ก่อนหน้านี้เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมาก ปมดราม่าระหว่าง ธัญญ่า ธัญญาเรศ, เป๊ก สัณณ์ชัย และหนิง ปัทมา หลังมีกระแสข่าวโยงความสัมพันธ์กับ “หนิง ปัทมา” กับ เป๊ก สัณณ์ชัย รวมถึงกรณีดราม่าเสียงในหัวของ ธัญญ่า ธัญญาเรศ จนเกิดเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา
ซึ่ง เป๊ก เองก็ได้ออกมาเคลียร์เรื่องนี้แล้วบอกว่า ยอมรับรู้จักกับ หนิง ปัทมา จริง เคยไปเชียงใหม่ และอเมริกาด้วยกันจริง แต่แค่ไปทำงานเท่านั้น ถ้าจะปิดบังจริงๆ คงไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะ
ล่าสุด หนิง ปัทมา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว พร้อมเคลียร์ดราม่าที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยืนยันไม่ได้เป็นมือที่ 3 และไม่ได้ไปเป็นเมียน้อยครอบครัวใคร พร้อมกับเล่าไทม์ไลน์แบบชัดๆ ตอนที่ไปเชียงใหม่ แค่ไปทำงานและบินคนละไฟลต์ ส่วนที่เห็นภาพที่สนามบิน อันนั้นไปทำงานด้วยกัน ต้องบินไฟลต์เดียวกันเพราะมีแค่ไฟลต์เดียว ถ้าจะปิดบังจริงๆ คงไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะแบบนี้
เรื่องราวที่เกิดขึ้น เราอยากจะอธิบาย?
“งั้นหนูขอไปเรื่องเชียงใหม่ก่อนเนาะ อ่ะ กลับไปที่เชียงใหม่ หนูก็ยังยืนยันว่าหนูกับพี่เป๊กไม่ได้ไปเชียงใหม่ด้วยกัน แต่ว่าเจอกันที่ร้าน Warm Up นะคะ ซึ่งหนิงเนี่ยไปไล่ไทม์ไลน์ตัวเองมาแล้ว หนิงเดินทางไปกับนักดนตรีก็คือวงปัทมาแบนด์ของหนู ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ไฟลต์การบิน เอ่อ VG 103 เช็คได้ บินไปทั้งหมด 10 ท่าน มีตัวหนิงอยู่ในนั้นนะคะ แล้วก็มีนักดนตรีรวมกันทั้งหมด 9 คน รวมหนิงเป็น 10 คนนะคะ
เดินทางไปถึงปุ๊บเนี่ย หนิงก็จะมีการไปสแตนด์บายก่อนขึ้นบนเวที 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นเนี่ย เจ้าของร้านน่ะค่ะ เดินเข้ามาพูดว่า เดี๋ยววันนี้จะมีศิลปิน 2 ท่านขึ้นมาแจม ก็คือมี 1 ในนั้นคือพี่เป๊ก สัณณ์ชัย และอีกท่านหนึ่งก็เป็นอีกศิลปินอีกท่านหนึ่ง หนูก็บอกว่าได้ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย แล้วก็หลังจากนั้นเนี่ย หนูเพิ่งได้ทราบว่าพี่เป๊กเนี่ย มาร้านเนี่ย Warm Up เนี่ย ก็คือหลังจากที่หนูไปสแตนด์บายอ่ะ 1 ชั่วโมง”
...
แล้วก่อนหน้านั้นไม่รู้ใช่ไหม?
“ไม่รู้ค่ะ ไม่รู้ ใช่ ไม่ทราบค่ะ เพราะว่าไม่ได้มีการนัดกันว่า เออ พี่เป๊ก เดี๋ยววันนี้เราเจอกันที่นี่นะพี่ อะไรเงี้ย แต่หนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เป๊กถึงพูดว่าหนูไปเชียงใหม่กับพี่เป๊ก”
เรื่องราวมันเกิดขึ้นก่อนวันที่ 26 ธันวาคม ที่เราสัมภาษณ์ใช่ไหม?
“ใช่ อันนั้นน่ะมันเกิดก่อน แล้วก็หลังจากนั้นอ่ะ ประมาณเดือนพฤศจิกายน พี่ญ่าได้โพสต์ถามว่า ไปเชียงใหม่กับใคร ซึ่งในระหว่างพฤษภาคมจนถึงพฤศจิกายนเนี่ย หนิงไม่เคยได้มีการเดินทางไปส่วนตัว หรือว่าไปทำงานในพาร์ทของการโดนพี่เป๊กว่าจ้างเลยนะคะ ไม่ได้เดินทางไปเชียงใหม่ด้วยกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว นั่นคือการไปเชียงใหม่แล้วไปเจอกันคือที่ร้าน Warm Up”
หลังจากที่มันมีภาพที่สนามบิน?
“อันนั้นคือสนามบินบุรีรัมย์ค่ะ ไม่ใช่ที่เชียงใหม่ สนามบินบุรีรัมย์เนี่ย น่าจะเป็นพี่เป๊กเนี่ยเป็นคนแนะนำหางานมาให้ ก็คือเป็นร้านในย่านหนึ่งของบุรีรัมย์ แล้วก็หนิงก็ได้เดินทางไปกับผู้จัดการส่วนตัว โดยการถูกจองตั๋วโดยทางฝั่งเจ้าภาพ เราไม่ได้จองเอง ก็คือขาไปเนี่ยไม่ได้เดินทางพร้อมกัน แต่ขากลับเนี่ยมันมีไฟลต์น้อย มันเลยจำเป็นจะต้องกลับพร้อมกัน แต่ว่าในระหว่างการทำงานเนี่ย พี่เป๊กไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือว่าหลังจบงานแล้วเราไปทานข้าวกันอะไรเงี้ย ไม่มีค่ะ”
แล้วไทม์ไลน์บุรีรัมย์เกิดขึ้นเมื่อไหร่?
“บุรีรัมย์เกิดขึ้นประมาณวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ค่ะ”
ก่อนหรือหลังที่เราสัมภาษณ์?
“ก่อนค่ะ ใช่ๆ”
ภาพหลุดออกมาเราตกใจไหม?
“ไม่ตกใจค่ะ เพราะว่าหนูมีความรู้สึกว่าเราไปในพื้นที่สาธารณะ เราไม่ได้ไปกันแบบแอบ ไม่ได้ไปอยู่โรงแรมในห้อง เพราะว่าหนูก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่ค่ะว่า สิ่งที่หนูพูดไปว่า ตอนนี้ทุกคนเอามาล้อหนูหมดเลยว่าหนูสาบานๆ นั่นคือสิ่งที่หนูสาบานจริงๆ ว่าหนูไม่ได้ไป แต่พี่เป๊กไปกับใคร อันนั้นหนูไม่รู้ หนูไม่ทราบ”
คำว่ามีหลายครั้ง ไปหลายครั้ง ที่เขาบอกล่ะ?
“คำว่าหลายครั้งอ่ะ คือหลายครั้งที่พอที่หนิงพอจะจำได้นะคะ มีบุรีรัมย์, พิษณุโลก, ภาคใต้ น่าจะหาดใหญ่ ที่จำได้หลักๆ มีประมาณเนี้ยค่ะ”
แล้วอเมริกาล่ะ?
“อเมริกา ไปค่ะ ไป แต่ไปในเรื่องเป็นพาร์ทของการทำงาน หนูโดนว่าจ้างไปร้องเพลง 3 จุด LA 2 จุด และลาสเวกัส 1 จุด ในช่วงของการพักเบรก หนิงได้เที่ยวกับพี่พันก็คือผู้จัดการหนิงตลอดทริป ก็คือได้ไปเที่ยว Disneyland แล้วก็ Universal Studio และอีกที่หนึ่งก็คือเป็นไปดูโรงละครภาพยนตร์ของเซเฟียที่ลาสเวกัสนะคะ
แล้วก็ได้เดินเที่ยวกันหลายห้าง แต่ว่าถ้าถามว่าได้ไปเจอพี่เป๊กหรือว่าได้ไปเที่ยวกับพี่เป๊กส่วนตัวไหม ไม่เคยนะคะ นอกเสียจากว่าจะเจอกันในตอนทำงาน แล้วก็รับประทานอาหารร่วมกันกับพาร์ทเนอร์หลายๆ คนค่ะ”
พี่เป๊กหางานมาให้หมดเลยเหรอ?
“เออ พี่เป๊กหางานมาให้ค่ะ ใช่ค่ะ”
ที่ไปผู้จัดการก็อยู่กับหนิงตลอด?
“ใช่ค่ะ”
แล้วหนิงทราบไหม อะไรทำให้พี่เป๊กถึงต้องมาหางานให้ หนิง ปัทมา หนูหาคำตอบได้ไหม?
...
“หาคำตอบได้ไหม ไม่ทราบ หนูว่าพี่เป๊กเค้าก็ได้พูดมาแล้วว่า ตัวเขาเองก็เปลี่ยนนิสัยตรงนี้ไม่ได้จริงๆ อ่ะ หนูอยากจะบอกว่า เอ่อ หลายๆ คนอ่ะ กำลังมองหนูผิดไปนะคะ เพราะว่าการที่จะว่าใครเป็นเมียน้อยคนหนึ่งเนี่ย มันค่อนข้างแรงเหมือนกันกับผู้หญิงคนหนึ่งอ่ะนะคะ แล้วก็หนูก็เป็นลูกที่มีพ่อมีแม่เนาะ หนูทำงานมาทั้งชีวิตนะคะ หาเลี้ยงตัวเอง เป็นเสาหลักให้บ้านนะคะ เออ (เสียงสั่น) ไม่เคยเลยแม้ที่จะไปรับจ้างกินข้าว หรือจะต้องไปเป็นเมียน้อยใคร หรือว่าจะต้องไปเป็นมือที่ 3 หรือเข้าไปแย่งสามีใครมา (น้ำตาไหล)”
ความรู้สึกเรา พี่เป๊กแกก็ยอมรับอยู่แล้วว่าแกเป็นคนแบบนี้ สไตล์แบบนี้?
“พี่เป๊กใครๆ ก็รู้อยู่แล้วค่ะ เพราะว่าเป๊ก สัณณ์ชัย เป็นคนเจ้าชู้อยู่แล้ว พี่เป๊กเขาก็คุยเล่น คุยหยอดเป็นเรื่องปกติ หนูก็รู้อยู่แล้วว่านี่คือสไตล์พี่เป๊ก แต่ว่าหนูก็จะบอกแกตลอดว่า พี่ พี่ เราพี่น้องกันนะ”
อย่างช่วงตอนตลอดเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน พอมันมีข่าวขึ้นมา ข่าวไปอเมริกา ข่าวไปเชียงใหม่ นู่นนี่นั่น เราไปเคลียร์เลยไหมว่า ข่าวมันเยอะขึ้นนะพี่?
“โอ้ ตั้งแต่พอเริ่มมีข่าว หนูก็พยายามเฟดตัวออกมาเยอะมาก เพราะหนูไม่อยากเกิดมีปัญหากับพี่ญ่าด้วยค่ะ ก็แทบไม่ค่อยได้คุยกับแกเลย ใช่ค่ะ”
ถือว่าตรงนี้มันมีคำที่พี่ญ่าเข้าใจผิดไหม?
“ไม่ทราบเหมือนกันน่ะค่ะ”
...
ตลอดระยะเวลาพี่เป๊กใช้คำว่าล้ำเส้นได้ไหม ล้ำเส้น หรือว่าจีบ?
“พี่เป๊กเหรอ เอาเรียกว่าแกเป็นสไตล์แกแล้วกันค่ะ หนูไม่อยากไปพาดพิงแกเยอะ แกก็ออกมายอมรับ แกก็โทษนิสัยตัวแกเอง แล้วหนูก็ไม่อยากไปพูดเยอะ”
สำหรับคำตอบที่พี่เป๊กบอกว่า “แล้วแต่ทุกคนจะคิด” สำหรับเราเรามองยังไง?
“ก็รู้สึกว่าพี่เป๊กค่อนข้างพูดคลุมเครือกำกวมนิดหนึ่ง เพราะว่าหลายๆ คนก็ อ้าว ถ้าพูดอย่างงี้ก็แล้วแต่ว่าจะคิด อย่างงั้นคนนี้จะคิดอย่างงี้อะไรเงี้ย แต่หนูรู้สึกว่าวันนี้หนูพร้อมออกมายืนยันค่ะ ว่าหนูไม่เคยคิดเกินเลยกับพี่เป๊ก หรือว่าจะเข้าไปเป็นมือที่ 3 ของใครค่ะ”
บอสณวัฒน์ออกมาบอกว่า ไปด้วยกันแค่ครั้งเดียว อันนี้คือการสื่อสารมันคลาดเคลื่อนไหม กับที่เราเล่าให้ฟัง แสดงว่าเราไม่ได้บอกบอส?
“หนูไม่ค่อยได้คุยกับบอสเยอะ ยังไม่ได้คุยกันมาก เมื่อกี้เพิ่งคุยกันแป๊บเดียวเองค่ะ”
ด้วยมันต่อต้านกัน ที่ทางบอสบอกว่าเคยไปแค่ครั้งเดียว แล้วเราบอกว่าหลายครั้ง?
“จริงๆ 3-4 ครั้ง หนูว่ามันก็ไม่ได้เยอะค่ะ แต่ที่ส่วนมากหนูก็ไปกันเพราะว่าเรื่องทำงาน ไม่เคยไปเที่ยวส่วนตัวด้วยกันด้วยซ้ำค่ะ ซึ่งความที่ไปก็ไปเป็นกรุ๊ปอยู่แล้วค่ะ ด้วยกัน 2 คนไม่เคยค่ะ ไม่เคยไปด้วยกัน 2 คนค่ะ จะไปเนี่ยหนิงต้องมีผู้จัดการหนิงติดตัวไปตลอด ติดตามหนูไปตลอด ใช่ค่ะ”
พอมันเป็นข่าว เราได้คุยกับพี่เป๊กไหม?
“ไม่ได้คุยกันเลยจริงๆ”
เราอยากจะอธิบายให้พี่ญ่าฟังไหม เพราะว่าเรื่องมันอาจจะดูคนละทิศละทางกับที่มันเกิดขึ้นจริงๆ?
“หนูได้อธิบายไปบ้างแล้วค่ะ แล้วก็ได้คุยกับพี่ญ่าแล้ว หนูก็เข้าใจในสิ่งที่พี่ญ่าเป็น พี่ญ่าก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องแบบว่าใหญ่โตมาขนาดนี้เนาะ ด้วยกระแสของข่าวที่แบบ คิดว่าเป็นกระแสเป็นการคอมเมนต์กันเฉยๆ อะไรเงี้ยค่ะ"
...
ก็คือหนูได้คุยกับพี่ญ่าแล้ว?
“คุยแล้วค่ะ”
มันเป็นยังไง มวลในการคุยกัน?
“ก็คุยกันดีปกติเลยค่ะ ก็เข้าใจ หนูก็ไม่ได้ถือโทษโกรธพี่ญ่า พี่ญ่าก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องข่าวใหญ่ขนาดนี้ค่ะ”
แสดงว่าพี่ญ่าเป็นการขอโทษเราเหรอ หรือว่า?
“ค่ะ พิมพ์มาไดเรกต์ IG มาค่ะ”
พูดคำว่าขอโทษเป็นคำ?
“ค่ะ”
แสดงว่าเรื่องเรากับพี่ญ่าก็คือเคลียร์?
“โอเคแล้วค่ะ”
สงสัยไหมกับภาพที่มันเกิดขึ้นที่สนามบิน?
“ไม่สงสัยค่ะ เพราะว่าหนิงไปแบบไม่ทราบค่ะ”
เพราะหลายคนบอกว่า มันมีกระบวนการที่ตั้งใจถ่ายเรา แอบถ่ายเรายังไง คิดยังไงกับเรื่องนี้ที่โพสต์?
“ก็หนิงคิดว่าหนิงไปในที่สาธารณะค่ะ มันก็มีสิทธิ์ที่ว่าใครจะถ่ายเราก็ได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งอีกคนหนึ่งเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์เนาะ พี่เป๊กอ่ะ ใครก็ต้องรู้จักอยู่แล้วอะไรเงี้ยค่ะ มันก็ไม่แปลกที่ว่าไปไหนก็ต้อง คือถ้าหนิงมีความลับหนิงคงไม่ ไม่ไปอ่ะค่ะ อือ เพราะว่าหนิงก็ไปแบบเปิดเผย หนิงก็ไปในฐานะการทำงานของหนิงแค่นั้นเอง”
ทุกวันนี้กล้าไปทำงานกับพี่เป๊กมั้ย?
“ไม่ได้รับ ไม่ไม่ได้รับนานมากแล้วค่ะ ใช่ ไม่อยากมีปัญหาค่ะ”
มีงานอะไรที่ติดค้างกับเขาไว้ไหม?
“ไม่มีค่ะ เคลียร์หมดแล้ว หลังจากนี้ไม่เอาแล้ว”
ถ้าให้บอกสถานความสัมพันธ์เรา?
“ค่ะ ความสัมพันธ์หนิงกับพี่เป๊ก ก็พี่เป๊กยังเป็นพี่ที่หนูเคารพเหมือนเดิม รวมถึงพี่ญ่าด้วย หนูก็เคารพพี่ญ่าเหมือนเดิมค่ะ ก็ถ้าให้พูดถึงความสัมพันธ์ หนูก็พูดตรงๆ ว่าพี่เป๊กคือพี่ที่หนูเคารพ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นมือที่ 3 ของพี่เป๊กแล้วก็ของพี่ญ่าได้ แล้วก็ไม่สามารถไปเป็นเมียน้อยของพี่ได้จริงๆ ค่ะ”
อยากจะบอกคนที่เข้ามาคอมเมนต์แล้วตีตราว่าเราเป็น?
“ก็จริงๆ อ่ะ หนูเข้าใจนะว่าบางทีมันอินเกิน แต่ถ้าสมมุติดังเรื่องราวอย่างเงี้ยที่มันเกิดขึ้น ถ้ามันไปเกิดขึ้นกับตัวครอบครัวของคุณบ้าง หรือลูกหลานของคุณบ้างอ่ะ คุณอาจจะต้องรู้สึกล่ะค่ะสักวันหนึ่ง แต่ว่าถามว่ามันกระทบกับหนูมากไหม คือหนูเป็นเสาหลักเลยนะคะ มันก็ค่อนข้างหนักอยู่ เพราะว่าพ่อแม่ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเลย มันจุกมากค่ะ มันจุกมาก”
ทำให้เรานิ่งนานแค่ไหน ทำไมถึงเพิ่งออกมาพูด?
“จริงๆ หนูแค่คิดว่าวันหนึ่งก็จะรู้เอง เราบางทีเราไม่จำเป็นต้องไปอธิบายอะไรให้คนเข้าใจเรามากๆ ก็ได้”
ตอนเกิดเหตุการณ์นั้น คุยกับหลังบ้าน ครอบครัวไหมว่าแบบอธิบายให้ฟังไหมคะว่ามันเป็นยังไง?
“หนูส่วนมากหนูมีปัญหา หนูไม่ค่อยพูดอยู่แล้วค่ะ เป็นคนไม่ค่อยพูด นอกเสียจากหนูก็กราบเท้าท่าน แล้วก็บอกว่าอวยพรให้หนูผ่านไปด้วยดีนะคะ”
อีกหนึ่งเรื่องกับความสัมพันธ์กับคนที่ชื่อ โย สรุปว่ามันเกิดจากอะไร?
“หนูอ่ะ เคยคบหาดูใจกันเมื่อประมาณปี 2565 แล้วก็มันไม่สามารถสานสัมพันธ์ต่อไปได้ในปี 2567 หลังจากนั้น คือหนูพูดเยอะมากไม่ได้ค่ะ มันอยู่ในรูปคดีที่หนูกำลังแจ้งความอยู่ค่ะ”
ได้ดำเนินการเรียบร้อยใช่ไหม?
“ใช่ค่ะ เป็นคดีกรรโชกทรัพย์ค่ะ”
คดีกรรโชกทรัพย์เรา มูลค่าเท่าไหร่?
“เอ่อ 670,000 ค่ะ”
อย่างวันนั้นที่เราตัดสินใจไปแจ้งความเพราะอะไร?
“เพราะหนูรู้สึกว่า หนูขี้เกียจจะต้องมาอยู่ในอำนาจของใครสักคนแล้วอ่ะค่ะ เพราะรู้สึกว่าเราอดทนมันมามากพอแล้วค่ะ”
ตลอดระยะเวลาปี 65-67 มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต?
“เขาก็ข่มขู่ออกมาตลอดว่า ถ้าทำให้เขาไม่พอใจก็จะเปิดเผย”
เขาบอกใช่ไหมว่าจะเปิดภาพลับ?
“ค่ะ พูดเยอะไม่ได้ค่ะตอนนี้ในรูปคดี”
ทุกข์ไหม ณ ตอนนั้น?
“ไม่ทุกข์อะไรแล้วค่ะ”
เห็นว่าพี่ณวัฒน์โพสต์ว่า เขาได้โอนเงินจำนวนนั้นคืนเราแล้ว แล้วเหมือนพี่ณวัฒน์ก็คิดว่า มีใครอยู่เบื้องหลังในการให้เงิน คือตัวเราคิดยังไง?
“ไม่ทราบค่ะ”
ก็คือเรื่องนี้คือยังพูดมากไม่ได้?
“ค่ะ ใช่ค่ะ”
เราได้คืนแล้วใช่ไหม แต่ว่ากฎหมายก็ยังมีต่อไป?
“ใช่ค่ะ”
แล้วถ้าเขาทักมาไกล่เกลี่ย ตัวเราจะ?
“ไม่คุยค่ะ”
เราคิดว่าที่ผ่านมาเราเป็นเหยื่อไหม?
“หนูเป็นเหยื่อมาโดยตลอดอยู่แล้วค่ะ หลายๆ คนอาจจะมองเขาว่าเขาเป็นคนดี แต่ว่าไม่มีใครรู้ในว่าตอนที่เขาอยู่กับหนู เขาทำอะไรหนูไปบ้าง”
อะไรทำให้หนูนิ่งแล้วผ่านจุดตรงนั้นมาขนาดนี้?
“ความอดทนค่ะ ความอดทน”
เก็บไว้เยอะไหม?
“เยอะค่ะ”
ได้ร้องไห้ให้กับมันบ้างรึเปล่า?
“โอ๊ย เป็นเรื่องปกติแล้วค่ะ”
แต่เรามั่นใจในภาพที่เราพูด ที่เขาสื่อ สิ่งที่เราไม่ได้ทำ?
“ก็เดี๋ยวไปสู้กันที่ชั้นศาลค่ะ”
สุดท้าย อยากจะบอกอะไรคนที่มองภาพเราเปลี่ยนไปแล้ว?
“จริงๆ ก็อยากขอโทษทุกๆ คนเลยนะคะ ก็ขอโทษทุกๆ ท่านที่ทำให้ข่าวมันออกมาไม่ดีด้วย หนูอาจจะโลภมากเกินไปในการแบบ อยากได้งานเยอะๆ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีค่ะ ก็อยากขอโทษทุกๆ ฝ่าย อยากขอโทษบอสด้วยที่ทำให้ปวดหัววุ่นวายนะคะ แล้วก็ขอโทษหลายๆ คน แล้วก็อยากขอโทษสังคมที่ หนูอยากให้เรียกว่าอยากให้เคสหนูเป็นเคสตัวอย่างสุดท้ายแล้วกันที่มันจะเกิดขึ้นแบบนี้เนาะ เพราะว่าหนูว่าถ้ามันไปเกิดขึ้นในครอบครัวของใคร มันก็ไม่มีใครโอเคหรอกค่ะกับคำที่มันเกิดขึ้น”
กับข่าวที่มันเกิดขึ้นมีผลกระทบกับเราไหม เพราะว่าเราอย่างน้อยก็คือเป็นมิสแกรนด์?
“กระทบ กระทบมากค่ะ”
จะได้ไปประกวดต่อไหม?
“เออ หนูอยู่ที่ความตัดสินใจของบอสเลยค่ะ”
เป็นไงบ้างบอสก็เลยว่าเราก็ยังเป็นมิสแกรนด์สำหรับบอสเสมอ?
“หนูก็รักบอสค่ะ หนูรักบอสค่ะ ขอบคุณค่ะ (ยกมือไหว้)”.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม