เป็นคุณแม่คนเก่งที่แฟนๆ ชื่นชมในความทุ่มเทมาโดยตลอด สำหรับ "ก้อย รัชวิน" ที่หลังจากแต่งงานกับ "ตูน บอดี้สแลม" นักร้องวงร็อกชื่อดัง ก็ได้ย้ายถิ่นฐานไปปักหลักสร้างครอบครัวและเลี้ยงลูกๆ ทั้ง 2 คนอย่าง "น้องทะเล" และ "น้องเวลา" อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จนหลายคนมองว่าเป็นชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบและน่าอิจฉาที่สุด
ล่าสุดในรายการ มั่วบ้านงาน EP1 "ชีวิตที่ต้องแลก เดอะแบก ก้อย รัชวิน" ของ จ๋า ยศสินี ก็ได้เดินทางไปเยี่ยม ก้อย รัชวิน ถึงที่ภูเก็ต ซึ่งทั้งคู่ได้นั่งพูดคุยกันถึงชีวิตที่ผ่านมาของ ก้อย
และในบางช่วงบางตอน พี่จ๋า ยศสินี พูดกับ ก้อย รัชวิน ว่า "วันนี้เรามีชีวิตครอบครัวที่น่ารัก อบอุ่น มีสามีที่น่ารัก มีลูกที่น่ารัก ซึ่งพี่เชื่อว่าให้แลกกับอะไร ก้อยก็ไม่แลกเด็ดขาด แต่พูดถึงผู้หญิงอ่ะเนาะ คนที่เลือกที่จะเป็นแม่ และไม่ใช่แค่เป็นแม่ธรรมดา เป็นแม่ที่มีลูก 2 คน และย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในที่ที่เราไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อนฝูงทั้งหมดเลยอ่ะ มันมีบางอย่างที่เราต้องทิ้งไป หรือเราต้องแอบเก็บไว้ถูกป่ะ เพราะก้อยทำงานมาตลอดชีวิต มันมีอะไรตรงนี้ที่เรา รู้สึกว่าแบบ คิดถึงก้อยคนนั้นไหม?"
...
ด้าน ก้อย ถึงกับถามกลับเลยว่า "ทำไมถึงถามก้อยแบบนั้น" ซึ่ง พี่จ๋า ได้ตอบกลับว่า เพราะมองเห็นว่าอาชีพแม่ยิ่งใหญ่แต่เสียสละมาก ในขณะเดียวกันเชื่อว่ามีบางอย่างที่เราอาจจะคิดถึงก้อย รัชวิน คนเดิม ในวันนี้ที่ทุกคนลุกขึ้นมาวิ่งเพื่อสุขภาพ ผู้หญิงคนนี้คือคนแรกๆ
งานนี้ทำเอา ก้อย ถึงกับน้ำตาซึมและหัวเราะทั้งน้ำตา พร้อมกับบอกว่า "ตอนแรกมันก็ไม่รู้สึกหรอกเพราะว่าเราอยู่กับลูกเนาะ แบบ 100% ไง เรามีลูกแบบ day 1 ที่เป็นแม่ คลอดลูกออกมาเลี้ยงลูก มันก็คือโลกทั้งใบเราคือลูก มันไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นสักเท่าไหร่
พอลูกเริ่มโตขึ้น คนโต 4 ขวบ คนเล็ก 2 ขวบ เริ่มรู้เรื่อง เริ่มช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง คนโตเข้าโรงเรียน แม่ก็จะเริ่มมีเวลาบ้างนิดหนึ่ง เวลาของก้อยคือ ก้อยไปส่งน้องทะเลที่โรงเรียน แล้วข้างๆ โรงเรียนคือยิม คือสปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่เรามาวิ่งกันตั้งแต่สมัยเราบ้าวิ่งอ่ะ
ทุกวันนี้ส่งน้องทะเลเสร็จ ก้อยก็ไปวิ่งออกกำลังกายของก้อยอยู่ยังงั้นอ่ะ ไม่ได้ถ่ายคอนเทนต์ เพราะอยู่ภูเก็ตก็ไม่ได้มีตากล้องมาตาม ไม่ได้แต่งหน้า ไม่มีเพื่อนที่แบบ "มึงถ่ายให้กูหน่อย" หรือโค้ชที่เป็นฝรั่งที่เขามาเทรนด์ เขาก็จะบอกว่า "ฉันมาเป็นโค้ช ฉันไม่ได้มาถ่ายคอนเทนต์ให้เธอ" คนก็เลยจะไม่เห็นภาพนั้น
แล้วทุกครั้งที่แบบ ก้อยเปิดมือถือดูอ่ะ อันนี้คือความรู้สึกที่มันปะทะเข้ามาเลยคือ เฮ้ย เราเคยอยู่ตรงนั้นว่ะ ตรงนั้นเราเคยไปวิ่งแบบนี้เลย แล้วเราเคยมีกลุ่มเพื่อนที่ไปวิ่งกับเรา มันรู้สึกว่าเราเคยอยู่ตรงนั้น แล้วเคยเป็นคนที่ได้แชร์พลังงานนี้ให้คนอื่น
แล้วก้อยก็รู้สึกว่าเหมือนบางอย่างมันหายไป คือ Self-esteem (ความภาคภูมิใจในตัวเอง) บางอย่าง คุณค่าในตัวเรามันหายไปนิดหนึ่ง ซึ่งงงมากว่าทำไมพี่จ๋าถึงถาม เพราะเรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่ก้อยพูดกับพี่ตูนแค่ 2 คน
ซึ่ง พี่ตูน เขาเข้าใจทุกอย่าง แต่เขาไม่ได้มีคำตอบอะไรให้เรา เขาแค่อยู่รับฟังเรามันก็เพียงพอแล้วแหละ บางทีก็กลับมานั่งถามตัวเองว่า ตอนนี้อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต คืนนั้นก้อยนอนพร้อมๆ ลูก เอาลูกเข้านอน แล้วก็มองหน้าเขา
แล้วก้อยก็ได้คำตอบว่า อ๋อ เนี่ย คือสิ่งสำคัญ นี่คือสิ่งที่จะทำให้เรามีคุณค่า คือคนที่อยู่ตรงหน้าเรา ไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่คนในโลกโซเชียล ไม่ใช่คนที่ก้อยเคยไปอยู่ตรงนั้น แล้วรู้สึกว่าฉันให้พลังคนเยอะแยะมากมาย มันแค่คนนี้แล้ว มันแค่คน 2 คน 3 คน ในครอบครัวเราแค่นี้แล้ว พอคิดได้ก็โอเค สบายใจ
...
ก้อยก็ยังมีความฝันอยู่ว่า วันหนึ่งจะกลับไปวิ่งมาราธอนแล้วมีลูกมาเชียร์ ก็แค่เก็บความฝันนั้นไว้แล้ววางมันไว้ ณ วันนี้เราทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด ในกระบวนการเป็นแม่ ก้อยเพิ่งเป็นมาแค่ 4 ปีเอง ก็ยังต้องเรียนรู้ มีวันที่ดี วันที่ไม่เป็นดั่งใจ เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง คนเป็นแม่ต้องเติบโตไปพร้อมกับลูก ลูกคือครูเลยค่ะ".
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...
...