เป็นอีกหนึ่งบทบาทหน้าที่ที่ได้รับนอกจากงานในวงการบันเทิงแล้ว ล่าสุด โตโน่ ภาคิน ก็ได้เข้าถือหุ้นเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ดที่ร้อยเอ็ด พ่วงกับรับตำแหน่งประธานสโมสรของที่นั่น

และนอกจากนี้เจ้าตัวยังได้พูดแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว และก่อนเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อหลายปีก่อน โตโน่ ก็เคยไปในฐานะนักร้องที่ต้องไปเล่นตามผับตามบาร์ เจ้าตัวยอมรับว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเศร้าและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้สูญเสียทุกคน ส่วนเรื่องการเตรียมตัวและระมัดระวังความปลอดภัยเวลาไปแสดงคอนเสิร์ต โตโน่ระบุว่าปกติจะมีทีมงานและผู้จัดการคอยเช็กระบบความปลอดภัยให้อยู่แล้ว แต่ในการทำงานจริงหน้างาน ทุกคนต้องดูแลตัวเองกันอยู่แล้ว

ถามเรื่องฟุตบอลหน่อย โปรโมททีมเราหน่อย?

"ก็ดีใจครับ เป็นครั้งแรกเนาะที่เราเข้าถือหุ้นเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล แล้วก็รับตำแหน่งประธานสโมสร เราก็ภูมิใจ ดีใจ แล้วก็อยากจะทำให้มันดีที่สุดครับ การเดินทางครั้งนี้คงจะยาวนานเพราะเราเป็นเจ้าของแล้ว ดังนั้นอยากจะให้ตรงนี้เป็นเวทีที่ให้นักเตะไทยใช้พัฒนาตัวเองจนไปสู่ระดับชาติครับ"

ทำไมถึงเลือกที่ร้อยเอ็ด? 

"ผมชอบจังหวัดนี้ครับ และมันมีบางอย่างที่ซื้อไม่ได้คือเรื่องของประวัติศาสตร์ ร้อยเอ็ดมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีเรื่องของบึงพลาญชัย เรื่องของอะไรแบบนี้ครับ"

ตอนนี้คือชีวิตส่วนใหญ่คืออยู่โน่นเลยไหม หรือบริหารจากที่นี่?

"หลักๆ จะอยู่ 3 ที่ครับ อยู่ที่นี่ (กรุงเทพฯ) แล้วก็ขอนแก่น เพราะที่ขอนแก่นเราก็มีงานด้วยเกี่ยวกับเรื่องของที่ดินของเรา มันต้องเดินทางไปทั่วประเทศเลยครับ อยู่ที่ว่าอาทิตย์นี้เราไปจังหวัดไหน ไปดูว่าลูกค้าอยากเอาที่ดินตรงนี้มาทำอะไร"

คือทำธุรกิจจัดหา รับจำนำ จำนอง อะไรแบบนั้นใช่ไหม? 

"ทำขายฝากอย่างเดียวเลยครับ ทำขายฝากอย่างเดียว"

อยากรู้นโยบายหรือเป้าหมายของท่านประธานสโมสรปีนี้ ว่าเป็นยังไงบ้าง? 

"เน้นเยาวชนครับ เราเพิ่งคัด U21 เข้าไป และพยายามให้โอกาสคนไทยเยอะๆ ส่วนนักเตะต่างชาติก็พยายามคัดตัวที่มีความสามารถและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กไทยของเราได้ ส่วนพี่ๆ ซีเนียร์ (นักเตะรุ่นใหญ่) ก็จะเติมเข้ามาเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากพวกเขาครับ ส่วนเป้าหมายเราก็อยากเป็นแชมป์ แต่ว่ามันไม่ง่าย ต้องช่วยกันครับ"

ความฝันคืออยากปั้นเด็กไทยแล้วผลักดันไปต่างประเทศเลยใช่ไหม? 

"ใช่ครับ (อย่างพวก U21) ก็ภูมิใจไปกับเขา แต่ก็อยากให้ติดทีมชาติกันมากขึ้นกว่านี้ รวมถึงทีมชาติชุดใหญ่ด้วยครับ"

ถามถึงเรื่องเหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิงหน่อยค่ะ อย่างพี่โน่ตอนนี้รับงานร้องเพลงอยู่ เห็นข่าวแล้วตกใจไหม?

"เห็นข่าวก็เศร้าใจและสงสารครับ สงสารผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติๆ แล้วก็ตัวของเจ้าของสถานที่เอง มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่พอเกิดขั้นแล้วผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่สถานบันเทิงทุกๆ ที่ รวมถึงทุกๆ คนควรจะต้องเอามาตระหนักกันว่าเราต้องระมัดระวังยังไงเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก หรือถ้ามันเกิด จะทำยังไงให้มันเบาที่สุดครับ"

ตัวพี่โน่เองเคยมีโอกาสไปร้องที่ร้านนี้ไหม?

"เคยครับ เคยไปเมื่อนานมาแล้วครับ"

ส่วนตัวแล้วปกติเวลาเราไปงานพวกนี้ พี่โน่ระมัดระวังตัวยังไงบ้าง?

"ก็จะมีทีมงานคอยเช็คให้อยู่แล้วครับ ทางทีมรับงาน ทางผู้จัดการเขาก็จะเช็คให้อยู่แล้วว่าระบบความปลอดภัยมันเป็นยังไง แต่ถามว่าเราจะรู้ขนาดนั้นไหมว่าประตูหนีไฟมันจะล็อคหรือมันจะเปิด... อันนี้มันขึ้นอยู่กับการทำงานจริงในตอนนั้นๆ เนาะ ในตอนที่เขาทำอะไรมันก็ต้องถูกต้องหมดทุกอย่างแหละ แต่เวลาปฏิบัติจริง ปฏิบัติยังไงมากกว่า"

เวลาเราไปแสดงดนตรี เรามีจุดระวัง (Warning) ให้ตัวเองตรงไหนเป็นพิเศษไหม? 

"ไม่หรอกครับ เพราะผมเป็นคนเต็มที่ทุกครั้ง ทีมงานเขาก็จับเช็กมาแล้ว ส่วนเรื่องทางหนีทีไล่ โอเค...เราก็ดูว่าประตูหนีไฟอยู่ตรงนี้ ที่พักอยู่ตรงนี้ ห้องน้ำอยู่ตรงนี้ แต่มันคงไม่ได้ละเอียดถึงขนาดว่าถ้ามันเกิดขึ้นจะหนีไปตรงไหนก่อน ถ้าตอนนั้นมีเวลาคิดก็อาจจะมีบ้าง แต่เวลาทำงานจริงๆ เราจะโฟกัสอยู่ตรงที่ว่าจะทำยังไงให้คนดูสนุก จะเล่นเพลงไหน โฟกัสอยู่ตรงนั้นมากกว่าครับ 

ผมคิดว่าทุกคนควรจะต้องทำงานรับผิดชอบในงานของตัวเองให้ดีที่สุด เราเป็นนักดนตรีเราก็โฟกัสงานของเรา รักษาความปลอดภัยก็รักษาให้ดีที่สุด ทางเจ้าของกิจการก็ทำยังไงให้ปลอดภัยที่สุดกับคนที่มาเที่ยว มันเป็นความรับผิดชอบของทุกๆ คนครับ ถ้าจะให้ทุกคนมาแบกทุกอย่างเอาไว้ ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันโลกสวยไป"

ผมคิดว่าทุกคนควรจะต้องทำงานรับผิดชอบในงานของตัวเองให้ดีที่สุด เราเป็นนักดนตรีเราก็โฟกัสงานของเรา รักษาความปลอดภัยก็รักษาให้ดีที่สุด ทางเจ้าของกิจการก็ทำยังไงให้ปลอดภัยที่สุดกับคนที่มาเที่ยว มันเป็นความรับผิดชอบของทุกๆ คนครับ ถ้าจะให้ทุกคนมาแบกทุกอย่างเอาไว้ ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันโลกสวยไป”

พี่โน่อยากให้มีการควบคุมหรือตรวจเช็คเพิ่มขึ้นไหมสำหรับสถานบันเทิง? 

"ก็เห็นเขาตรวจกันอยู่นะครับ ผมว่าสำคัญจริงๆ เลยคือทุกๆ คนทำอะไรกันอยู่มากกว่า หมายถึงเจ้าของกิจการดูแลสถานที่ตัวเองดีที่สุดหรือยัง พ่อค้า แม่ค้า Security คนมาเที่ยวอะไรต่างๆ เราทำได้เท่านี้ครับ คือเรียนรู้จากสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วก็ทำยังไงไม่ให้มันเกิดซ้ำ เพราะมันเกิดมาหลายรอบแล้ว ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ ขึ้นอีก".

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม