กลายเป็นประเด็นที่หลายคนพูดถึง เมื่อ “โก๊ะตี๋ อารามบอย” ได้ออกมาเปิดใจในรายการ คนล้มลุก ที่มี อั๋น ภูวนาท เป็นพิธีกร ยอมรับแบบแมนๆ ว่า เป็นคนตัดสินใจบอกเลิก และจบความสัมพันธ์กับอดีตภรรยา หลังแต่งงานได้เพียง 1 ปีเต็ม พร้อมเผยชนวนเหตุสุดช้ำที่ยอมถอยให้ทุกอย่าง แต่กลับโดนล็อกประตูบ้านไม่ให้เข้า และปัจจุบันอดีตภรรยาก็ยังไม่ยอมย้ายออกจากบ้าน และเผยเหตุผลที่ยอมจ่ายเงิน 3 ล้าน เพื่อให้จบเรื่องนี้

หลังจากคบกันมา 12 ปี แต่งงานกันปีเดียวเลิกเลย ถามได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?

"จริง ๆ แล้วหนูแต่งงานวันที่ 17 ธันวาคม ปี 2566 และหนูประกาศเลิกวันที่ 17 ธันวาคม ปี 2567 ครบ 1 ปีเต็ม ๆ คือจริงๆ แล้วหนูไม่ได้อยากแต่งตั้งแต่ตอนแรก คือหนูบอกกับเขาว่า งานแต่งงานในอุดมคติของเขา กับงานแต่งงานในวิธีคิดของเรามันไม่ตรงกันตั้งนานแล้ว 

หนูไม่ได้อยากแต่งแบบใหญ่โต ไม่ได้อยากแต่งอะไรขนาดนั้น แต่อันนี้โอเค ไหน ๆ ทางญาติฝั่งเขาถามมาว่าเมื่อไหร่จะแต่งเพราะคบกันมานานแล้ว แต่งก็แต่ง แต่ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องงานแต่งงาน มันเป็นเหมือนเรื่องที่ยากมาก ๆ ในชีวิต คิดถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่ หนูรู้สึกขาแข้งไม่มีแรงเดินอ่ะ"

...


เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เราไม่อยากทำ แต่เราต้องทำใช่ไหม?

"อือ หนูพูดกับเขาก่อนที่จะแต่งงานว่า ถ้าคุณยังมายเซ็ตแบบนี้ ถ้าเรายังเป็นแบบนี้กันอยู่ ถ้าไม่มีการปรับ ไม่มียืดหยุ่นกันบ้าง สุดท้ายเราเลิกกัน เชื่อไหมหนูพูดก่อนแต่งงาน ก่อนแต่งงานมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง พอหลังแต่งงานมันเป็นอีกเรื่อง มันเป็นเรื่องจริงนะ"

12 ปี ยังไม่รู้จักกันอีกเหรอ?

"ใช่...คือก่อนแต่งงานเรารู้สึกว่าเขาเป็นอีกคนหนึ่ง แต่พอหลังแต่งงานแล้วเขากลายเป็นอีกคนหนึ่งเลย และต้องบอกสังคมก่อนนะ บางทีคนในโซเชียลคิดว่า “อ๋อ เพราะมึงอย่างนี้ไง ผู้หญิงถึงบอกเลิก” ย้ำนะครับว่า หนูเป็นคนบอกเลิกเขา ไม่ใช่เขาบอกเลิกหนู พอประกาศหนูก็ปิดเครื่อง และไปดูบอลที่อังกฤษเลย หนูประกาศใน IG ปุ๊บ หนูก็ปิดเครื่อง นั่งเครื่องบินไปดูบอลที่อังกฤษเลย 12-14 ชั่วโมง ไม่เปิดเครื่องเลย ไปเจออีกทีคือหนูอยู่อังกฤษแล้ว 

ตัวหนูเองหนูไม่ไหวพี่ ไม่ไหวกับหลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ อย่าง แต่เลือกที่จะไม่มาพูดว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะเราเป็นผู้ชาย การไปพูดให้ร้ายผู้หญิงมันดูไม่แมน มันดูหน้าตัวเมียไปหน่อยไหม สังคมจะด่าว่าหนูเxี้ย โก๊ะเลว โก๊ะเป็นคนไม่ดี ใช่ ไม่เป็นไรเลย แต่หนูอยากจบไง แต่หนูอยากจบไง

แต่พี่เชื่อรึเปล่าว่า ณ ตอนนี้ ตอนนี้ปี 69 เขายังอยู่ในบ้านหนู หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ตอนแรกเขาอยากได้บ้านหนูหลังหนึ่ง เขาบอกอาต๋อย (ต๋อย ไตรภพ) หนูบอกอาว่าให้ไม่ได้ เพราะบ้านหลังนี้ซื้อมาก่อนที่จะรู้จักกับเขา และระหว่างที่รู้จักกันมาหนูใช้เงินในวงการผ่อนทุกบาททุกสตางค์ หนูไม่ได้ใช้เงินจากธุรกิจแคคตัสไปผ่อนเลย เพราะเงินในแคคตัสทุกบาททุกสตางค์ที่ขายได้ กี่หมื่น กี่พัน กี่แสน โอนบัญชีเขาหมด 

ไม่ได้เข้าบัญชีหนูแม้แต่บาทเดียว พอเลิกกันเขาจะเอาบ้านหนูหลังหนึ่ง แต่หนูไม่ได้จดทะเบียนสมรส หนูรู้อยู่แล้วไงพี่ เพราะฉะนั้นสมบัติก่อนหน้าที่จะรู้จักกันต้องเป็นของหนูถูกมั้ยพี่ แต่เขาจะเอาบ้านหนูหลังหนึ่ง ก็กลายเป็นว่าคุยกันไปคุยกันมา ก็ตกลงที่ 3 ล้าน หนูให้ BMW 525D 1 คัน พร้อมทะเบียน (เลขสวย) เงินสดหนูไม่มี 3 ล้าน หนูก็ให้ไปก่อน 1.5 ล้าน โดยเอาบ้านไปเข้าธนาคาร

มันมีบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่าทางจิตใจ ของในเซฟ ทอง ที่เคยซื้อให้หรือว่าอะไร เอาไปเลย สินสอด ที่ผูกข้อไม้ข้อมือ ที่ผู้ใหญ่มารับขวัญ กระเป๋าที่เคยซื้อ แต่พอหนูไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านมาถ่ายรายการ เขาล็อกประตูบ้าน หนูเข้าบ้านตัวเองไม่ได้พี่ 

โอเค เงินอีก 1.5 ล้านที่เหลือ เขาอยากได้เงินก้อน ถ้ากลัวหนูจะไม่ให้ โอเค หักเงินเดือนจากอาต๋อย อาต๋อยเป็นคนหักให้เลย เดือนละ 30,000 บาท แล้วเดี๋ยวหนูมีเงินก้อน หนูเอาให้ 

หนูก็ยอมถอยทุกอย่าง แต่สุดท้ายแล้ว ของของหนูเขาก็ไม่ให้ และหนูรู้สึกว่ามันเยอะไป บางทีหนูก็อยากเป็นคนเลวบ้าง พอหนูเป็นคนดีแล้วเขารู้ว่าหนูไม่กล้า"

...


จริงๆ มันไม่ใช่ว่าเป็นคนดีหรือคนไม่ดีนะ แต่มันมีความไม่ชัดเจนในบางเรื่อง ก็ให้กฎหมายทำหน้าที่?

"ใช่ ก็ต้องยอมรับอยู่อย่างว่า ในเมื่อเขาไม่ยอมออกจากบ้าน บ้านหนูจะขาย บ้านจะขาย 2 หลัง รวมถึงหลังที่อยู่ตรงข้ามบ้านแม่ด้วย"

ในภาพรวมเราเห็นว่าผ่านอะไรมาเยอะ ทำงานหนักมาก แม้จะล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่อยากถามว่า ณ วันนี้ที่มาถึงตรงนี้ มันเคยมีช่วงที่เรารู้สึกท้อจนไม่ไหวแล้วบ้างไหม?

"มีอยู่หลายครั้ง และนี่คือสิ่งที่หนูไม่เคยพูดกับใครเลย ตอนที่หนูเลิกกับแฟนคนนี้ล่าสุด หนูต้องกินยาเพื่อให้นอนหลับ เป็นเหมือนโรคซึมเศร้า แต่หนูไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นนะ บางคืนต้องกินยาถึง 9 เม็ด 12 เม็ดเลย"

นี่เรากินเองหรือไปหาหมอ?

"ไปหาหมอครับพี่ ไม่ได้กินเอง คืออยากจะบอกว่าบางทีสังคมออนไลน์หรือโลกคอมเมนต์เขาดูข่าวจากนู่นจากนี่แล้วมาตัดสินเรา ปัจจุบันมีเพจปลอมเยอะมาก เอาข่าวรูปตอนหนูร้องไห้ตอนพี่ค่อมเสียชีวิต มาปะปนเชื่อมโยงกับรูปตอนหนูแต่งงานกับแฟน แล้วสร้างเรื่องสารพัด 

ถ้าเป็นไปได้อยากรู้ชีวิตเราจริง ๆ ไปติดตามช่องส่วนตัว เวลาไลฟ์สดก็เข้ามาถามเราตรง ๆ ดีกว่า เพราะเราเป็นคนของประชาชน ถามว่าเรื่องนี้จริงไหม แค่นี้พอแล้ว คุณจะได้รู้เรื่องจริงจากเรา"

จากที่ฟังมา ตรงส่วนที่เราพลาดเองเราก็ยอมรับ แต่กับเรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามา มันเคยมีอารมณ์แบบ “ทำไมต้องเป็นกูอีกแล้ววะ” ไหม ตรงนี้แหละที่ทำให้คนล้มแล้วลุกไม่ขึ้น?

"หนูว่าวิธีคิดเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ลองยอมให้คนอื่นเป็นกระจกสะท้อนตัวเรา ยอมเปลี่ยนความคิด ชีวิตจะเปลี่ยน อย่าคิดว่าฉันทำถูกแล้ว ฉันเป็นแบบนี้ใช่แล้ว แต่ถ้าคนรอบข้างทักมา ลองเอ๊ะ อ๊ะ เปิดใจดู บนโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ อะไรที่ดีก็ทำต่อ อะไรที่คนทักเราก็ควรปรับควรเปลี่ยน"

...

เรารู้สึกว่าเรามีความสุขกับชีวิต เราพอใจกับตัวเองในวันนี้มากน้อยแค่ไหน?

"หนูพอใจมาก ถ้าย้อนกลับไปตอนที่หนูฮอต ๆ ตอนนั้นรวยมาก รวยร้องขอชีวิต ณ ตอนนี้หนูไม่ได้มีเงินเท่าตอนนั้น แต่หนูกลับมีความสุขมากกว่าตอนนั้นเยอะมาก ได้ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอง อยู่กับธรรมชาติ เลี้ยงนก เลี้ยงหมา ปลูกต้นไม้ ปักกิ่งไม้ ได้อยู่กับตัวเองแล้วรู้สึกมีความสุขจัง ตอนนั้นชีวิตมันเหมือนเมื่อไหร่จะผ่านไปไว ๆ แต่ปัจจุบันความสุขมักผ่านไปไวเสมอ ตื่นมาอ้าว มืดอีกแล้ว กลายเป็นคนแก่ที่มีความสุขในทุก ๆ วันครับ"

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม