ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมเปิดใจปมหลังถูกแจ้งความตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “แหม่ม วิชุดา” ล่าสุดควงทนายเดชา และ ทนายกุ้ง อี้ แทนคุณ และเพื่อนสนิทอย่าง นุ๊ก สุทธิดา ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเจ้าตัวเปิดใจว่า

ก็เริ่มจากคู่กรณีโทรศัพท์มาหาเรา ให้ทนายของเขาคุยกับเราว่า มีการไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงจำนวนเงิน 40 ล้านบาท ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว แล้วก็กำลังจะออกหมาย ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่เห็นหมาย พอฟังเรื่องแล้วเราก็ไม่ได้ส่วนเกี่ยวข้องอะไร ก็เลยบอกว่าถ้าเรารับหมายแล้วเราจะสู้คดีก็แล้ว ซึ่งเขาบอกว่ายังฟังไม่จบเลย จะมาเคลียร์คดีกันไหมเขาบอกแบบนี้ เราก็ยืนยันว่าไม่เคลียร์คดีอะไรทั้งสิ้นเพราะเราไม่ได้ทำความผิดตามที่เขากล่าวอ้าง ก็เลยจะขอสู้คดี เขาก็บอกว่าจะดำเนินคดี ก็วางสายไป เราก็มานั่งคิด เราก็ทำอาชีพสุจริตเป็นนักแสดงอยู่ดีๆ จะมายัดเยียดคดี แบบนี้ให้เรามันก็ไม่ถูก หลังจากนั้นก็ได้รับหมาย ก็ติดต่อขอเข้าพบพนักงานสอบสวนแต่ตำรวจไม่ว่างเลยให้เรารอ รอนานมากๆเลยค่ะ ประมาณปีครึ่ง 

...

แล้วระหว่างนั้นเราก็พยายามที่จะสืบหาความจริงตลอดว่าสิ่งที่เราเจออยู่มันคืออะไร แต่มันก็มันก็ค่อนข้างลำบากนิดนึงเพราะเราไม่มีข้อมูลอะไรเลย แล้วคู่กรณีเขาไปแจ้งเราเขาก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไร ก็เลยเนี่ยค่ะต้องเดือดร้อน เพื่อน (อี้ แทนคุณ) ช่วยลองคุยให้หน่อยสิว่าเรื่องที่เราเจออยู่เนี่ยมันคืออะไร

จริงๆ แหม่มรู้จักกับเขานานแล้ว หลายปีมากเลย ตั้งแต่ก่อนโควิด มีคนแนะนำให้เรารู้จักในงานอีเวนท์งานนึง แล้วก็เจอกันแค่ไม่กี่ครั้งด้วย เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์มันแทบจะไม่มีอะไรเลย ก็คือเป็นคนๆนึงที่มีคนแนะนำให้รู้จักเท่านั้นเลย ทนายเขาคุยกับพี่อี้ว่า ถ้าอยากจะให้เอาชื่อออกจากคดี ก็จ่ายมาสัก 2-3 ก็แล้วกัน เราก็งง ทำไมต้องจ่ายเพราะเราไม่ได้ไปเอาเงินเขามา  

 

ผมเล่าอย่างงี้ก็คือเรื่องมันเป็นอย่างงี้ มันมีคู่กรณีเขาไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีก็ไปเจอหมออยู่ 2 คนพอเจอหมอสองคน เขาเห็นว่าธุรกิจมันน่าจะไปได้ดี ก็อยากจะมาทำที่ไทย เรื่องคือไม่มีอะไรมากเลย พอเขาจะมาทำที่ไทยทางเกาหลีเป็นคนบอกว่าให้ลงทุน 40 ล้านบาท คุณแหม่ม ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เพียงแค่บอกว่าก็ไปจัดการให้มันถูกต้อง ไปซื้อหุ้นซื้ออะไรต่างๆ ทางคู่กรณีก็เห็นว่าทางเกาหลี มาจริง มีตัวตนจริง ก็ไปโอนของเขาเอง คุณแหม่มไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง ไม่ได้ไปรับเงิน รับทองอะไรสักบาทเดียวไม่มีเลย ก็เอะใจ ทำไมถึงต้องมาเกี่ยวข้องกับคุณแหม่มด้วย

คุณแหม่มไม่ได้ไปชักชวน ไม่ได้ไปโน้มน้าว ไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง ไม่ได้ไปถือหุ้นสักบาท ไม่ได้ไปติดต่อว่าเป็นพรีเซนเตอร์ใดๆทั้งสิ้น ก็ปรากฏว่าพอโอนไปแล้วก็ไม่ได้มีการไปทำคลินิกจริงๆ 40 ล้านโอนไปเสร็จปั๊บ เขาก็ไปแจ้งความ เกาหลีนี่ มี 2 คนนะครับแจ้งความเกาหลีปั๊บ เสร็จก็พ่วงคุณแหม่ม ไปด้วย 

ทีนี้ ผมก็โทรไปคุยกับทางคู่กรณีเขาบอกให้คุยกับทนายผมคุยกับทนาย เขาบอกว่าไม่มีอะไรมากหรอกพี่ ถ้าอยากให้เอาชื่อออกขอสัก 2-3 ล้านแล้วกัน เดี๋ยวเอาชื่อออกให้ ผมบอกเฮ้ยได้ยังไง มันเป็นไปได้ยังไง ก็ในเมื่อเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าเขาทำอะไรผิดผมคงไม่ได้คงจะต้องคุยกับเขาอีกแบบนึง 

...

ต้องยอมรับว่าคุณแหม่ก็เกิดแพนิค เกิดความวิตกกังวลสูงมากก็เลยเครียดอันนี้มันก็เป็นการคล้ายๆไปข่มขู่ เขาโดยเอาคดี ไปให้เขาหรือเปล่าอันนี้ ตั้งเป็นข้อสังเกตแล้วกันว่า ทำไมไม่สืบสาวราวเรื่อง ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งทนาย ทั้งคู่กรณีต่างๆเพื่อนผมคนนี้รู้จักกันมา 20 กว่าปีแล้วเล่นละครด้วยกันมาก็วิตกกังวลสูงมาก

แหม่มตั้งข้อสังเกตนิดนึง คือก่อนหน้าที่คู่กรณีจะโทรหาแหม่มว่าแจ้งความดำเนินคดีกับแหม่ม ช่วงนั้นแหม่มไปเกาหลีกับพี่นุ๊ก สุทธิดา มีคนมาตะโกนด่าที่สนามบินว่า “อีขี้โกง” ดังมากเลยตรงที่สนามบิน ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าเขาด่าพี่นุ๊กกับแหม่ม ก็ไม่รู้ว่าเขาด่าใคร แต่เราก็คิดว่าไม่ได้ด่าพวกเราแน่นอนเพราะเราไม่ได้ทำธุรกรรมทางการเงินหรือไปโกงใครแน่นอน แต่สักพักหนึ่งมันมีคีย์เวิร์ด มันมีการจ้องหน้าจ้องตากัน แล้วมันมีการมายืนจ้องหน้าเรา เราก็เลยไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาก็มาตะโกนด่าเราแล้วก็ใส่แมสก์แล้วก็ยืนจ้องหน้าเราก็มีคีย์แบบพูดบางอย่างที่มันเป็นเกี่ยวข้องกับเรา แล้วเขาก็บอกว่า “หัวเราะกันเข้าไปเถอะ ทุกอย่างอยู่ในสำนวนหมดแล้ว” คือพูดแบบคือถ้าเราไม่หยุดถามเขาตรงนั้น เขาเดินตามด่าเราตลอดทางแน่นอน

...

ซึ่งเราไม่ได้รู้จักเขา ตอนแรกเขาใส่แมสก์ เราไม่รู้จัก พอเขาถอดแมสก์มาเราก็เลยอ้าว เราเคยเจอคนนี้ครั้งเดียว ครั้งนึงเขาทำงานเป็นเอเจนซี่อยู่ที่เกาหลี ไม่เกี่ยวกับคนในวงการค่ะ เราก็ไม่เคยมีเรื่องมีราว เราก็ไม่ได้สนิทสนมอะไร แล้วสุดท้ายเขาก็บอกกับพี่นุ๊กนะคะ ไม่บอกกับแหม่ม บอกว่าอยากรู้อะไรไปถามเพื่อนในวงการบันเทิงคนนี้ที่ชื่อ ก. ดู ดังๆเป็นนักร้องยุครุ่นเดียวผม ยุค 90

เคยพูดไปแล้วขอย้ำอีกสักรอบนึงแล้วกันว่าแหม่มก็ไม่รู้อะไรมาดลจิตดลใจให้คู่กรณีมาทำแบบนี้กับแหม่ม เราไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน คุณรู้อยู่เต็มอกว่าแหม่มไม่เคยไปเอาเงินของคุณมา ไม่เคยโกงเงินคุณ ไม่เคยชักชวนคุณไปทำอะไรแบบนั้นเลย เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แต่คุณดำเนินคดีกับแหม่มข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ส่งหมายเรียกผู้ต้องหาไปที่บ้านแม่แหม่มที่มีอายุ 80 กว่า แม่แหม่มแก่มาก แล้วคุณทำแบบนี้กับแหม่มคือคุณทำร้ายแหม่มมาก ทั้งๆที่แหม่มไม่เคยทำอะไรให้คุณเลย คุณคิดผิดแล้วก็ส่งให้คนอื่นทั่วไปด้วย ใครที่อยู่ในกระบวนการทั้งหมดเลย ที่ร่วมมือทำร้ายจิตใจแหม่ม ทำร้ายชีวิตแหม่มให้แหม่มต้องมาอยู่ในจุดนี้ คุณคิดผิด ซึ่งนอกจากนี้ แหม่ม วิชุดา เผยเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา เพิ่งเดินทางไปแจ้งความเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกลับ 2 นักธุรกิจ และทนายความอีก 1 ราย ใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย

...

1. แจ้งความเท็จกรณีกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกง

2. แจ้งข้อความอันเป็นเท็จให้เจ้าพนักงานจดลงในเอกสารราชการ

3. ข้อหากรรโชกทรัพย์ เรื่องข่มขู่เรียกเงิน โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 21 ก.ย. 69 นี้ เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้


คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม