ถูกจับตามองเรื่องรักและเรื่องเงินๆ ทองๆ มาตลอด สำหรับ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น หรือ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ ที่ล่าสุดออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกเคลียร์คัตทุกประเด็นคาใจชาวเน็ต โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่า เธอเป็นสายเปย์ เลี้ยงสามีหนุ่ม ยิว ฉัตรมงคล สมแก้ว งานนี้เจ้าตัวขอแก้ข่าวพร้อมยืนยันชัดเจนว่า กระเป๋าใครกระเป๋ามันจ้า

ชีวิตตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เห็นทำอะไรหลายอย่าง? 

“ธุรกิจตอนนี้ก็ดีค่ะ ขายของออนไลน์ก็โอเค ต่อเนื่องเรื่อยๆ ค่ะ แล้วก็จะมีธุรกิจของสามีเป็นแพลตฟอร์มชื่อ YJ Mall ค่ะ แล้วก็ปีนี้จะมีภาพยนตร์ที่กำกับเอง เล่นเอง เกี่ยวกับหนังทางภาคใต้ อยากให้ทุกคนรอติดตามค่ะ ลงทุนหลายอย่างเพราะว่าเป็นสิ่งที่เราอยากทำมากตั้งแต่เด็กๆ

แต่ตอนนั้นเรายังไม่มีทุน พอโตขึ้นเราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแค่นักร้อง แต่เราทำได้ทุกอย่างที่เราอยากทำแล้ว แล้วก็ยังมีร้านอาหาร ได้หมดถ้าสดชื่น ที่อยากจะเปิดในกรุงเทพฯ เร็วๆ นี้ เป็นร้านอาหารใต้-อีสาน ยังคิดอยู่ว่าจะให้คุณแม่มาดูดีมั้ย เพราะตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงตัว อยากให้คุณแม่มาอยู่ใกล้ๆ ค่ะ”

แพลตฟอร์ม YJ Mall ลงทุนไปเท่าไหร่ ดูใหญ่โตมาก? 

“หนูไม่ทราบเลยค่ะ YJ Mall เป็นความคิดของยิว 100% หนูก็รู้พร้อมทุกคนเลย เขาซุ่มทำแบบไม่ได้บอกอะไรเลย มารู้อีกทีเขาไม่ได้ทำแค่รับไลฟ์สด แต่กำลังทำแพลตฟอร์มขายของสำหรับคนไทย เพื่อให้ค่าคอมมิชชั่นดีต่อทั้งนายหน้าและลูกค้า ส่วนเรื่องลงทุนหนูคิดว่าถ้าสเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องใช้เงินทุนเรื่อยๆ ค่ะ

ถามว่าเขามีความกังวลอะไรมั้ย ยิวเป็นคนที่หนักแน่นมากๆ แล้วก็มั่นใจในตัวเองสูง หนูเชื่อว่าเขารับมือได้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าอนาคต YJ Mall จะสำเร็จตามที่ยิวคิดไว้หรือเปล่า สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนจะได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือการที่เขาได้เติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง ว่าคนไทยเองก็สามารถที่จะทำแพลตฟอร์มได้ไม่แพ้ต่างชาติ”

...

ผลตอบรับของแพลตฟอร์มเป็นยังไงบ้าง? 

“ดีมากค่ะ หนูเองก็ขนลุก ตอนแรกไม่ได้ใส่ใจเลย เขาอยากทำอะไรก็ทำเลย แต่พอรู้ว่ามีนายหน้าสมัครมากกว่า 100,000 คน ในเวลาแค่ 2 วัน แพลตฟอร์มคนไทยแล้วนี่คือสามีเรา เราภูมิใจมากค่ะ ส่วนรายละเอียดหนูไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ภาษาอังกฤษฉ่ำ(หัวเราะ) 

ยิวเขาทำงานหนักมาก ประชุมถึงตี 4 ตี 5 ทุกวัน เราก็ขอให้มันสำเร็จ แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน เพราะตั้งแต่เปิดตัวไปพี่ๆ ทุกคนก็พร้อมสนับสนุนแพลตฟอร์มคนไทย ขอแค่ไม่คิดค่านายหน้าเยอะ ค่าคอมมิชชั่นไม่โหดร้ายเกินไป อยู่ได้กันทุกฝ่าย หนูก็มองว่าเป็นอะไรที่แฮปปี้และวินวินกับทุกคน”


ในฐานะแม่ค้าออนไลน์ คิดว่าจะโตไปได้ไกลแต่ไหน ถ้าเรามีแพลตฟอร์มของตัวเอง? 

“ถ้าพูดวันนี้มันจะดูเป็นการสปอยล์ แต่บอกเลยว่าถ้าหนูไม่ใช่ภรรยาเขาหนูก็จะอุดหนุนจะอยู่ในแพลตฟอร์มนี้เหมือนกัน เพราะฟังจากที่เขาเล่าให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นค่านายหน้าหรือการทำงานทุกอย่างของเขา มันได้เปรียบหมดเลย มันดีกว่าในเรื่องของกำไร

อย่างสินค้าชิ้นหนึ่งเราได้กำไร 30% แต่ถ้าคุณอยู่ใน YJ Mall คุณจะได้ 50-80% เลย เขาสามารถทำได้เพราะเขาไม่ได้หวังว่าจะเอากำไรจากแม่ค้าทุกคน แต่หวังแค่ว่าให้สินค้าของพวกเราเองก็สามารถอยู่ในแพลตฟอร์มได้โดยที่ไม่โดนหักใดใดแม้แต่บาทเดียว”

เรื่องเงิน ใช้เงินคนละกระเป๋า? 

“ใช่ค่ะ เงินคนละกระเป๋าแบบ 100% คุยกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เจนนี่เป็นคนขี้งกนิดนึง(หัวเราะ) แล้วพอจะมีสามีใช่มั้ย ช่วงแรกๆ เราก็มานั่งจับเข่าคุยกันว่าจะเอายังไงกันเรื่องเงิน หมายถึงว่ารายได้ที่จะเข้ามา เขาก็แฟร์มาก บอกว่าตัวเองหาตัวเองจ่าย เขาหาเขาจ่าย แต่สมมติไปกินข้าว ยิวอยากเลี้ยง ยิวเลี้ยง เจนอยากเลี้ยง เจนเลี้ยง ส่วนของลูกใครอยากซื้ออะไรให้ก็ซื้อเต็มที่เลย ส่วนมากถ้ากินข้าวหรูๆ ยิวจะเลี้ยง แต่ถ้ากินน้ำชา ขนมจีน เจนนี่เลี้ยงได้ค่ะ(ยิ้ม)”

แสดงว่าที่ผ่านมาคนเข้าใจผิดว่าเราเป็นฝ่ายเปย์ผู้ชายตลอด?

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้เปย์ ของใครของมัน แต่ถ้ามีเทศกาลวันเกิด วาเลนไทน์ เราก็จะมีเปย์ของขวัญให้บ้าง ให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้งกจนเกินไป จริงๆ เราก็ดูแลสามีดี ในฐานะครอบครัวเขาก็ไม่ได้ต่างจากแม่หรือน้อง ถ้าเขาขัดสนตรงไหนเราก็ยินดีซัพพอร์ตเต็มที่ แต่บังเอิญว่าเขาเองก็เป็นคนทำงาน มีหัวธุรกิจ เราก็เลยสบายใจไป”

เหมือนเขาพิสูจน์ตัวเองจากคำครหาต่างๆ ว่าเข้ามาเกาะเรา? 

“เขาก็พิสูจน์ตัวเองค่อนข้างเยอะ แล้วยิวก็เป็นผู้ชายที่รักในศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมองว่าเขาโดนผู้หญิงเปย์หรือเกาะผู้หญิงกิน เขาพยายามแสดงทุกอย่างให้คนเห็นเสมอว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่เจนนี่ก็พูดกับเขาเสมอว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใครเลย เพราะแค่เขารู้จักตัวเองดีพอ เราก็แฮปปี้แล้ว”

...

แสดงว่าที่เราอวยสามีตลอดเวลามันคือเรื่องจริง? 

“หนูเป็นคนอวยเรื่องจริง ถึงหนูจะเป็นคนขี้โม้แต่ขี้โม้เรื่องจริง (บางคนมองว่าเราหลงไง?) ผัวเราเราก็ต้องหลง(ยิ้ม) เราเองรู้ดีที่สุดค่ะ หรือถ้าเราจะโง่มานั่งแสดงเสแสร้งให้ทุกคนเห็นว่าผัวฉันดีทั้งที่ผัวเลว หนูว่าคนที่รับผลกรรมก็คือตัวหนู ฉะนั้นวันนี้ทุกคนสบายใจได้เลย เพราะหนูคิดว่าหนูก็เลือกสามีที่แบบถูกต้องที่สุด(หัวเราะ)”


ช่วงนี้ดูครอบครัวสุขสันต์พร้อมหน้าพร้อมตา? 

“ประมาณนั้นค่ะ เจนนี่กับแม่กับน้องก็เจอได้ปกติ ตอนนี้ถ้าเป็นเรื่องของเจนนี่กับแม่ก็ดีขึ้น มันก็มีแซวกันนะว่าช่วงนั้นแม่โดนทัวร์ลงเป็นยังไงบ้าง แกก็บอกว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียคือแกก็เสียใจแหละเพราะว่าเราออกมาพูดเรื่องในบ้าน แต่ข้อดีคือพอคนคอมเมนต์เยอะๆ แกก็เข้าใจว่าบางทีแกก็ผิดเรื่องอะไร ตรงนี้มันก็เหมือนเป็นบทเรียนให้แกได้เติบโต”

ช่วงนี้คุณแม่ดูมีความสุขมาก? 

“อ๋อ…ตอนนี้แม่มีแฟนค่ะ เป็นคุณลุงสวนทุเรียน ตอนแรกหนูก็ตั้งสเปซนะ แต่พอไปกินข้าวด้วยกันเห็นเขาตัวติดกันตลอด เลยต้องเจอกัน คุณลุงเป็นคนใจดี เรียบง่าย ถ่อมตัว เขาบอกว่าไม่ได้เป็นคนรวยอะไรนะ เป็นคนทำงานทำสวนทุเรียน แต่ไม่มีหนี้สิน มีลูกกี่คน (เช็กประวัติเลย?) ไม่ได้ค่ะ แม่เราอยู่ในจุดที่คนจะเข้าหาเมื่อไหร่ก็ได้ เราไม่ได้บอกว่าแม่เราสวยหรือรวยขนาดนั้น

...

แต่ความเป็นแม่เจนนี่ลิลลี่มันก็จะมีคนอยากเข้ามาเยอะมาก เพราะฉะนั้นถ้าใครจะเข้ามาหาแม่เราก็ต้องสแกนนิดหนึ่ง อย่างที่พอจะรู้กันว่าแม่เรามีปัญหาเรื่องเงิน ถ้าคนเข้ามาแล้วมีปัญหาเรื่องเงินอีก มันจะซูเปอร์เลยนะ เราก็เลยรู้สึกว่าอย่างน้อยเข้ามาก็ไม่เป็นภาระและต้องทำให้คุณแม่สบายใจขึ้น ถามว่าคุณลุงผ่านมั้ย เราก็ยังไม่ชัวร์

แต่ถ้า ณ วันนี้ก็รู้สึกว่าดีค่ะ สองคนนั่งไลฟ์ทุกวัน ทำงานทุกวัน แล้วข้อดีของการที่คุณแม่มีแฟนก็คือเขาไม่เหงา แล้วเขาก็ไม่เข้ามารบกวนเรื่องเงินเหมือนที่ผ่านมา พอเขาพากันทำงาน เช้าถึงเที่ยงเขาอยู่สวนทุเรียนกันทั้งคู่ บ่ายถึงเย็นก็มานั่งไลฟ์ขายของกัน เรามองว่าคู่รักถ้าเกิดนำพาไปในทางที่ดีขึ้นก็โอเคค่ะ”

เห็นไปยื่นข้อเสนอกับคุณแม่ว่าถ้าขายของได้ 3 ล้าน จะจัดงานแต่งงานให้? 

“ใช่ค่ะ แม่กับลุงอยากแต่งงานกัน หนูเลยบอกว่าถ้าอยากแต่งก็ขายของให้ได้ 3 ล้านก่อน หนึ่งก็เหมือนเป็นการยืดเวลาไปก่อน เขาต้องดูใจกันอีกนิดนึง แต่ถ้าทำได้จริงหนูจะจัดงานให้เอง ตอนนี้แม่ขายได้เกือบ 2 ล้านแล้ว แม่เริ่มถามแล้วว่าจะแต่งวันเกิดเลยมั้ย ซึ่งคือเดือนกันยายนนี้ เราก็เลยบอกไปว่างั้นขอดูว่าจะเอากันยายนหรือมีนาคม”

ทุกวันนี้ยังซัพพอร์ตหรือมีอะไรเป็นห่วงแม่อยู่ไหม? 

“ซัพพอร์ตแม่ปรึกษาหรือปกติค่ะ เรื่องเงินสายแม่จะไม่ขอแล้ว แต่เราก็ยังมีให้อยู่เรื่อยๆ ส่วนเรื่องอื่นๆ ถ้าแม่อยากคุยเรื่องอะไร เขาก็คงคุยมา เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ากับหนูคือคุยได้ทุกเรื่อง”

แสดงว่าวันนี้ก็คือ…วันนี้ที่รอคอย? 

“หนูว่ายังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ ถ้าวันนี้ที่รอคอยจริงๆ คือครอบครัวใหญ่ต้องเจอกัน ซึ่งวันนี้มันยังไม่ใช่ อาจจะขอเวลาอีกสักแป๊บนึง ขอให้ต่างฝ่ายต่างพิสูจน์ตัวเองกัน ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทุกคนถามหากันว่าเป็นยังไงกันบ้าง เราก็อยากให้มันกลับมาเป็นแบบนั้น แต่สุดท้ายแล้วทุกฝ่ายก็ต้องพัฒนาตัวเองในทางที่ดีขึ้น”

...

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม