สายเปย์สุดๆ เลยจริงๆ สำหรับ กระแต อาร์สยาม หรือ กระแต KT หรือ แตร นิภาพร ที่ก่อนหน้านี้ได้ควักเงินกว่า 10 ล้าน พาครอบครัวไปเที่ยวอิตาลี ในเมืองที่สวยที่สุดในโลก และยังควักอีก 10 ล้าน พาพนักงานในบริษัทกว่า 100 ชีวิตบินไปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่ง กระแต บอกว่า เหมือนเป็นรางวัลให้กับพนักงาน ที่พายอดขายของบริษัทพุ่งไปสูงกว่า 1,000 ล้านบาท
ล่าสุดควักเงิน 10 ล้านไปอิตาลี เป็นยังไงบ้าง?
“จริง ๆ ล่าสุดคือญี่ปุ่นนะคะ ไปเที่ยวต่อเนื่องเลย แต่ก่อนหน้านั้นที่ไปอิตาลีคือแตรทำงานมาทั้งปี พอทำเพลง Bangkok City เสร็จเราทำกันแบบจัดเต็ม ก็เลยรู้สึกว่าอยากไปชาร์จแบต เลยพาคุณพ่อ คุณแม่ และน้อง ๆ ในครอบครัวไปอิตาลี ด้วยความที่ไปกันเยอะและทุกคนได้นอนกันเต็มที่ ไปอยู่มาเดือนหนึ่งเลยค่ะ”
เดือนหนึ่งเลยเหรอ ที่ว่าหมดไป 10 ล้านนี่คือยังไง?
“ที่ว่า 10 ล้านเนี่ย ไม่ได้แบบว่ากินหรูอยู่สบายขนาดนั้นนะคะ บางวันก็อาจจะดูดีหน่อย บางวันก็อยู่กันแบบเล็ก ๆ บางมื้อก็ต้มมาม่ากินเพราะพกไปด้วย อร่อยที่สุด (หัวเราะ) ถือว่าเป็นการให้รางวัลตัวเองและครอบครัวค่ะ ขอบคุณที่เขาทำให้เรามีกำลังใจในการใช้ชีวิต”
...
แล้วเห็นว่าล่าสุดพาคนไปเกือบ 100 คน อันนี้คือไปไหน?
“อันนี้พาพนักงานไปเอาท์ติ้งที่ญี่ปุ่นค่ะ สัญญากันไว้ปีที่แล้วว่าถ้าช่วยกันทำงานแล้วทำให้ 1 ปียอดขายทะลุ 1,000 ล้าน จะพาไปญี่ปุ่น พอทำได้ก็ทำตามสัญญาค่ะ ยอดขายเกินพันล้านไปนิดหน่อย”
ถือว่าเป็นคนสปอร์ตมาก ๆ เลยนะคะเรื่องแบบนี้?
“สปอร์ตเลยล่ะค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ใช่คนเดียวที่ทำให้ยอดขายมันโต เป็นไปไม่ได้ที่แตรจะทำคนเดียว เพราะฉะนั้นทุกคนสำคัญหมด มีส่วนร่วมหมด แม้กระทั่งแม่บ้านแตรก็พาไป เพราะเขาก็คือคนที่ทำให้ออฟฟิศน่าอยู่ ทุกหน้าที่มีผลกับการสร้างยอดและปรากฏการณ์นี้ เราเลยอยากให้ของขวัญตอบแทนพนักงานทุกคน เขาจะได้มีแรงอยู่กับเราและมีความสุข บางคนไปต่างประเทศครั้งแรก ร้องไห้เลยก็มี ดีใจมากค่ะ”
ตอนนี้เปิดรับสมัครพนักงานเพิ่มไหม เผื่อจะมีคนอยากไปร่วมงานด้วย?
“รับอยู่ค่ะ (หัวเราะ) รับทีมคอนเทนต์เยอะมาก”
ไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยเหรอ กับการมอบความสุขให้คนอื่นขนาดนี้?
“ไม่รู้สึกเสียดายเลยค่ะ รู้สึกว่าอยากให้เขาได้รับผลตอบแทนจากเราจริง ๆ รู้สึกว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เขาควรได้ บางคนอาจจะมองว่าไปกันเกือบ 100 คน ไป 5 วัน ค่าใช้จ่ายเยอะแน่ ๆ เงินหลายล้านเก็บไว้ซื้อของหรือเก็บไว้เป็นเงินตัวเองดีกว่าไหม แต่แตรมองว่าเงินตรงนี้ เดี๋ยวเขาก็กลับมาทำงานหาให้เราได้มากกว่าเดิมอีกค่ะ”
รวม ๆ แล้วทั้งทริปครอบครัวที่อิตาลี และทริปพนักงานที่ญี่ปุ่น รวมกันเกือบ 20 ล้านเลยไหม?
“ใช่ค่ะ ทริปอิตาลีก็เป็น 10 ล้าน ญี่ปุ่นก็อีกเป็น 10 ล้าน เพราะไปกันเป็นร้อยคน มีทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม ไปฟูจิ ไปหลายจังหวัด คืนหนึ่งก็เยอะมาก ถือว่าหลังจากนี้ชาร์จพลังเต็มที่แล้ว บอกทุกคนว่าปีนี้เราต้องทำยอดให้ดีกว่าเดิมเพราะไปชาร์จพลังมาแล้ว”
หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าหมดเป็น 10 ล้านได้อย่างไร โดยเฉพาะทริปแรกอย่างอิตาลี?
“คือค่าตั๋วเครื่องบินก็เยอะแล้ว ไปกัน 7-8 คน แล้วไปอยู่เป็นเดือนนะคะ นั่งชั้น Business Class ด้วย แล้วก็ค่าโรงแรม ค่ากิน ค่าเที่ยว นู่นนี่นั่น ช้อปปิ้งยังไม่ได้นับเลย บางคนไปต่างประเทศอาทิตย์เดียวก็หลายแสนเป็นล้านแล้ว แต่อันนี้แตไปเดือนนึงเต็ม ๆ ก็เยอะค่ะ แต่มันคือรางวัลชีวิต”
จะไปแบบนี้ทุกปีเลยไหม?
“สิ่งหนึ่งเวลาไปต่างประเทศคือเราได้เห็นอะไรใหม่ ๆ เหมือนได้ไอเดียใหม่ ๆ อะไรที่บ้านเรายังไม่มี อ้าว หัวธุรกิจอีกแล้ว (หัวเราะ) เราก็จะเอาสิ่งนั้นมาต่อยอด ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้เห็นพลังงานดี ๆ มันคือประสบการณ์ใหม่ ๆ ถ้าเรามัวแต่เสียดายเราก็จะเครียด คิดบวกดีกว่าค่ะ ชอบรู้สึกว่าเดี๋ยวเสียเท่านี้ เราจะได้คืนกลับมามากกว่านี้ เป็นการเปลี่ยนมายเซ็ตค่ะ”
ยอด 1,000 ล้านนี่คือตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วไหม?
“เกินเป้าค่ะ เกินไปเยอะเลย ตอนแรกตั้งเป้าไว้แค่ 500 ล้านเอง ไม่คิดว่าจะขายได้ถึงพันล้านในหนึ่งปี พอได้เกินมาเยอะเราก็เลยรู้สึกอยากให้พนักงานเยอะ ๆ และหลังจากนี้จะมีสินค้าใหม่เพียบเลยค่ะ”
...
ล่าสุดเห็นภาพรียูเนียนแก๊ง “สโมสรชิมิ” เมื่อวันก่อน เป็นอย่างไรบ้าง?
“คือจริง ๆ เขาเจอกันบ่อยนะ แต่แตรไม่ค่อยว่าง คิวชนตลอดเลย รอบนี้ว่างพอดี แล้วน้องอลิสบินมาจากอเมริกาด้วย ก็เลยได้มาเจอน้อง ๆ คุยกันไปคุยกันมา ทุกคนก็อยากเห็นการกลับมารียูเนียน คัมแบ็คฟิวนี้ แต่ละคนคิวไม่ค่อยตรงกัน บางคนอยู่ต่างประเทศด้วย แต่ก็ไม่แน่ ต้องรอทำคลิปดูก่อนว่าทุกคนอยากเห็นไหม”
ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนแล้วแบบครบแก๊ง?
"โห...บางคนอย่างอลิสนี่น่าจะเกิน 5 ปีเลยค่ะ พอมาเจอกันเมาท์มอยเหมือนพูดพร้อมกัน 10 กว่าคน ไม่มีคนฟังเลยค่ะ (หัวเราะ) พูดกันทุกคน หลายคนบอกว่าโตมากับเพลงสโมสรชิมิ พอวันนีได้รวมตัวกันก็คิดถึงอดีตเพราะผ่านอะไรมาเยอะมาก ร้องเพลงด้วยกัน จำเนื้อเพลงกันได้หมด แต่อย่างแตจำไม่ค่อยได้ ดีที่มีคาราโอเกะช่วย"ได้รวมตัวกันก็คิดถึงอดีตเพราะผ่านอะไรมาเยอะมาก ร้องเพลงด้วยกัน จำเนื้อเพลงกันได้หมด แต่อย่างแตรจำไม่ค่อยได้ ดีที่มีคาราโอเกะช่วย”
ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนแล้วแบบครบ ๆ แก๊ง?
“โห...บางคนอย่างอลิสนี่น่าจะเกิน 5 ปีเลยค่ะ พอมาเจอกันเมาท์มอยเหมือนพูดพร้อมกัน 10 กว่าคน ไม่มีคนฟังเลยค่ะ (หัวเราะ) พูดกันทุกคน หลายคนบอกว่าโตมากับเพลงสโมสรชิมิ พอวันนี้ได้รวมตัวกันก็คิดถึงอดีตเพราะผ่านอะไรมาเยอะมาก ร้องเพลงด้วยกัน จำเนื้อเพลงกันได้หมด แต่อย่างแตจำไม่ค่อยได้ ดีที่มีคาราโอเกะช่วย”
...
วันนั้นคุยอะไรกันบ้าง โมเมนต์เป็นอย่างไร?
“คุยเรื่องกลัวแก่ค่ะ (หัวเราะ) คนเริ่มมีอายุเนาะ ชอบคุยเรื่องวีรกรรมเก่า ๆ คุยเรื่องสุขภาพ คุยว่าทำอะไรอยู่บ้าง และที่สำคัญคือคุยว่า เมื่อไหร่จะแต่งงาน เมื่อไหร่จะมีลูก ยิ่งใบเตยถามใหญ่เลยว่า “พี่แตรเร็ว ๆ” จะได้เอาซองมาร่วมยินดี”
ที่ผ่านมามีข่าวลือว่ามีปัญหากันหรือเปล่า เพราะบางคนไม่ได้มาร่วมเฟรม?
“ไม่มีใครมีปัญหากันเลยค่ะ อย่างพี่โบว์เขาไปเลี้ยงลูกอยู่สิงคโปร์ พี่เพียวนี่ไม่เจอเลย อยู่ไหนทักมาหาหน่อยดิ (หัวเราะ) เมื่อก่อนเพียวคือคนแรกที่เริ่มทำธุรกิจ สงสัยรวยไปแล้วหายไปเลย ไม่เจอเลยจริง ๆ ส่วนน้องหนูตาก็ยังเห็นในโซเชียลบ้าง คือไม่ได้มีปัญหากัน แต่อาจจะไม่ได้เจอเพราะแยกย้ายกันไปตามภารกิจค่ะ”
ล่าสุด ใบเตย บอกว่าเปิด Open Chat ถ้าครบ 1,000 คนจะจัดแฟนมีตติ้งชิมิ แล้วให้พี่แตรเป็นเมนสปอนเซอร์?
“ประเด็นคือถ้าจัด ฉันต้องเป็นสปอนเซอร์ใช่ไหม (หัวเราะ) ใบเตยบอกให้พี่แตเป็นเมนสปอนเซอร์เลย ทำได้ค่ะ! ถ้าทุกคนเรียกร้องเดี๋ยวเราจะจัดการให้ ทริปนี้สนุกแน่ แต่อย่าแย่งกันเป็นกระต่ายนะ กระต่ายสวยสุด ตอนนี้ยังเต้นได้อยู่ค่ะ”
มีโอกาสที่จะทำเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของสโมสรชิมิไหม?
“ถ้ามีคนเรียกร้องก็ทำได้ค่ะ แต่นับคนดูก่อนนะ กลัวจัดเสร็จปุ๊บสรุปไม่มีใครมา (หัวเราะ) ยังไม่ได้มีโอกาสไปนั่งคุยจริงจังว่าจะทำไหม แต่วันนั้นคุยเล่น ๆ กันคือทุกคนคิดถึงงานร้องเพลงค่ะ”
แต่รู้ใช่ไหมว่าตัวเองต้องเป็นสปอนเซอร์?
“เป็นสปอนเซอร์เหรอ งั้นอาจจะแบบ วันนี้ใครซื้อสินค้าเซ็ตนี้ สามารถเข้าชมคอนเสิร์ตฟรีไปเลยค่ะ ได้ลิปสติกด้วย ได้ดูคอนเสิร์ตฟรีด้วย ดีไหมคะ (หัวเราะ)”.
...
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม