กลายเป็นประเด็นที่ทำเอาหลายคนถึงกับฮือฮา เมื่อ น้ำชา ชีรณัฐ ได้ออกมาเปิดใจถึงประสบการณ์สุดแปลกในอดีตผ่านทางรายการ แฉ กับประสบการณ์เคยเจอมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง 1,000% และเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว
น้ำชาจริงไหมที่มีข้อมูลว่าน้ำชาโดนมนุษย์ต่างดาวเกือบจับตัวไปจริงๆ?
“ก่อนที่จะเล่า ต้องบอกก่อนนะว่าจะมีคนที่คิดอยู่ในใจตอนนี้หลายๆ แบบ ซึ่งชาทำใจไว้แล้ว เพราะว่าหลังจากที่พูดเรื่องนี้ออกไป มีหลายเสียงมาก บางคอมเมนต์ชาไม่กล้าอ่านเลย ชานอยด์ แต่ไม่เป็นไร ชาเลือกที่จะมาอยู่ตรงนี้แล้ว เพราะฉะนั้นชาจะเล่าให้ฟัง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นกับชามันเป็นความจริงแบบ 1,000% ที่เกิดขึ้นกับชาเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว”
ซึ่งเราก็ไม่เคยเล่าในที่สาธารณะแบบนี้?
“เคยเคยแบบทีหนึ่งกับนักข่าวท่านหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว แต่ว่ากลายเป็นไม่มีใครเชื่อเราเลย ประมาณ 98% คิดว่าเราตลก พูดเล่น หรือสร้างกระแสหรือเปล่า ซึ่งอันนี้ชาจะเล่าให้ฟังว่าชาเจอกับตัวจริงๆ เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว เป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างที่จะขนหัวลุกเหมือนกัน ของชาเป็นแนวการลักพาตัว ฟีลๆ นี้ แต่ก็มีเหตุนะว่าทำไมมันถึงเกิด เป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างแปลก แต่ว่ามันก็มีเหตุนะว่าทำไมถึงเกิด”
...
พี่ไม่เชื่อว่าคนอย่างน้ำชา ซึ่งเป็นเด็กทันสมัย เป็นเด็กสมัยใหม่ตลอดเวลา ทำไมอยู่ดีๆ บอกว่าเคยเกือบจะโดนลักพาตัวไป?
“คือชาในช่วงวัยเด็ก ชาจะชอบนั่งสมาธิ ชอบศึกษาเรื่องพลังงาน เรื่องหิน เป็นอย่างนี้ตั้งแต่อายุ 18-19 ปีเลยนะคะ ไม่ใช่เหมือนเพิ่งมาเป็นช่วงนี้ ช่วงนี้มันเพิ่งมาฮิต แต่ว่าชาเป็นมานานแล้ว สนใจมานานกับเรื่องนี้ และก็เป็นเรื่องของพลังงานธรรมชาติ
มันมีเหตุไง ที่ชาเจอไม่ใช่อยู่ๆ เจอนะ แต่ชาเลือกที่จะไปนึกในเรื่องเชิงนี้ เลือกที่จะไปศึกษา นั่งสมาธิแบบมีวินัยมาก นั่งประมาณปีหนึ่งมั้ง จนเกิดเรื่องนี้กับตัวเอง คือนั่งสมาธิทุกวัน ทุกเช้า วันละ 10-15 นาที ทำสม่ำเสมอจริงๆ จนรู้สึกว่าจิตมันนิ่งมาก จนรู้สึกเบา และเหมือนไปเปิดวินโดว์อะไรสักอย่าง เหมือนไปเปิดช่องจนได้รับอะไรบางอย่าง ซึ่งตอนนั้นชาไม่ได้มีเรื่องมนุษย์ต่างดาวหรือ UFO ในหัวเลย แค่เราชอบนั่งสมาธิ แค่นั้น
จนกระทั่งคืนหนึ่งชานอนอยู่ในห้อง เราก็นอนปกตินี่แหละ จนกระทั่งเกิดความรู้สึกว่าขยับตัวไม่ได้ แต่คืนนั้นไปร้องเพลงมา เราก็คิดว่าเราเหนื่อย ถ้าเป็นคนไทยจะคิดว่าผีอำ แต่เรายังรู้สึก เราแค่ขยับตัวไม่ได้ เราก็คิดว่าเดี๋ยวก็หายเพราะเป็นหลายรอบแล้ว
แต่ครั้งนี้เรานอนและรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคลื่นไฟฟ้าเข้ามาทั้งตัวเลย แล้วในหูเหมือนมีเสียงคลื่นอะไรบางอย่างเข้ามา แล้วก็มีแฟลชเข้ามาในห้องเป็นแฟลชที่จ้ามาก แฟลชเข้ามารอบตัวจ้ามาก จนมองไม่เห็นอะไรรอบตัวในห้อง แล้วก็เหมือนมีเสียงอะไรบางอย่างต่อเข้ามาในหูเรา แล้วสักพักมีเสียงคนพูดภาษาที่แปลกมาก ที่เราฟังไม่เข้าใจ และเป็นเสียงผู้ชายทุ้มๆ ด้วยนะ
แต่จับคำได้เขาพูดว่า Abduction ประมาณ 5-6 รอบในหู จนกระทั่งมีเรื่องนี้แว้บเข้ามาในหัว เพราะคำนี้มันแปลตรงตัวว่า การลักพาตัว เลยทำให้ชาเริ่มกลัวไปเลย ไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับตัวฉัน เลยตั้งจิตตั้งสมาธิว่าอย่าเอาตัวฉันไปเลย ให้ฉันอยู่ต่อ อย่าเอาตัวฉันไปทำอะไรเลย ซึ่งสื่อสารด้วยจิตกับเขา เป็นภาษาเราเลย
สักพักแสงที่เป็นแฟลชก็ค่อยๆ เลือนหายไป กลับมาเป็นแสงในห้องปกติที่ปิดไฟมืด สักพักตัวชารู้สึกกระแทกกับเตียง อารมณ์เหมือนเราลอยอยู่และกระแทกกับเตียงลงมา แล้วก็ขยับตัวได้แล้ว และวิ่งออกจากห้องนอนเลย ไปหาแม่ บอกเขาว่าเมื่อกี้เหมือนมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว ซึ่งแม่ตอบกลับว่า เพี้ยนรึเปล่า และแม่ก็ไล่กลับไปนอน คืนนั้นเลยขอนอนกับแม่ ไม่กล้ากลับไปนอนห้องตัวเองแล้ว
เช้าวันถัดมาจากคืนนั้น ชาก็มานั่งสมาธิตอนเช้า และใช้โทรศัพท์จับเวลาไว้ ซึ่งตอนนั้นเป็นมือถือโนเกียรุ่นเก่าอยู่จอขาวดำ ยังไม่ใช่สมาร์ทโฟน สักพักก็สัญลักษณ์ต่างขึ้นมาเต็มหน้าจอ เป็นพวกตัวเลข อักษรสัญลักษณ์ @#$%฿& ต่างๆ ซึ่งมันไม่ได้เป็นตัวเลข ไม่ได้เป็นภาษา หรือเบอร์ใคร มันขึ้นแบบนี้เต็มจอเลย ชาก็ไม่ได้คิดอะไร ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย แต่ไม่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบรับ เลยวางไป และนั่งสมาธิต่อ สักพักโทรมาอีกชาก็รับสาย ก็ไม่มีเสียงพูด ชาก็เริ่มเอ๊ะแล้ว คิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนโทรมา
ชาก็เลยโทรไปที่เครือข่ายโทรศัพท์ ก็ถามว่าเมื่อกี้มีใครโทรมารึเปล่า จากประเทศอะไร เผื่อโทรกลับ เขาก็บอกว่ามีสายเข้ามา แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าโทรมาจากที่ไหน”
ตอนนั้นเหมือนเขาพยายามจะติดต่อเราอีกครั้ง?
“ชาไม่คิดว่าอะไรแบบนี้จะโทรมาได้ จากเหตุการณ์ที่เจอมาก็ศึกษามาตลอด จนรู้ว่าอีกหนึ่งวิธีติดต่อของเขาคือเขาสามารถโทรมาได้นะ โทรหาเราได้ หลังจากนั้นก็เลิกนั่งสมาธิมาปีสองปี เพราะกลัว กลัวว่าจะเลยเถิด.”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...