เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งดีเจและพิธีกรขวัญใจแฟนคลับ สำหรับ นุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร หรือ ดีเจนุ้ย ที่แฟนๆ ศิลปินดาราเกาหลีจะคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะดีเจนุ้ยรับหน้าที่พิธีกรมาแล้วหลายงานจนเป็นที่คุ้นเคย และอีกหนึ่งเอกลักษณ์ประจำตัวดีเจนุ้ยที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ คือเสียงหัวเราะที่ใครต่อใครได้ฟังก็หัวเราะตาม หรืออมยิ้มไปกับความเป็นตัวเองของดีเจนุ้ยอยู่เสมอ

และล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงในประเทศไทย ซึ่งก็คือเสียงหัวเราะของตัวเองที่เป็นเอกลักษณ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว โดยเรื่องอยู่ในระหว่างพิจารณา ซึ่งถือเป็นแนวทางการคุ้มครองสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปแบบใหม่ที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคปัจจุบัน 

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยถึงสถิติการจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงในประเทศไทย ซึ่งอยู่ในความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 และ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559) ไว้ว่า ปัจจุบันมีผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงรวม 494 คำขอ โดยมีคำขอที่ได้รับการจดทะเบียน 114 เครื่องหมาย และอยู่ในระหว่างพิจารณาคำขอ 138 คำขอ

...

โดยในปัจจุบันภาคธุรกิจไทยและคนดังในแวดวงต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญกับการใช้เสียงเพื่อสร้างการจดจำและต่อยอดมูลค่าแบรนด์ ส่วนในต่างประเทศศิลปินระดับโลกอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ ก็ยื่นจดเครื่องหมายเสียง 2 รายการ ได้แก่ ข้อความเสียง “Hey, it's Taylor Swift” จากโฆษณาโปรโมตอัลบั้มกับ Amazon Music และข้อความเสียง “Hey, it's Taylor” จากคลิปโปรโมตอัลบั้มกับ Spotify

จากประเด็นดังกล่าวทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า "เสียง" เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าและจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง เพราะในยุคที่ AI สามารถเลียนแบบเสียงหรือสร้างเสียงเสมือนจริงได้แนบเนียน จึงจำเป็นต้องมีความคุ้มครองเพื่อป้องกันเหล่ามิจฉาชีพนำไปใช้เพื่อแอบอ้างตัวตนจนทำให้เกิดความสับสน และอาจทำให้คนถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ รวมไปถึงป้องกันการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม