เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา นักร้องหนุ่ม ติณติณ จรัสรวี เทียมรัตน์ หรือ ติณติณ New Country เดินทางมาถึงคลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เทคนิคการแพทย์ ซอยวิภาวดีรังสิต 16/6 เพื่อมาตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าลูกในท้องของ ฟาริดา หรือ ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที นักร้องสาวเซ็กซี่ เป็นลูกของตนหรือไม่ โดยหลังจากเสร็จสิ้นการตรวจ ติณติณและคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงมด ผู้จัดการส่วนตัว ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

เมื่อถามถึงการมาตรวจวันนี้ ติณติณ กล่าวว่า รู้สึกโอเคขึ้นเพราะหลังจากผ่านช่วงนั้นมาก็ได้รับการซัพพอร์ต คุณพ่อคุณแม่ก็ปรึกษาตลอด อาก๊อทด้วย ยิ่งอาก๊อทอยู่ด้วยกันในช่วง 2-3 วันแรกก็พยายามตามหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ปรึกษาอาก๊อทกับอามด ผู้จัดการ มาถึงวันนี้อยากรอสิ่งเดียวคือผลตรวจ

ถามว่าสิ่งที่ทำให้สบายใจขึ้นคือทางค่ายให้กลับมาทำงานด้วยหรือเปล่า ติณติณบอกว่า ก็ต้องขอบคุณทางแกรมมี่ด้วย ทางแกรมมี่ส่งความห่วงใยตลอด ถามว่าเป็นไงบ้าง ทางแกรมมี่ดูแลตลอด ทำให้สบายใจขึ้น เมื่อถามว่ากังวลไหมเพราะอีกฝ่ายมั่นใจว่าเป็นลูกของติณติณ ตอนนี้ผมไม่ได้กังวลว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกผมหรือว่าไม่ใช่ ก็เป็นไปตามกระบวนการผลตรวจมากกว่า ตอนนี้คิดเผื่อไว้ว่าในกรณีเป็นลูกจริงๆ ก็ได้ปรึกษาแม่ แม่พร้อมที่จะช่วยซัพพอร์ตตลอด แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ก็แค่นั้น

...

กับประเด็นที่ฟารีดาบอกว่า ถ้าเป็นลูกติณติณจริงๆ จะไม่ให้ติณติณเป็นคนเลี้ยง ขอแค่ซัพพอร์ต แม่ของติณติณบอกว่า ตอนนี้ขอดูผลก่อนแล้วกันแล้วตัดสินใจอีกที เมื่อถามว่าฟารีดามั่นใจว่าเราเป็นพ่อของลูกเขา ติณติณกล่าวว่า ผมไม่ได้รู้สึกอะไรมาก ผมก็เห็นเขามั่นใจมาตลอดทุกเรื่อง 

เมื่อถามว่าได้คุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหรือยัง ติณติณกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับฝั่งโน้น ในขณะที่แม่กล่าวว่า ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่เขาคนไหน เมื่อกี้ผู้ใหญ่เขามาไหมยังไม่เห็นเลย ยังไม่รู้เลย นักข่าวถามว่าอยากคุยกับเขาไหม เพราะเป็นการเจอกันครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่อง ติณติณบอกว่า ตั้งใจมาตรวจมากกว่า ก่อนจะบอกว่าไม่เห็นเขา ส่วนคุณแม่บอกว่า เห็นเขาแต่เขาเฉยๆ มาก แล้วแม่อยากจะถามเขาว่า 5 เดือนเด็กดิ้นหรือยัง แต่ไม่กล้าถาม

กับประเด็นว่าเขาบอกไปตรวจแล้วได้ลูกสาว แม่ของติณติณบอกว่าขอดูผลตรวจก่อนแล้วกัน มันก้ำกึ่ง 50-50 ในขณะที่ติณติณกล่าวว่า เรื่องนี้เขาพูดมาตั้งแต่... ถ้าดูจากในไทม์ไลน์แชต เขารู้ตั้งแต่ 2 เดือนแรกว่าเป็นลูกสาว ซึ่งก็มีเหตุการณ์ทำให้ตนเขวว่าไม่ใช่ลูก เพราะรับรู้มาตลอด แต่ล่าสุดบอกว่าเดี๋ยวลุ้นเพศพร้อมกัน ผมก็อ้าว ยังไง 

ส่วนเรื่องความไม่มั่นใจในตัวฝ่ายหญิง ติณติณกล่าวว่า อย่างที่พูดไปว่าตอนแรกไม่เชื่อ ไม่ได้มั่นใจ เพราะหลายอย่างขัดแย้งหมดเลย ถามว่ารู้สึกยังไงที่เขาบอกว่ามันเป็นความจริง 100% ผมไม่อยากตัดสินใจ เราก็มีความจริงที่เป็นหลักฐาน อยากเอามาโต้แย้งกับความจริงที่เขาพูดมากกว่า 

ยังมีหลักฐานอีกหลายอย่างที่ไม่ได้ออกรายการ เพราะยังไม่สามารถแสดงจนหมด แชตบางอย่างมันยาวมากด้วย ซึ่งหลักฐานก็ต้องเก็บไว้ก่อนเพราะว่าวันนึงอาจต้องนำกลับมาใช้ หรืออาจจะโดนพาดพิงกล่าวหาในเรื่องไหนอีก

ถามว่าหากความจริงไม่เป็นแบบนั้น ฝั่งเขาทำให้เราเสียหาย จะมีการฟ้องร้องไหม ติณติณบอกว่า เรื่องนั้นอาจจะต้องลองตัดสินใจดูก่อน เอาจริงๆ สิ่งสำคัญตอนนี้เป็นเรื่องผลตรวจ อยากโฟกัสส่วนนั้นมากกว่า กับประเด็นว่าเขาเคยบอกว่าอยากคุยกับเรา วันนี้อยากคุยกับเขาไหม ตอนนั้นผมก็ดูในรายการอยู่ ก็แอบกลัว ตอนแรกด้วยความเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรอยู่แล้ว อาจจะมองโลกในแง่บวกมากเกินไป เรื่องนี้ให้บทเรียนค่อนข้างเยอะ 

...

ถามว่ากลัวอะไร ด้วยความที่ผมโดนกุเรื่องเสพยา พรากผู้เยาว์ รู้สึกว่าหลายๆ อย่างที่พูดขึ้นมามันมีเจตนาทำให้ผมเสียหาย รวมถึง 2 อย่างนี้เป็นคดีอาญาที่ค่อนข้างรุนแรงด้วย ผมไม่รู้ว่าจะโดนอะไรอีก ผมอยากอยู่กับคนที่ไว้ใจมากกว่า

เมื่อถามคุณพ่อคุณแม่ว่ารู้สึกยังไงที่ลูกถูกกระทำแบบนี้ ด้านคุณแม่ของติณติณกล่าวว่า รู้สึกเสียใจ ในขณะที่คุณพ่อของติณติณกล่าวว่า เรื่องที่น้องกล่าวว่าถูกพาดพิงเรื่องพรากผู้เยาว์ ยาเสพติด มันค่อนข้างรุนแรงมาก เรื่องนี้มันเกิดความเสียหายไปแล้วอย่างรุนแรง มันเอากลับคืนไม่ได้ 

พ่อมีความคิดเห็นว่าอยากจะฟ้องเรียกร้องความเป็นธรรม มันรุนแรงมากเกินไปโดยที่ไม่มีเหตุผล หลักฐานก็ไม่ชัดเจน ถ้าทุกคนดูในสื่อจะเห็นว่าพูดรุนแรงมากโดยที่ไม่มีหลักฐาน ดูสนุกปากในการใช้คำพูด ในขณะที่คุณแม่กล่าวว่า คือเรื่องดีเอ็นเอเป็นส่วนหนึ่ง เราไม่ปฏิเสธ แต่ว่า 2 เรื่องนี้เราขอฟ้องก่อนได้ไหม แต่ติณติณบอกว่า แม่ อย่าเลย แต่แม่บอกว่านี่เป็นหัวอกแม่นะ ด้านติณติณพูดว่า อยากโฟกัสเรื่องผลตรวจก่อน

...

พอถามว่าอาจจะยุติการฟ้องไหมเพราะเขาอาจจะเป็นแม่ของลูกติณติณ คุณแม่ติณติณกล่าวว่า ขอให้ผลออกมาก่อนเนอะ ถามว่าคิดไว้ 2 แบบไหม ตอนนี้ก็สมองตันไปหมดแล้ว คิดว่าเอ๊ะ ผู้หญิงปกติอะไร ถ้าท้องแล้วไปบอกคนอื่นก่อน คิดโน่นนี่นั่นก็เลยไม่แน่ใจ แต่ถ้าเป็นแม่ แม่ก็เสียใจและไม่ทำแบบนี้ แม่จะไปโฟกัสเรื่องลูกมากกว่า ตอนนี้ลูกดิ้นหรือยัง จะ 5 เดือนแล้วนะ กินอะไรหรือยัง แม่อยากจะเข้าไปถามว่ากินอะไรหรือยัง ลูกดิ้นหรือยัง

กับคำถามว่าคุณแม่มองว่าจุดเริ่มต้นควรต้องไปคุยกันหลังบ้านก่อนเป็นประเด็นใหญ่โตใช่ไหม คุณแม่ตอบว่าใช่ ด้านคุณพ่อบอกว่า ควรมีผู้ใหญ่มาคุยกันเป็นกิจลักษณะที่ดี ไม่ควรจะเป็นแบบนี้ มันควรจะคุยดีๆ ไม่ควรกล่าวร้ายที่รุนแรงมาก เมื่อถามว่ารู้จากตามข่าวเลยใช่ไหม คุณพ่อบอกรู้ตามข่าว คุณแม่บอกว่าไม่รู้ก่อนนั้นเลย รู้วันนั้นเลยผ่าน TikTok แม่สงสารเด็กมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นหลานเราก็ตายแล้ว อยากจะร้องไห้เลย

ถามว่าหลังจากนี้จะวางแผนชีวิตตัวเองยังไง ติณติณเผยว่า คิดว่าจะระวังตัวเองให้มากขึ้น บอกตรงๆ ว่ามีความสุขกับการร้องเพลงมากกว่าการยืนอยู่ตรงนี้ เรื่องนี้ให้บทเรียนเยอะมาก

...

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม