หลังจากที่นักร้องหนุ่ม ติณติณ New Country เปิดใจถึงประเด็นร้อนความสัมพันธ์กับ ฟาริดา หรือ ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที นักร้องสาวเซ็กซี่ ในรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 โดยหลังจากจบรายการ ติณติณก็ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ณ อาคารมาลีนนท์ ถ.พระราม 4
เมื่อนักข่าวถามว่าทำไมถึงตัดสินใจออกรายการ ติณติณ เผยว่า ผมอยากมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือน หลักๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องยาเสพติดและพรากผู้เยาว์ รวมถึงหลายๆ อย่างที่มีผลกระทบกับงานและคนรอบตัวเยอะมาก ผมรู้สึกว่าถ้าผมเลือกจะเงียบ การที่เงียบมันง่ายอยู่แล้ว แต่ผมรู้สึกว่าต้องออกมาสู้ ไม่ใช่แค่ตัวผมคนเดียว แต่สำหรับทุกคนที่ได้รับผลกระทบด้วย
ถามว่าอะไรเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวหาร้ายแรงที่สุด ติณติณ ตอบว่า ผมรู้สึกว่ายาเสพติดเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมากๆ ยิ่งการมีภาพลักษณ์เป็นคนสักและร้านสักด้วย ยิ่งถูกทำให้มองว่าเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า แต่มันไม่จำเป็น รอยสักเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง รู้สึกว่าเรื่องนี้กระทบการทำมาหากินของเพื่อนๆ ผมด้วย รู้สึกว่าเรื่องนี้รุนแรงมากๆ
...
ส่วนเรื่องพรากผู้เยาว์ก็ไม่ต่างกัน เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในสังคม มันรุนแรงมากที่ถูกกล่าวหา ยืนยันอีกทีว่าไม่ใช่เรื่องจริง กับประเด็นว่าได้พูดคุยกับเขาทางโทรศัพท์เป็นยังไงบ้าง ก็อยากให้สังคมตัดสินมากกว่า ที่มาวันนี้ก็ได้พูดความตั้งใจและหน้าที่ความรับผิดชอบที่อยากจะทำไปหมดแล้วในรายการ
ก่อนจะเล่าอีกว่า ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ทุกคนในร้านสักเดินทางไปตรวจสารเสพติด ตอนนี้ได้มาส่วนนึงแล้ว เพื่อจะยืนยันเรื่องนี้จริงๆ ส่วนผลตรวจร่างกายที่ยื่นไปในรายการคือยืนยันย้อนหลัง 3 เดือนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และตรวจไปถึง HIV ก็ไม่มี คลีนหมด
กับประเด็นเรื่องลูก ตอนนี้ตั้งใจในเรื่องนี้ยังไงบ้าง ถ้าไม่ใช่ลูกเรา เรามีแผน 2 ยังไงบ้าง ติณติณบอกว่า อย่างแรกคือจะตรวจดีเอ็นเอก่อน ทนายความเผยว่า ตอนนี้กำลังหาสถาบันกลางที่ทั้งสองฝ่ายยินยอมไปตรวจ พอผลออกมาก็อย่างที่บอกว่าน้องรับผิดชอบ แต่ที่นักข่าวถามว่าถ้าไม่ใช่ น้องคงยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรตอนนี้ อาจจะต้องเป็นทีมในแกรมมี่โกลด์ว่าจะดำเนินการอะไรหรือเปล่าหลังจากนี้
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าเป็นลูกเราไหม ติณติณบอกว่า อยากให้ผลตรวจเป็นสิ่งพิสูจน์มากกว่า เพราะฉะนั้นจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ไวที่สุด กับประเด็นที่ฟารีดาบอกว่ามีความสัมพันธ์ 3 ครั้ง แต่ติณติณบอกว่าแค่ครั้งเดียว ทำไมไทม์ไลน์ต่างกันมาก ติณติณกล่าวว่า ถ้าไม่ได้นับแค่เรื่องนี้ หลายสิ่งมันถูกบิดเบือนไปหมด ก็อยากให้ออกมาเป็นตามหลักฐานที่ประจักษ์ ถามว่ามีหลักฐานไหมว่าแค่ครั้งเดียว ก็ต้องพูดถึงพยานหลักฐานในบ้าน
ในขณะที่ทนายความกล่าวว่า น้องคงบอกลึกๆ ขนาดนั้นไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องคนสองคนพูด ก็ให้สังคมตัดสินดีกว่า ส่วนกล้องวงจรปิดเพิ่งติดเมื่อเดือนที่แล้ว จริงๆ อยากให้เขาเอาออกมาเหมือนกัน แต่ไม่มี ที่บอกว่าน้องขึ้นไปนอนก่อนแล้วฝ่ายหญิงตามมา ซึ่งเป็นจุดสำคัญ แต่เขาไม่ได้ติดกล้องวันนั้น
ติณติณยอมรับว่าคืนนั้นขาดสติจริงๆ ตนมีส่วนผิดในเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้พูดว่าถุงยางหมด แต่ยืนยันว่าขาดสติ มีการเมาจนหลับไปแล้ว ตื่นขึ้นมาตอนเช้าถึงรู้ว่าเกิดเรื่อง กับคำถามว่า ฟาริดาบอกว่าที่ยอมเพราะว่าเป็นแฟนกัน เราอยากอธิบายยังไง ติณติณบอกว่า ยืนยันอีกทีว่าไม่เคยเป็นแฟนกัน เรื่องความรัก ผมว่าคนรักกันไม่น่าทำกันแบบนี้หรอก ส่วนประเด็นที่ฟาริดาอ้างว่ามีการเรียกว่า “แฟนจ๋า” ติณติณยืนยันว่าไม่เคย และส่งหลักฐานการแชตทั้งหมดให้กับรายการโหนกระแสแล้ว
ถามว่าคุยกันในฐานะอะไรตั้งแต่วันแรกที่เขาทักมาจนถึงวันนี้ ติณติณบอกว่า คุยกันในฐานะแค่เพื่อนร่วมวงการเฉยๆ ไม่ใช่ฐานะแฟนคลับด้วย เป็นเพื่อนที่ทำงานร้องเพลงเหมือนกัน ปรึกษาเรื่องคนในวง เรื่องของเพลง อุปกรณ์ต่างๆ มีแค่นั้นเลย
กับคำถามว่า งงไหมที่เขาบอกเพื่อนเราตั้งแต่เดือนแรกว่าท้องในเดือนมีนาคม แต่เพิ่งมาบอกติณติณในเดือนพฤษภาคม ติณติณบอกว่า สุดๆ เลยครับ เพราะตอนแรกที่ผมไม่ได้ออกมาเทคแอ็กชั่นมากมาย คืออย่างแรกผมไม่เชื่อด้วยส่วนหนึ่ง เพราะด้วยเรื่องไทม์ไลน์ที่นับแล้วไม่ตรง หรือพฤติกรรมของเขาที่กุเรื่อง สร้างเรื่องโกหก แล้วก็จะมีแชตที่เขาบอกว่า เขารู้เพศของเด็กในครรภ์ตั้งแต่ 2 เดือน ซึ่งผมไปหาข้อมูล มันเป็นจุดหนึ่งที่ผมเอ๊ะว่ามันไม่ควรจะรู้ได้ ทำให้ผมไม่เชื่อเขา พอผมเห็นแชตที่มาตั้งแต่เริ่มต้นของนีโอ เพื่อนผม ก็รู้สึกว่าไม่ได้กุเรื่องท้องขึ้นมาหรอก แต่เรายังไม่รู้จริงๆ ว่าเด็กคนนั้นมีสายเลือดเราไหม ก็ต้องรีบดำเนินการให้ไวที่สุด
...
ส่วนกรณีที่คนโฟนอินอ้างว่ามีสัมพันธ์กับเราแล้วไม่ได้ป้องกัน ไม่ใช่แค่ฟารีดา ติณติณกล่าวว่า ผมยืนยันป้องกันตลอด แต่บางครั้งอาจจะพลาด แล้วผมไม่อยากพาดพิงคนอื่น ยังยืนยันว่าถุงยางช่วยป้องกันเรื่องตั้งครรภ์ไม่พร้อม และเรื่องโรคด้วย ซึ่งจริงๆ สำคัญมาก และเป็นบทเรียนในเรื่องขาดสติ ควรทำอะไรให้รอบคอบกว่านี้
กับประเด็นที่เขาพูดถึงอายุครรภ์ใกล้ 5 เดือนแล้ว รู้สึกไหมว่าเป็นการแบล็กเมล์เรา ติณติณบอกว่า ก็ไม่ ผมว่าเขาอาจรับรู้คลาดเคลื่อนหรือเปล่า ส่วนเรื่องไทม์ไลน์มันสับสนมาตั้งแต่ในแชตแล้ว
เมื่อถามว่าได้คุยกับครอบครัวเป็นไงบ้าง ติณติณบอกว่า คุณพ่อคุณแม่ซัพพอร์ตเต็มที่ ผมเข้าใจว่าเขาเป็นห่วง เขาก็ให้กำลังใจ คุณแม่บอกว่าถ้ายังไงเอามาให้แม่ช่วยเลี้ยงได้ แม่พร้อมช่วยเหลือ
ถามว่า 5 วันที่ผ่านมาใช้ชีวิตยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ติณติณ เผยว่า อัดอั้นเหมือนกัน ผมไม่ได้ตัวคนเดียว เวลาทำอะไรก็คิดถึงค่าย คนรอบตัว ดังนั้นก็ปรึกษาค่ายก่อนว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อาก๊อทก็ให้คำปรึกษาตลอด ก็โทรคุยและรวบรวมหลักฐานต่างๆ รวมถึงมองว่าตรงไหนจริงไม่จริงแค่ไหน เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผม
...
ถามว่าหลังจากนี้จะเลิกการไปเที่ยวไหม ติณติณ บอกว่า ไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้ว และผมสนใจเรื่องออกกำลังกายมากกว่า มันมีเป้าหมายที่ชัดขึ้น ตอนนี้ก็เรียกว่าเข็ดเหมือนกัน เป็นบทเรียนในชีวิตเลย
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงแฟนคลับ ติณติณกล่าวว่า “ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ทำให้ผิดหวัง รวมถึงอยากขอบคุณทุกคนที่ยังซัพพอร์ต ส่งกำลังใจมาให้ ผมอ่านทุกข้อความเลย ที่วันนี้ออกมาพูด ไม่ใช่แค่ตัวผมคนเดียว ผมอยากชี้แจงให้แฟนคลับทุกคนที่รักและคาดหวังในตัวผมได้รับรู้ด้วย”
ถามว่าได้คุยกับก๊อท จักรพันธ์ มีร้องไห้ด้วย ก๊อทว่าไงบ้าง ติณติณกล่าวว่า กลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ จริงๆ เป็นคนร้องไห้ยากมาก เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ร้องไห้ พี่ก๊อทก็เป็นห่วงมากๆ ก็เล่าจากปากให้อาก๊อทฟัง อาก๊อทก็เป็นห่วงและให้คำปรึกษา ก็ต้องไปไล่เช็กทุกอย่างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นความจริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ถามว่ารู้สึกไหมว่าเป็นประเด็นร้ายแรง ติณติณกล่าวว่า รู้สึกครับ เพราะการเป็นนักร้องมันเป็นความฝันตั้งแต่เด็ก ความพยายามมาตลอด 18 ปี อยากจะเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จ แต่พอเจอเรื่องแบบนี้ก็เศร้ามาก
...
ส่วนประเด็นเรื่องดีเอ็นเอจะชัดเจนเมื่อไหร่ ทนายความกล่าวว่า ต้องรอนัดตรวจก่อน ตอนนี้อายุครรภ์ 17 สัปดาห์ สามารถตรวจได้แล้ว ถามว่าถ้าผลตรวจออกมาไม่ใช่ลูกเขา จะดำเนินคดีอะไรกับคู่กรณีไหม ก็ให้เป็นเรื่องของทางค่ายตัดสินใจว่าจะดำเนินการอะไรไหม และในส่วนตัวของน้องด้วย เพราะเรื่องเสียหายในหน้าที่การงานมันชัดเจนมากๆ อยู่แล้ว
กับประเด็นที่แจ้งให้ฝ่ายหญิงไปเอาเด็กออก ติณติณ ตอบว่า ผมทักไปเคลียร์กับเขา ฝ่ายหญิงก็ตกใจ ผมก็ตกใจ ผมเรียกว่าพูดคุยปรึกษากันมากกว่า ปัญหาท้องไม่พร้อมมันก็คือการหาทางออกร่วมกัน เพราะถ้าเขาไม่พร้อม ผมไม่พร้อม ผมว่าการยุติการตั้งครรภ์มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะการที่เด็กคนหนึ่งจะโตขึ้นมาในสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้ทั้งเงินทั้งเวลา วันนั้นที่คุยกันเป็นการปรึกษาหาทางออก แต่ว่าตอนนั้นยังมีเรื่องหลายๆ อย่างที่ทำให้ไม่เชื่อเขา แต่ตนก็ยืนยันว่าเคารพการตัดสินใจของเขา
ถามว่าจะพักงานนานเท่าไหร่ หรือต้องรอผลตรวจออกมาก่อน ติณติณบอกว่า น่าจะเป็นการตัดสินใจของค่าย อย่างที่ทราบว่าสัญญาเหลือไม่เยอะ จริงๆ มีการพูดคุยกับเพื่อนอีก 2 คนในวงว่าจะไม่ต่อสัญญาตั้งแต่แรกแล้วด้วย และคุยกันก่อนจะเกิดเรื่องนี้ คือไม่ต่อกัน 3 คน คือผม กีตาร์ และพี่นุ แต่ต้องดูทางค่ายด้วย
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม