นได้ไปรีวิวที่โรงแรมจริง ในระหว่างนั้นเขาก็จะบอกเราทำครบ 50 คะแนนเต็มร้อยแล้ว ก็เริ่มมีการให้ใช้ทุนสำรองเริ่มต้นอยู่ที่ 400 บาท เขาก็จะเป็นขั้นบันไดไปเรื่อยๆ ทำครบ 5 ครั้งในวันรุ่งขึ้นได้ทำงาน ได้ร่วมงานเลย

แต่ในครั้งที่ 5 ครั้งสุดท้าย ก็คือไม่ได้เงินคืนแล้ว ก็ถูกดึงเข้าไปในกลุ่ม VIP แล้วกลุ่ม VIP ก็จำนวนเงินมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วในกลุ่ม ณ เวลานั้นเราไม่ทราบว่า เขาเป็นหน้าม้า มีทั้งหมด 4 คน ก็คือต้องทุกคนต้องทำกิจกรรม คือโอนเงินแล้วก็ทำการลักษณะโปรโมทโรงแรมในเครือของ Agoda แล้วก็แคปหลักฐานว่าเราโปรโมทให้แล้วนะ แล้วเขาจะจ่ายค่าตอบแทนให้เราพร้อมกับเงินต้นของเรา ในกรณีทำไปอยู่ 2 ครั้งเขาก็แจ้งไม่สำเร็จ เพราะว่าเราทำผิดพลาด แล้วคนในกลุ่มที่เป็นหน้าม้าก็มารุมโทษเราว่า เป็นเพราะเราทำให้ทุกคนต้องโดนยึดเงินทั้งหมด ในกรณีนั้นเราก็รู้สึกผิดค่ะ เขาก็เลยถามวิธีแก้ยังไง เขาก็บอกว่าต้องโอนเพื่อแก้ไขงานจำนวน 250,000 แล้วก็ต้องโอนอีก 490,000 พอเราโอนเสร็จเรียบร้อยก็เกิดปัญหาอีกว่าไม่สำเร็จอีก เพราะว่าโอนเงินช้าไป 3 นาที กำหนดเขา เขาก็เลยบอกว่าเราต้องแก้อีก โดยการที่ต้องโอนเงินมาเพิ่มอีกจำนวน 600,000 ทุกอย่างเกิดขึ้นในวันเดียวกันเลย คือวันที่ 9 พฤษภาคมปีที่แล้ว

เบื้องต้นประมาณช่วงสักเที่ยงไปจนถึงโอนยอดสุดท้ายประมาณช่วงก่อน 3 ทุ่ม ในหนึ่งวันเลยค่ะ แล้วจริงๆ อ่ะพอเราโอนก้อนสุดท้ายไป ตอนแรกเราคิดว่าจะจบแล้วได้เงินคืน เขาก็บอกว่าตอนนี้วงเงินถอนเกินต้องโอนเงินมาเพิ่มอีก 500,000 เพื่อปลดล็อกบัญชี ซึ่ง ณ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าถ้าเราโอนไปอีกมันก็ไม่น่าจะสำเร็จ อีกตอนนั้นก็เลยรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว แล้วก็เลยหยุดค่ะ แล้วตอนนั้นก็เลยตัดสินใจโทรไปอายัดบัญชี แล้วก็โทรไปแจ้งความที่ 1441 แล้วในช่วงเวลาประมาณวันนั้นเลย 23.00 น. ก็ไปแจ้งความที่สน.ทองหล่อ ทั้งหมด 1,200,000 บาท

ในกรุ๊ปที่เป็น VIP ก็คือเป็นหน้าม้า 4 คนรวมเราเป็น 5 เราเป็นเหยื่อคนเดียวค่ะ ในรูปโปรไฟล์เป็นรูปบุคคล มีชื่อนามสกุล บางคนก็ใช้ชื่อเล่นแล้วพวกหน้าม้าก็มีการทักมาหลังไมค์ เพราะเราจะเป็นคนที่โอนเงินช้าที่สุด ว่าทำไมไม่รีบทำ เพราะฉะนั้นคนอื่นจะโดนยึดเงินแล้วนะ แล้วเราทำผิดพลาดอยู่คนเดียว ก็คือเหมือนเขาพยายามกดดันเราแล้วทำให้ รู้สึกว่าเราผิด เพราะทุกคนเดือดร้อนเพราะเรา มันเลยเป็นจุดที่ทำให้เราแบบเร่งรีบในการที่ต้องโอน แล้วเขามีเวลาจำกัดคือเขามีเวลาตั้งแต่ 15 นาที ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง ซึ่งจำนวนเงินค่อนข้างสูงมาก บางทีเราก็ต้องรวบรวมเงินจากหลายบัญชี

คือถามว่าตอนที่โดนตอนแรกเรายังไม่เชื่อว่าเราโดนมิจฉาชีพหลอกเพราะว่าเราคิดว่ามันเป็นเรื่องงานจริงๆ เพราะว่าตอนแรกที่เข้าไปดูในเพจของ Facebook เราเข้าไปตรวจสอบแล้ว คือบริษัทมันมีจริง แต่เขาสวมรอย แล้วเราก็แบบเราก็ถามเขาด้วยนะว่าแล้วเงินทำไมถึงโอนเป็นชื่อบุคคล เขาก็แจ้งว่ามันเป็นตัวแทนที่ต้องโอนให้ตัวแทนของบริษัท Agoda ซึ่งเป็นการจองโรงแรมเสร็จแล้ว เราก็ทำการแชร์เพื่อเป็นการโปรโมทโรงแรมให้เขา แคปหน้าจอส่งมา ก็ถือว่าเราส่งงานเขาก็จ่ายค่าทำงานให้ เราคือมองเป็นลักษณะแบบนั้น แล้วเรารู้สึกว่าเราอยากจะทำงานเราก็เลยพยายามทำให้มิชชันมันสำเร็จโดยการสะสมคะแนนให้ครบ 100 คะแนนเต็ม

ตอนแรกเข้าไปก็ไม่เสียเงินสักบาท มีแต่เขาที่โอนเงินเปล่ามาให้เราจากการที่เราทดสอบทักษะเรา แล้วก็สมัครสมาชิก Agoda ก็ยังโอนเงินมาให้เราแต่ว่าจำนวนเงินมันจะเป็นจำนวนหลักสิบ เพจมีความน่าเชื่อถือค่ะ และมีเครื่องหมายถูกสีฟ้าทุกอย่าง ดูน่าเชื่อถือและเราเข้าไปเช็กตอนแรกก็คือเช็กหมดเลย ชื่อของบริษัทที่จดทะเบียน เขาก็มาสวมรอย เบสท์อยากจะขอเตือนภัยแล้วกันว่าถ้าบางครั้งค่ะบริษัทบางบริษัทถูกสวมรอยอย่างนี้ถ้าเราไม่มั่นใจจริงๆ ว่ากิจกรรมนี้มีจริงไหมหรือมีการรับสมัครจริงไหมอาจจะโทรไปสอบถามทางบริษัทนั้นก่อน เพื่อความมั่นใจก่อนว่ามีจริงไหม ถ้าเขาบอกว่าไม่มี แสดงว่าอันนี้ถูกหลอกลวงและเป็นมิจฉาชีพ ในเวลานั้นเราไม่ได้โทรไปสอบถาม ก็หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต บริษัทนี้มีจริง จดทะเบียนจริงนะ อยู่ภูเก็ต

เราก็แคปหลักฐานได้แค่บางอันเท่าที่เหลือ แต่อย่างพวกเลขบัญชีที่เป็นของปลายทาง เขาจะส่งมาในกลุ่มมีแค่ 5 นาทีแล้วก็จะสลายไปเลย ซึ่งเป็นระบบของเทเลแกรมที่มิจฉาชีพชอบใช้ ถ้า ณ ตอนนั้นเมื่อปีที่แล้วตอนที่เพิ่งโดนคือยังไม่เชื่อตัวเองเลยว่าตัวเองโดนเพราะว่ามันเกิดรวดเร็วมากในวันเดียว หลายคนอาจจะใช้เวลาเป็นอาทิตย์เป็นเดือน แต่ของเราวันเดียวแล้วก็แบบอยู่ดีๆ เงินหายหมดเกลี้ยงบัญชี ช็อกค่ะ ช็อก และพอไปที่ สน ไปให้ปากคำก็ยังไม่เชื่อว่าตัวเองโดนอยู่เลย ซึ่งเป็นเงินเราเองคนเดียว จากหลายบัญชีที่เราใช้จ่ายประจำ จริงๆ มันเหมือนเราถูกกดดันด้วยภาวะนั้น และเวลาบอกใครไป คนก็ถามว่าทำไมโอนเงินออกง่ายขนาดนี้ ทำไมถึงโง่อย่างนี้ ข่าวมีเยอะแยะทำไมถึงไม่ดู คือเบสท์เจอคอลเซ็นเตอร์โทรมาเยอะ เราไม่ตกเป็นเหยื่อของการโทร แต่อันนี้เป็นการพิมพ์แชตอย่างเดียว ไม่มีการโทรเข้ามาไม่มีวิดีโอคอลทั้งสิ้น มันเป็นการพิมพ์ ซึ่งปกติเบสท์รับงานต่างๆ เราก็ใช้การพูดคุยเป็นหลักอยู่แล้ว เราก็เลยรู้สึกว่านี่เป็นการสอบถามข้อมูล

ระมัดระวังเพราะปัจจุบันมิจฉาชีพ เขาก็เลยเห็นว่าประชาชนทุกคนก็อยากมีรายได้เสริม อยากทำงาน อยากทำมาหากิน บางคนก็โดนหลอกหลายคนก็เป็นลักษณะของการที่อยากจะขายสินค้าเขาก็ดึงเข้าไปในกลุ่มไลน์ openchat แล้วก็ต้องมีค่าสมัครที่เสียเงิน สุดท้ายอยากขายของกลายเป็นเสียเงินมันมีเยอะมากที่ผู้เสียหายหลายคนทักมา มีทั้งแบบของเบสท์ที่ถูกโดนหลอกเรื่องรีวิวโรงแรมด้วย มีบางคนก็ขายเสื้อผ้าบางคนขายอุปกรณ์ของเด็ก คือทุกคนมันเหมือนแบบมันเป็นภาวะปกติของมนุษย์เนอะ ที่เวลามีคนทักมาหรืออะไรอย่างนี้ว่าสนใจสินค้าที่เราลงเราก็อยากขาย เพราะฉะนั้นเราก็มีโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อได้ง่ายจากการที่เรามีความต้องการขาย ต้องการมีรายได้ ต้องการทำงานอะไรอย่างนี้ค่ะก็ต้องระมัดระวังในแพลตฟอร์มปัจจุบันเบสท์ว่านอกจากโทรเป็นคอลเซ็นเตอร์แล้วอะในแพลตฟอร์มพวก Facebook เยอะมาก แล้วพวกนี้จะยิงแอดยิงแอดให้ตรง target ตรงช่วงอายุของเราช่วงแบบเพศของเราอะไรอย่างนี้ค่ะก็ต้องระมัดระวังเขาเจาะกลุ่มตลาดได้ถูกจุดทุกครั้ง ทุกวันนี้ก็ยังมีคนที่เป็นเหยื่ออยู่ก็ยังมีคนทักมาหาเบสท์ทุกวัน


เบสท์มองว่าการที่เรามาให้ข้อมูลกับสื่อกับทางทุกคนมันก็เป็นอุทาหรณ์กับคนอื่น แล้วอย่างน้อยก็คือได้เห็นผ่านตาข่าวของเบสท์ก็จะได้รู้ระมัดระวังตัวเองไว้ ก็จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อแบบเบสท์แล้วก็อยากให้ทุกคนแบบระมัดระวังจริง ๆ แล้วเอไอมันพัฒนาเยอะมาก สามารถปลอมวิดีโอคอลได้ เลียนเสียงทุกอย่าง เป็นครั้งแรกที่โดนเลย แล้วก็จะเป็นครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายจะไม่มีอีกแล้ว คือตอนนี้คือกังวลมากตั้งแต่โดนมา พอมีงานติดต่อเข้ามาตอนนี้ก็เริ่มกังวลเริ่มกลัว เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามีคนติดต่อให้เราไปรีวิวโรงแรมอย่างนี้ก็เริ่มกลัวจริง ๆ ค่ะ ก็เลยกังวลว่าโดนอีกแล้วหรือเปล่าโดนหลอกอีกไหม เราก็ไม่มั่นใจก็เลยต้องมีการโทรไปสอบถามพูดคุย แล้วก็มีการมัดจำกันให้เรียบร้อยอย่างน้อยให้มั่นใจว่ามีงานนี้จริง ๆ เพราะว่าการโดนหลอกเรานอยด์เรากลายเป็นว่าเราแบบสูญเสียความเชื่อมั่นบางอย่างไปเลยในช่วงหลังเกิดเหตุอะค่ะก็ค่อนข้างกังวลก็อาจจะแบบเริ่มไม่มั่นใจและกับงานที่ติดต่อเข้ามาเลยเรารู้สึกว่ามันจะเป็นมิจฉาชีพอีกไหมเราจะโดนซ้ำรอยอีกไหมอะค่ะใช่ค่ะเราก็เลยค่อนข้างกังวลแต่พอผ่านเวลามาเป็น 1 ปี 2 เดือนแล้วอะค่ะก็เราก็เริ่มคัดกรองได้มากขึ้นแล้วนะคะว่าอันนี้ปลอมแน่ ๆ อันนี้จริงอะไรอย่างนี้ค่ะก็ระมัดระวังแล้วก็เตือนคนรอบข้างหมดเลยค่ะอันนี้ต้องยอมรับว่าไม่มีน้ำตาเลยสักหยดเดียวค่ะมันเป็นน้ำตาตกในมากกว่ามันเป็นมันเป็นความเครียดสะสมมากกว่าค่ะมันจะไม่ได้ออกมาเป็นน้ำตาแต่ว่ามันจะไปรู้สึกว่าทำไมเราถึงตกเป็นเหยื่อเราพลาดได้ยังไงทั้งที่เราก็ก็เสพข่าวก็ดู

ข่าวนะไม่คิดว่าจะโดนกับตัวเองเพราะเรามองว่ามันเป็นเรื่องงานอะเราไม่ได้ไปลงทุนหรืออะไรอะค่ะเรามองว่าเอ้ยเราจะไปทำงานมันก็เลยเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เราพลาดในกรณีใช่ค่ะจริง ๆ เบสท์อะอยากจะบอกทุกคนเลยว่าเรามีพื้นที่สื่อของเราเองถ้าวันนึงที่เราโดนมิจฉาชีพอยากให้ออกมาแชร์กันเยอะ ๆ เพราะว่าบางครั้งค่ะสื่อที่ออกไปเนี่ยอาจจะไม่ทุกคนอาจจะไม่ดูประชาชนทุกคนในประเทศไทยอาจจะไม่ดูครบเพราะฉะนั้นถ้าเราหนึ่งคนแชร์ไปอะมันจะมีคนแชร์ต่อ ๆ ถือว่าเราได้ช่วยเหลือคนอื่นทำให้เขาไม่ตกเป็นเหยื่ออย่างนี้

ก็อยากขอความร่วมมือคืออย่าอาย อย่ากลัวที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมมีเงิน แต่โง่ คือเกรียนคีย์บอร์ดค่อนข้างเยอะอยู่แล้วในการที่เขาจะมาตำหนิเราค่ะ แต่อยากบอกเลยว่าอย่าซ้ำเติมเหยื่อค่ะ เพราะว่าเหยื่อก็ทุกข์มากพอแล้วอยากจะให้กำลังใจกันมากกว่า แล้วก็ให้เป็นเตือนสติระมัดระวังตัวกัน ก็คือตัวเองอาจจะโชคดีที่ไม่โดนในวันนี้แต่วันข้างหน้าเราก็ไม่มีโอกาสที่จะรู้ว่าเขาจะโดนไหมก็อยากให้ระมัดระวังตัว

พอใจค่ะ เพราะว่าถือว่าก็รับสารภาพ ก็ไม่ต้องเสียเวลามากในการสืบพยานต่อ อย่างน้อยก็มีสำนึกค่ะ ได้รับโทษค่ะ ก็มีหลายคนก็คือ inbox มาถามว่าเป็นยังไงบ้างได้เงินคืนไหม ได้เงินคืนครบหรือยัง เพราะบางทีเขาเห็นข่าวเราออกไปว่าจับบัญชีม้าได้ครบแล้วทั้งสามคน เขาก็เลยรู้สึกว่าอุ๊ยได้เงินคืนแล้ว ดีจังเลย แต่เบสท์อยากจะบอกนะว่าเบสท์ไม่ได้มีอภิสิทธิ์พิเศษในการแบบที่ทำได้เร็วกว่าคนอื่น เพราะว่านี่ก็ใช้เวลาเป็นหลักปีเหมือนกันแล้วก็คือมันตามขั้นตอนเลยนะคะ เออตามขั้นตอนคนก็จะมองว่าพอเป็นเคสคนดัง เคสดาราทำไมจับได้เร็ว แต่ยังไม่ได้เงินคืนนะยังไม่ได้เลยค่ะ เพราะว่าทางจำเลยเองก็ไม่มีเงินที่จะชำระหรือชดใช้ทั้งหมดค่ะ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ก็พยายามบอกทุกคนที่เป็นเหยื่อเหมือนกันว่าทำดีที่สุดคือจับจำเลยหรือคนที่เป็นบัญชีม้าทั้งหมดให้ได้รับโทษได้จำคุกนี่คือสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ในฐานะผู้เสียหาย และประชาชนที่ทำได้ดีที่สุดแค่นี้จริงๆ แต่เรื่องจำนวนเงินคืนก็ต้องอาจจะต้องทำใจไว้หน่อยว่าอาจจะยาก แต่ขอให้คนผิดได้รับโทษ ณ เวลานี้ เราคิดแค่นี้เลย

คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม