รายการ “Thairath Talk” ทางยูทูบแชนแนล Thairath Variety สัมภาษณ์ เจนสุดา ปานโต ถึงประเด็นร้อนถูกอดีตเพื่อนรักชักชวนให้ลงทุน สุดท้ายสูญเงินไปกว่า 40 ล้านบาท จนตอนนี้ต้องขึ้นศาลเพื่อหวังได้รับความยุติธรรมกลับคืนมา
- เมื่อถามว่าเดี๋ยวเช็กลิสต์แก๊งนางฟ้ามีใครกันบ้าง เจนี่, แอน อลิชา, เจนสุดา, พอลล่า เทเลอร์, วุ้นเส้น, คริส หอวัง อันนี้ยังอยู่ครบ เจนสุดาบอกว่า “ถูกต้องค่ะ” แต่พอถามถึงคนสุดท้ายคือ นานา ไรบีนา เจนสุดาตอบทันที “เคยอยู่ (หัวเราะ) ถามว่าอยู่มานานแล้วหรือเพิ่งออกไป ก็อย่างที่ทุกคนทราบเลย เรื่องราวมันก็เกิดขึ้นสักปีที่แล้ว ก็หลังจากนั้นค่ะ”
- เจนสุดาย้อนเล่าถึงก่อนวันที่เป็นข่าวเมื่อ 20 พ.ย. 2568 ว่า มันเกิดก่อนหน้านั้น 2-3 ปี เริ่มต้นจากการที่เรารักกัน เขาเสมือนว่าเป็นพี่สาว เวลาที่เกิดอะไรขึ้นในชีวิต เราเจอเรื่องนั้นเรื่องนี้ ท้อแท้ไม่อยากทำแล้ว เราก็มาระบายให้เขาฟัง รู้สึกว่าตรงนี้แหละมันเป็นจุดที่ทำให้เขารู้ว่าเราเหนื่อยแล้วอยากพักในบางจังหวะ เขาก็เข้ามาตอนนั้น
...
- เขาเป็นหนึ่งในแก๊งนางฟ้าที่เราปรับทุกข์มากที่สุด เพราะออฟฟิศอยู่ในซอยเดียวกัน บ้านอยู่ใกล้กัน การที่เรามีปฏิสัมพันธ์แบบนี้มันทำให้เกิดช่องในการหาประโยชน์จากเรา เขาก็เริ่มต้นชวนลงทุน เรารู้สึกเขาอยากจะช่วยเรา อยากให้เราหายเหนื่อย เพราะเป็นคนที่ทำงานเหนื่อยมาตลอดชีวิต ไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ ทุกอย่างต้องตั้งใจทำ ต้องลำบากกว่าจะได้มา
- เขาก็ยื่นมือเข้ามาช่วยในจุดนั้น แล้วบอกเราว่าอยากทำให้เราหายเหนื่อย วันนั้นประโยคเหล่านั้นทำให้รู้สึกอบอุ่นที่สุด รู้สึกเหมือนมีทีมซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ทำให้เรามั่นใจว่าโอกาสเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี มั่นใจได้ เชื่อใจได้ เพราะมันคือเขาที่เป็นตัวการันตีอยู่
- ตอนนั้นเริ่มต้นลงทุนด้วยหลักล้าน ทุกครั้งจะเป็นตัวเลขที่เขากำหนด แต่้ค่อยๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดเพดานที่ 40 ล้าน ช่วงหลังๆ ก็ได้รับการบอกว่าเขามีปัญหาเรื่องบัญชีโดนล็อก ปปง.ล็อกบัญชี เราก็ไม่เคยสืบค้นความจริงเพราะเชื่อ เราก็รอ เจนเป็นคนสุดท้ายที่ทราบว่าเกิดสิ่งนี้ขึ้น
- ใช้เวลาทำแบรนด์มา 13 ปี กว่าจะได้ 40 ล้าน ถามว่าเงิน 40 ล้านที่เขาชวนไปลงทุน ใช้เวลาเท่าไหร่ ประมาณ 2 ปี ถามว่าทุกครั้งที่เขามาขอระดมทุนเงินหลักล้าน เหตุผลเหมือนกันไหม เจนสุดาบอกว่าเหมือนกัน เพราะมันเป็นการลงทุนที่เขาบอกว่าจะเอาไปทำสิ่งนี้มาตั้งแต่ต้น แต่ของคนอื่นจะมีเหตุผลอื่นด้วย จะมีรายละเอียดปลีกย่อยกันไป แต่มันไม่เคยมีอยู่จริง เงินที่ลงทุนเป็นเงินเก็บส่วนตัว
- หลายคนไม่ฟังสัญชาตญาณตัวเอง เจนนั่งนึกย้อนกลับไปว่าเอ๊ะ ทำไมเราถึงให้ไปแบบนั้น เหมือนที่ชาวบ้านถามเจนแหละว่าเชื่อและให้ไปได้ยังไง เราก็ถามตัวเองเหมือนกัน ก็ย้อนกลับไปได้ว่าจริงๆ มันมีหลายจึ๊กนะ แต่เจนไม่สามารถพูดออกมาเป็นจุดที่แน่นอนว่าคืออะไร
- แต่สัญชาตญาณเราบอกว่ามันไม่ใช่ แต่เราไม่ฟังเพราะเรารู้สึกว่าสัญชาตญาณเราผิดหรือเปล่า ทำไมคนอื่นไม่เห็น ทำไมคนนี้ไม่เคยบอกอะไร หรือสัญชาตญาณเราผิด ซึ่งเจนเรียนรู้อย่างใหญ่หลวงว่า ต้องฟังสัญชาตญาณของตัวเอง ต้องฟังต่อไปในอนาคต
- ถามว่าเอะใจครั้งแรกตอนล้านที่เท่าไหร่ ก็ไปไกลแล้วเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกว่าทำไมเรื่องที่เขาบอกมันไม่ปะติดปะต่อ มันดูแปลกๆ แต่เราพยายามสะกดจิตตัวเองว่าเป็นพี่สาว ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปคิดมาก ก็สู้กับตัวเองตลอด
- ถามว่าโป๊ะแตกล้านที่เท่าไหร่ ก็ล้านที่ 40 เลย เริ่มจากเพื่อนคนอื่นเขาทราบกันก่อน แต่เจนไม่ทราบเพราะโดนล้างสมองไปว่าห้ามบอกใคร เพราะสิ่งนี้เขาหวังดีกับเจนคนเดียว เขาไม่อยากให้คนอื่นรู้ เพราะเดี๋ยวคนอื่นจะรู้สึกว่าเอ๊ะ ทำไมไม่ชวนลงทุนบ้างล่ะ ก็เลยไม่เคยบอกใคร เลยเป็นคนสุดท้ายที่รู้เพราะว่าคนอื่นๆ ไม่รู้ว่ามีเจนอยู่ในภาพนี้ด้วย เพราะไม่เคยส่งสัญญาณว่าเป็นหนึ่งในผู้ถูกชวนลงทุน
...
- วันที่รู้ รู้จากเพื่อนสนิทคนนึงที่โทรมาบอกว่ามันมีอะไรผิดปกติแล้ว ให้ไปคุยกับคุณข้าวโพด เจนก็งงว่าคุณข้าวโพดอยู่ในภาพนี้ด้วยเหรอ ไม่เคยรู้ คุณข้าวโพดก็ไม่รู้ว่าเจนอยู่ในภาพนี้ด้วย ก็เลยได้คุยกัน เลยรู้ว่าโอ้โห ก็หงายหลัง มันก็เริ่มมีข้ออ้างโดนบัญชีล็อกคล้ายเรา จนมันเป็นปี คุณข้าวโพดไปเช็ก ก็สรุปว่ามันไม่มีอะไรจริงเลย
- วันที่รู้เรื่องราวทั้งหมดประมวลไม่ถูกเลยว่าต้องรู้สึกยังไงบ้าง มันเยอะไปหมด ทั้งช็อก เสียใจ อันนี้เรื่องจริงหรือเปล่าใช้เวลาสักพักเลยเหมือนกันที่จะตั้งหลักแล้วโอเคต้องจัดการยังไง เจนร้องไห้ให้กับเรื่องนี้ครั้งเดียว ร้องไห้กับสามี แล้วค้นพบว่าเป็นคนมีสติมากเลยนะ แข็งแรงกว่าที่คิดเยอะมาก ใช้สติแก้ปัญหา เฮ้ยเก่งว่ะ ยังยิ้มได้อยู่ เอาพลังตรงนี้มายังไง เป็นสิ่งใหม่ที่ค้นพบในตัวเอง เซอร์ไพรส์เหมือนกัน
- ที่ร้องไห้เพราะโกรธที่ไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง ณ วันนั้น ผิดหวังในตัวเองที่ทำไมไม่ฟังตัวเราเอง ตอนนั้นไม่ได้โทรหาคู่กรณี แต่เขียนไปถามว่าถ้าเกิดเอาเช็คไปขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นเหรอ จะมีเงินในนั้นไหม ถ้ามันไม่มีเงิน มันคือเรื่องจริงแล้ว เขาก็บอกว่ามันไม่มี เจนก็เลยบอกว่าถ้าไม่มีต้องขออนุญาตดำเนินการทางกฎหมาย อันนั้นคือสิ่งสุดท้ายที่คุยกัน
...
- เห็นใจทุกคนที่โดน เพราะทุกคนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันหมด สนิทกับเขาหมด ผิดหวัง เสียใจ ไม่รู้จะยังไงเหมือนกันหมดเลย มันแตกสลายข้างใน รู้สึกว่าต่อจากนี้จะไว้ใจอะไรได้อีก บางคนร้องไห้ทุกวัน แต่โชคดีที่เจนเข้มแข็งได้เร็ว เจนมี support system ที่บ้านที่ดี ไม่ได้ซ้ำเติมกัน เจนมีลูกน้องข้างหลังก็ต้องแข็งแรงให้ได้
- เมื่อถามถึงตอนไปปรึกษาสามีเรื่องนี้ครั้งแรก เจนบอกว่า เขาบอกให้เล่าให้ฟังทั้งหมดว่ามันเป็นยังไง แล้วเขาก็พูดกลับมาว่าเพื่อนยูหลอกยู ทะเลาะกับสามี ทำไมถึงมองเพื่อนเราเป็นแบบนี้ มันเป็นไปไม่ได้ เขาจะกล้าทำได้ยังไง แต่สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เขาบอก เป็นอย่างที่เขาพูดตั้งแต่วันแรก
- สามีหลังจากที่บอกว่าโดนหลอกแน่ๆ ก็บอกให้ไปทำเอกสารไว้หน่อยมั้ย อย่างน้อยก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้ ก็เลยเกิดเรื่องเอกสารขึ้นมา คือทำสัญญากู้ยืมกับเขา แต่ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่ามันคือการหลอกลวง ตอนนั้นเช็คมาก่อน เอกสารมาทีหลัง หลังจากทำเอกสารไม่ถึงเดือนก็โป๊ะแตก ซึ่งในเอกสารสัญญาไม่ได้มีเรื่องดอกเบี้ยอย่างที่เป็นข่าว เป็นการเอาเงินลงทุน เอกสารนั้นอยู่ในศาลแล้ว พูดไม่ได้จริงๆ
...
- เจนไม่ได้อยากให้มันเป็นข่าว แต่ผู้เสียหายเยอะมาก พยานอีกเกือบ 40 คน พยานก็เจ็บเหมือนกัน ถามว่าโดนเยอะสุดเท่าไหร่ ก็หลายสิบล้าน มากกว่า 40 ล้าน แต่ไม่แน่ใจว่าถึง 100 ล้านมั้ย ไม่ขอลงตัวเลขที่ชัดเจน แต่มีคนที่มากกว่าเจนแน่นอน ก็เป็นคนใกล้ตัวหมด รู้จักกันทั้งนั้น แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้เผชิญเรื่องนี้อยู่คนเดียว
- ในแก๊งนางฟ้า มีพอลล่า เจนี่ และเจนที่โดน เจนคิดว่าถูกล็อกเป้าหมาย เพราะจุดอ่อนที่เจนเคยเล่าให้ฟัง เรารู้สึกเหนื่อย ทำไมทุกอย่างที่ทำมาทำไมยากเย็น ทุกครั้งที่เจอกันก็บ่น เลยคิดว่าเขาเห็นโอกาส แต่อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวว่าถูกล็อกเป้า
- วันที่ขึ้นศาลเจอกันครั้งแรกหลังไม่เจอกันตั้งแต่เกิดเรื่อง นั่งอยู่คนละมุม ถามว่าแตกต่างจากเขาที่เรารู้จักหลายสิบปีไหม เขาก็ดูเครียด สบตาครั้งแรกไม่ยิ้ม ไม่จำเป็น เจนไม่ได้มีรอยยิ้มให้ ไม่อยากจะมีรอยยิ้มให้ แปลกมากที่สามีเขาจ้องหน้าเจนอยู่ 10 วินาทีได้ แบบไม่ละสายตา ไม่แน่ใจว่าต้องการอะไร ไม่มีการพูดจา ไม่ได้อยากจะพูดจา สำหรับเจนคือ ณ จุดนี้ต้องการความยุติธรรม ไม่ต้องการยิ้มให้ ไม่ต้องการมีคำพุดอะไรให้ เปรียบเสมือนเป็นอากาศธาตุไปเลย มันขาดไปแล้วจริงๆ
- ที่โพสต์ว่าตอนนี้กำลังนั่งดูกรรมทำงาน สิ่งที่คาดหวังกับตัวกรรมทำงานอยู่ ปลายทางเราจะได้เงินคืนไหม เจนสุดาตอบว่า สำหรับเรื่องเงิน เจนคาดหวังให้ทุกคนที่เสียหาย ไม่ใช่แค่ตัวเจน ให้ได้เงินคืน เพราะแต่ละคนหาเงินกันมายาก แต่ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างมีหลักฐานชัดเจน เอกสารที่ยื่นไปเกือบ 100 แฟ้ม
- เจนสุดาย้ำว่า หาเงินสุจริตมันเหนื่อย ทำธุรกิจแบบใสสะอาดมันเหนื่อย อยากย้ำอีกทีว่าให้เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง อย่าไปค้านกับมันมาก ถ้าสัญชาตญาณบอกว่ามันไม่น่าใช่ก็อย่าค้าน เพราะเจนค้านมันมาแล้ว แล้วสุดท้ายเราถูกตั้งแต่แรก
- คู่กรณีโพสต์ว่ายังไลฟ์ขายของ ไม่มีวันไหนที่ไม่เอารายได้มาใช้หนี้ ถามว่าเป็นหนึ่งในนั้นที่เขาใช้หนี้ไหม เจนตอบว่า “เอาเป็นว่าคนที่เรารู้จักกันทั้งหมดนี้ค่ะ ไม่ใช่คนที่เขาพูดถึงก็แล้วกัน ก็ไม่รู้เขาพูดถึงใคร (หัวเราะ)” ถามว่ายังเชื่อทุกสิ่งที่เขาพูดไหม เจนเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ทุกวันนี้เจนไม่ได้เห็นในสิ่งที่เขาเขียน
- คิดว่าปลายทางจะจบเมื่อไหร่ ก็คงเป็นปี เป็นประสบการณ์ใหม่ แต่ไม่เป็นไร ปล่อยไป พร้อมเสมอที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และเชื่อเสมอว่ามันมีความยุติธรรมบนโลกใบนี้จริงๆ
- ทุกวันนี้ในบางวันยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลย แต่ก็ต้องกลับมาแล้วแบบว่าโอเค มันเกิดขึ้นจริงแล้ว เป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่สาว ต้องคอยบอกตัวเองว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แตกสลายเหมือนกัน แต่ไม่จมตรงนั้นนาน เห็น เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกแตกสลายไม่เป็นไร ค่อยๆ เก็บชิ้นส่วนของตัวเองขึ้นมาและเดินหน้าต่อ เป็นสิ่งที่ทำได้
- ถามว่าเข็ดไหมกับการเชื่อใจคนที่เรารักมากที่สุด เจนสุดาตอบทันทีว่า “เข็ดค่ะ (หัวเราะ) เข็ดมากๆ ถามว่าเป็นหนี้สินไหม ไม่มีหนี้สิน โชคดีมาก (ลากเสียง) คุณแม่จะบอกเสมอว่าเจนอย่าเป็นหนี้นะ อย่าไปยืมเงินใคร อย่าให้ใครมาทวงเงินหน้าบ้าน ตั้งแต่เด็กคือโดนฝังหัวมาตลอด ฉะนั้นจะเป็นหนี้อย่างเดียวคือซื้อบ้าน ซื้อรถ แค่นั้นในชีวิต ไม่ได้มีหนี้สินอย่างอื่น บริษัทก็ปลอดหนี้ ทำธุรกิจก็ไม่ได้กู้อะไร เริ่มต้นอย่างที่บอกว่า 5 แสนบาท”
- ถามว่าอยากพูดอะไรกับเขา เจนตอบว่า ไม่อยากเลยแม้แต่คำเดียว มันขาด 100% ถามว่าเขาจะกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักเลยในชีวิตนี้ เจนตอบว่าใช่ ไม่มีประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องไปโหยหาวันเก่าๆ มันจบไปแล้ว ถามว่าไม่มีภาพวันดีๆ ที่เขาอยู่กับเราเลยเหรอ เจนตอบสั้นๆ “ลืมแล้วค่ะ จำไม่ได้” ถามว่าถ้าเขาจะคุยส่วนตัว เจนตอบทันทีว่าคุยผ่านทนายเท่านั้น
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม