เป็นกระแสฮือฮาและถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลทันที หลังจากที่บอสใหญ่มิสแกรนด์ "ณวัฒน์ อิสรไกรศีล" ได้ประกาศแต่งตั้ง "ทราย สก๊อต" หรือ ทราย สิรณัฐ สก๊อต ให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการคนล่าสุดของเวที MGI All Star ท่ามกลางมรสุมดราม่าครอบครัวที่เจ้าตัวกำลังเผชิญอยู่
ล่าสุด บอสณวัฒน์ ได้ออกมาเปิดใจถึงการดึงตัว ทราย สก๊อต มาร่วมงานในครั้งนี้ บอกว่า
"จริงๆ ติดต่อมานานพอสมควร แต่เกรงใจกระแสตอนนี้ หลายคนอาจจะบอกว่าพอเขาดัง ก็หยิบเขามาเลย ซึ่งก็มีส่วน เรายอมรับครับ เราหยิบเขามาพักหนึ่งแล้ว แต่จะประกาศตอนไหนดีนะ ก็เลยเลือกเก็บไว้ก่อน แต่เราเลือกน้องตอนที่เรื่องเกิด ก็นึกถึงตอนที่น้องไปเป็นกรรมการ MUT ปทุมธานี และเราก็เจอกันงานอื่นอีก ก็เลยนึกถึงเขา
แต่ก็คิดว่ายังคงจะไม่ใช่เลยรอไปก่อน พอเราฟังที่เขาสัมภาษณ์เรื่องที่เกิดขึ้น เลยรู้สึกว่าเขาคือบุคคลต้นแบบอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้ EmPower ของตัวเอง มีความคิดความอ่านเกินกว่าที่เราคาดเดา ปรากฏว่าเขาทำความน่าเชื่อถือได้เยอะมาก เราก็เลยกลับไปคุยกับเขาว่า งานยากหน่อยนะ เพราะว่าคะแนนมาจริง และต้องมาร่วมงาน 3 วัน ห้ามเบี้ยวนะ คือวันที่ 27 ต้องอยู่กับผมตั้งแต่หัวค่ำ ประชุมกันก่อน แล้วยาวไปถึงสี่ห้าทุ่ม วันที่ 28 ก็สี่ห้าทุ่ม วันที่ 30 ก็สี่ห้าทุ่ม อย่างน้อยต้องนั่งประจันหน้าอยู่กับผู้เข้าประกวด
น้องบอกว่าได้เลย ยินดีมาก จึงรีคอนเฟิร์ม เพราะตอนนี้น้องยุ่งหลังจากออกรายการโหนกระแส จึงโทรศัพท์ไปคุยกันอีกรอบหนึ่งว่ายังไหวไหม ถ้าไม่ไหวบอกผมได้เพราะผมยังไม่ได้ประกาศ เมื่อสักครู่นี้วันนี้ก็คอนเฟิร์มมาว่าไหว ไม่มีปัญหา ไปแน่นอน เพราะผมเชื่อมั่นว่าเวลาน้องตอบตกลงก็คือตกลง เรียบร้อยเป็นทางการก็ประกาศไปครับ"
...
พอประกาศไปก็เป็นกระแส?
"ก็แน่นอนครับ เราอยู่ได้ด้วยเพราะกระแส (หัวเราะ) แต่ไม่หรอกครับ อีกอย่างหนึ่งวันนี้ที่ผมต้องพูดก่อนเพราะเนื้อหาในช่วงของโชว์จะมีรูปกรรมการ ถ้าอยู่ ๆ ปล่อยออกมาคนจะงงไหม มันแสดงออกมาเป็นรูปของทรายด้วยโดยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า จึงตัดสินใจบอกก่อนสักชั่วโมงแล้วกัน ก่อนที่เขาจะงง ก็เลยประกาศไปก่อนแล้วเดี๋ยวก็เจอรูปและเรื่องราวของเขาในฮอลล์ครับ"
ขอย้อนกลับไปที่เหตุการณ์แม่รังแกลูก?
"จริง ๆ แล้วผมไม่ได้โพสต์เรื่องนี้มานานเลย ผมเป็นคนเลือดร้อนจะโพสต์ตั้งนานแล้ว แต่มีความรู้สึกว่าคนโพสต์เยอะเหมือนกับช่วยน้องแล้ว มันน่าจะดี และผมก็เฉยๆ เพราะกลัวว่าคนจะมองว่าจุ้นจ้าน ไหนบอกว่าอยากจะยุ่งเฉพาะการเมืองหรือเรื่องที่กระทบต่อตัวเรา แต่นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาไม่ใช่หรือ ก็พยายามนิ่ง
จนมาดูรายการของคุณหนุ่ม กรรชัย แล้วมีความรู้สึกว่าจากข้อมูลที่เราเก็บมาทั้งหมดและรับรู้มาด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ เรามีความรู้สึกว่า อันนี้มันเปลี่ยนจากปัญหาส่วนตัวเป็นปัญหาสังคม เพราะกระบวนการของครอบครัวหนึ่งซึ่งมันใหญ่ระดับสังคม และเผอิญมีแบรนด์ที่ดัง แล้วก็เป็นแบรนด์ที่มีบทบาททางด้านเรื่องของการสนับสนุนกีฬา สนับสนุนความบันเทิง สนับสนุนการกุศล เราจะเห็นภาพของผลิตภัณฑ์ของครอบครัวนี้เพื่อยืนหยัดต่อความมีคุณธรรม จริยธรรม และให้ความเป็นธรรมต่อทุกสิ่ง แต่เขาลืมให้ความเป็นธรรมกับคนในครอบครัว
และมีความรู้สึกอีกเรื่องหนึ่งว่า พ่อ แม่ ลูก ทั้งหมดมันต้องเอื้ออาทรอาศัยต่อกัน ไม่ใช่หมายความว่าลูกจะต้องบ่นแม่ฝ่ายเดียว หรือแม่จะต้องบ่นลูกฝ่ายเดียว จากเหตุการณ์ที่ฟังมาทั้งหมดมีความรู้สึกได้ว่า จริง ๆ แล้วแม่ก็อาจจะอยู่สูงเกินไป วางตัวเหนือปัญหาเกินไปที่จะดูแลลูก เพราะฉะนั้นอยากจะบอกลูกว่าจะฟ้องลูกว่าทรพี เนรคุณ อะไรก็แล้วแต่
ผมก็เลยโพสต์ไปเป็นครั้งที่ 2 ว่า จริง ๆ แล้วอยากให้คิดนะครับว่า เด็กเขาคงไม่ได้มาเคาะมดลูกเพื่ออยากเกิด แต่คุณไปทำอะไรกับใครมันสนุกแล้วมันเลยเกิดเด็ก มันมีความสุข เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่วิญญาณของเด็กเขาจะทะลุผ่านมดลูกคุณไปเกิดไม่ได้ คุณต้องดูว่าคุณทำอะไรกันมันถึงมีเด็ก เพราะฉะนั้นคุณต้องรับผิดชอบ เมื่อเด็กเกิดการล่วงละเมิดทางเพศกับคนในครอบครัว ไม่ควรให้เกิดผลกระทบ"
รู้สึกยังไงบ้างที่น้องออกมาเรียกร้องความยุติธรรมกับตัวเอง?
"ดีครับ ผมว่านี่มันเป็นกรณีศึกษาแค่กรณีเดียว ผมว่าในประเทศไทยคงจะมีอีกเป็นแสนครอบครัวที่เกิดการทารุณกรรม โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศในบ้านอย่างหนัก ผมว่าหนักแน่นอน ทั้งพี่น้องแท้ ๆ ทั้งพ่อแท้ ๆ ทั้งญาติแท้ ๆ ทั้งสารพัด มันอนาจารหมด เพราะฉะนั้นนี่คือเสียงสะท้อนที่ทุกคนออกมา แล้วตอนนี้โซเชียลมีเดียก็จะช่วยคุณ ให้คุณอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยได้ครับ ขอบคุณครับ"
...
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม