กลายเป็นไอคอนิกแห่งวงการคนรักสุขภาพไปแล้วสำหรับ เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ทรงอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ที่อยากหันมาดูแลตัวเอง ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจถึงไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองในปัจจุบัน และมุมมองต่อเทรนด์ลดน้ำหนักยุคใหม่ รวมถึงอัปเดตเรื่องหัวใจกับหนุ่ม พิชญ์ กาไชย ที่บอกเลยว่า เป็นความรักฉบับผู้ใหญ่ที่มั่นคงและแฮปปี้สุด ๆ

ถ้าพูดถึงคนออกกำลังกาย เราก็เป็นเหมือนไอคอน เหมือนเป็นสัญลักษณ์รักสุขภาพไปแล้วด้วย? 

"ก็ดีใจค่ะ ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราลงทุนทำกับตัวเองมาตั้งนานอ่ะเนาะ เราก็ออกกำลังกายมาตั้งนานแล้ว แล้วถ้าเกิดอยู่ในวงการออกกำลังกายแล้วก็รู้สึกว่า เออ มันเป็นตัวเราดี"

อย่างยุคนี้เนาะ คนหันมาออกกำลังกายอย่างแอโรบิกกันเยอะมาก จริง ๆ มันช่วยอะไรยังไงบ้าง? 

"จริง ๆ ก็เป็นความคาร์ดิโออย่างนึงนะ ช่วยฮาร์ทเรต (Heart Rate) มันเป็นการเต้นที่แบบต่อเนื่อง บางทีแบบคนเราอาจจะคิดว่าการคาร์ดิโอมีแค่การวิ่ง ปั่นจักรยาน การแบบไปต่อยมวยหรืออะไรอย่างเงี้ย แต่คือการเต้นก็เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ทำให้เราได้ฝึกหัวใจของเราด้วยค่ะ"

...


ตัวเบเบ้รู้สึกยังไงที่ตอนนี้คือหลายพื้นที่ แต่ละส่วนเขาก็เริ่มมีกิจกรรมแอโรบิกแล้ว?

"ดีค่ะ อย่างนึงเลยก็คือฟรีด้วย พอมันแบบว่าไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไร คนเราข้ออ้างก็จะหมด ก็มีความรู้สึกว่า เฮ้ย ไปสิ ไม่ต้องลงทุนอะไร แค่เอาตัวเอาใจไปให้พร้อม คนก็จะแบบกลับมาหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น"

พูดถึงการกิน คุมยังไงบ้าง?

"ตอนนี้เหรอ ตอนนี้อาจจะแบบไม่ได้คุมเหมือนแต่ก่อนค่ะ เพราะว่าพอเราใช้พลังงานเยอะ แล้วพอเราสอนด้วย เราก็ต้องมีแรง มีเอเนอร์จี้เนาะ ก็กินปกติเลย แต่ก็อาจจะแบบคุมในเรื่องของมื้อดึก ก็อาจจะงดบ้าง ใช่ค่ะ"

ขออนุญาตถามถึงประเด็น ตอนนี้มันมีกระแสเกี่ยวกับเรื่อง "การปักปากกาเพื่อลดน้ำหนัก" ในฐานะที่เราเป็นคนที่แบบออกกำลังกาย มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง?

"มีความรู้สึกว่าอย่างสุดท้ายแล้ว ทุกคนก็ต้องหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอยู่ดี ไม่ว่าจะแบบหนักหรือเบา แค่แบบว่าเติมการออกกำลังกายเข้าไปในชีวิตของเรา ไม่ว่าทางเลือกจะเป็นยังไงก็คือให้ปลอดภัย อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ รู้สึกว่าแบบหมอน่าจะดีที่สุดเพราะเรียนมาเนาะ ก็คือเชื่อแพทย์แล้วก็ดูความปลอดภัย แล้วก็หันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อแบบรูปร่างอย่างเดียว สุดท้ายเราเฮลตี้จากภายใน"

สิ่งไหนที่เราปลุกใจให้เราลุกขึ้นมา เพื่ออยากจะไปออกกำลังกาย บางคนก็ขี้เกียจ?

"จริง ๆ ก็จะเปรียบเลยว่า ถ้าเราเจ็บป่วยขึ้นมา อันนั้นอ่ะเสียตังค์เยอะ เสียเวลาด้วย แล้วก็ไม่ได้ทำในสิ่งที่เรารักด้วย เราก็เลยมีความรู้สึกว่าแบบเราต้องดูแลสุขภาพของเราให้แข็งแรงอะไร อยู่กับคนที่เรารักไปนาน ๆ ได้ทำกิจกรรมที่เราชอบ ได้กินของอร่อยที่เราอยากกินไปนาน ๆ ค่ะ"

อย่างการควบคุมอาหาร มันช่วยได้เยอะไหม? 

"ก็ช่วยได้เยอะ คุมเรื่องของปริมาณได้ค่ะ คือกินก็ไม่ต้องแบบกินจนมันอิ่มจนจุก กินแค่พอประมาณ แต่ว่าก็เลือกของอร่อยไปเลยได้เลย รู้สึกว่าแบบไม่ต้องเลือกเป็นอาหารคลีนแล้วอ่ะ แค่เรารู้ว่าเราใช้ออกแค่ไหน เราเอาเข้าไปให้แบบพร้อม แต่ตัวเราเองก็กินทุกอย่างเหมือนกัน กินทุกอย่างเลย"

หมูสามชั้นกินไหม?

"กินสิคะ มัน ๆ ส่วนที่ติดมันที่มันอร่อย ที่หลายคนมองว่ากินแล้วมันอ้วน แต่มันอร่อยด้วยใช่ไหม ก็กิน แต่ว่าแล้วแต่ว่าเราเนี่ยเป็นคนไม่ได้ชอบกินมันเยอะขนาดนั้นอยู่แล้ว ก็จะแบบไม่ได้สามารถกินมันได้เยอะ แต่ว่าเนื้อติดมันก็อร่อยกว่าอยู่แล้ว"


แล้วมีคนมาขอเคล็ดลับเรื่องของการดูแลสุขภาพของเบเบ้เยอะไหม?

"มี แต่อย่างเขาก็จะเห็นอยู่แล้วว่าไลฟ์สไตล์เราแบบเฮลตี้ ออกกำลังกายเป็นประจำมาตั้งนานแล้ว เขาก็รู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้มันไม่ได้มาแบบวันสองวัน คือเป็นการทำมาเรื่อย ๆ ค่ะ"

แล้วหวานใจ มาขอคำแนะนำบ้างไหม? 

...

"ไม่ มีใครขออะไรเลย เออ เพราะเขารู้ว่าแบบ อยากเห็นออกกำลังกาย ไปด้วยกัน ไปอยู่แล้วตลอด ไม่มีความลับ ใช่ แต่คนละกิจกรรมของตัวเอง อาจจะมีแบบบางอย่างที่ทำด้วยกันได้ แต่ว่าเราออกใครออกมัน"

เขาชอบออกกำลังกายไหม?

"เขาออกของเขา เราออกของเรา คนละแนว คนละแนว เขาเล่นกีฬา เราอาจจะแบบไม่ใช่สายกีฬา เราเป็นสายแบบฟิตเนสมากกว่า"

เคยช่วยไปทางเดียวกัน หรือแนะนำแนวทางไหม? 

"เคย แต่ว่าเรารู้สึกว่าเราฝึกไง เราก็ไม่เก่งอ่ะ เราแบบไม่ได้มีทักษะกีฬาอะไร หลายคนอาจจะเข้าใจว่า โอ๊ย เบเบ้ออกกำลังกายเก่งต้องเล่นกีฬาเก่ง แต่ว่าทักษะกีฬาไม่ได้สูง ไม่มีความสามารถ"

อย่างการดูกีฬาอย่างงี้ เราก็ได้ดูไหม ดูคนหล่อเลยเหรอ?

"หมายถึงว่าทุกกีฬาคนหล่อด้วย ดูบ้าง (หัวเราะ) กีฬาที่เราแบบฝึกอยู่ อย่างเช่นกอล์ฟอะไรอย่างเงี้ยค่ะ เราก็จะดู แต่ว่าไม่ใช่ว่าดูแล้วจะทำได้นะ"

ขออนุญาตถามอัปเดตความรักหน่อย เป็นไงบ้าง?

"โอเค เหมือนเดิมเลย เหมือนเดิม"

เหมือนเดิมขนาดไหน ช่วงแรก เหมือนเดิมคือยังไง?

"เหมือนเดิมเลย แบบไม่มีอะไรว้าว ไม่มีอะไรแบบอะไรอย่างเงี้ย ซึ่งเราโอเคกับความสัมพันธ์เหมือนเดิม แฮปปี้เหมือนเดิมจริง ๆ"

มีโมเมนต์ได้เติมหวาน เติมอะไรกันไหม?

"อื้อ ปกติมากเลยค่ะ เออ ก็คือว่างก็แบบไปกินข้าวด้วยกัน ใช่ ประมาณนั้น"

...


ส่วนจากเขาล่ะ เขามีโมเมนต์หวานอะไรไหม?

"เป็นปกติเลย ไม่หวานอยู่แล้ว"

แต่ดูงานยุ่ง ๆ กันทั้งคู่หรือเปล่าช่วงนี้?

"ใช่ ๆ ซึ่งดีแล้วค่ะ"

ซึ่งมันก็ไม่ได้ติดปัญหากับเรื่องแบบว่าคนนี้ไม่ว่าง คนนี้ไม่ว่าง?

"ไม่ ๆ เราต้องมีความมั่นคงในหน้าที่การงานของเรา นี่คือสิ่งสำคัญ เออ ถ้ายิ่งงานเยอะยิ่งดีเลย แบบชอบมาก"

ด้วยความที่เราเป็นผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น?

"ใช่ๆ"

แบ่งเวลากันยังไงบ้าง แบ่งเวลาเจอกันยังไง?

"อ๋อ ไม่ ๆ ไม่ได้แบบฟิกซ์เวลาว่าแบบวันไหน วันไหนอะไรอย่างเงี้ย ว่างก็แวบมาเจอกันอะไรอย่างเงี้ย กินข้าวกัน"

มันมั่นคงกว่าไหม มองว่าความรักอะไรที่แบบว่าให้สเปซซึ่งกันและกันอะไรอย่างงี้?

"เอาจริง ๆ นะ ถ้าตัวเราอ่ะมั่นคง อื้อ เออ แบบเราแบบจะไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วที่มีความรู้สึกว่าความรักแบบกักขังอะไรอย่างเงี้ย แค่รู้สึกว่าแบบเรามีบ้าน มีการมีงาน มีอนาคตของตัวเราอะไรเงี้ยค่ะ ทำตัวเองให้มั่นคง ก็รู้สึกว่าความรักก็จะเป็นสิ่งที่แบบเติมเต็มชีวิตอีกอีกแง่นึง แต่ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตเราก็มั่นคง"

ทั้งคู่ทุ่มวางอนาคตกันยังไงบ้าง เพราะว่าแต่ละคนก็อายุเพิ่มมากขึ้นแล้วไง?

"ไม่ได้คุยเลย วางตัวเองเลย อย่างเขาเองก็คือแบบ แล้วก็มีงานที่เราทำอยู่ มีคอนโดที่เราสร้างอยู่ อะไรอย่างเงี้ย ก็จะมีความรู้สึกว่าเรามองชีวิตเราให้มั่นคง จริง ๆ ไม่ได้แบบว่าเห็นแก่ตัวเองนะ แต่มีความรู้สึกว่าแค่เรามั่นคงของเราเอง อย่างอื่นมันก็จะดีตามกันไป"

มีโทรศัพท์ส่งกำลังใจให้กันไหม แบบว่า อุ๊ย วันนี้เธอต้องทำงานหนักอะไรเงี้ย?

...

"คุย คุย คุยโทรศัพท์ค่อนข้างเยอะ (ก็เป็นส่วนที่เติมเต็ม) ใช่ค่ะ".

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม