เจอพิษเศรษฐกิจอีกหนึ่งคนบันเทิงสำหรับ “ส้มเช้ง สามช่า” จนต้องประกาศปิดกิจการร้านก๋วยเตี๋ยวที่เปิดมา 1 ปี 4 เดือนยอมรับว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับ ซึ่งก็คิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้นแต่กลับแย่ลงกว่าเดิมจึงตัดสินใจหยุดขายก๋วยเตี๋ยว พร้อมเดินหน้าลุยธุรกิจใหม่เตรียมเปิดร้านกาแฟ หวังให้โชคเข้าข้างพร้อมกับขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจให้ฟังว่า
วันนี้มาเป็นนักเรียน มาเรียนรู้เรื่องกาแฟ คือพี่มันก็ฟุ้งในการทำธุรกิจ เมื่อเราไม่ประสบความสำเร็จในร้านก๋วยเตี๋ยว ก็หันมาคิดทบทวนว่าเราจะกลับไปเปิดร้าน จะทำอะไรดี หนึ่งในนั้นก็คือกาแฟ เพราะก็เป็นคนที่กินกาแฟอยู่แล้ว ก็เลยหาความรู้ว่า ถ้าเราจะเรียนทำกาแฟ จะเรียนกับใคร ก็เลยมีคนแนะนำบอกว่าพี่ต้องไปหา "อาจารย์ปอ เซียนกาแฟ" ร้าน 11 ดอย เขาสอน ก็เลยโทรหาอาจารย์เมื่อวาน แล้วอาจารย์บอกว่ามีคิวเรียนตารางตาม ส่งมาปุ๊บ พี่ก็เลยรีบมา ซึ่งพอพี่เรียนตรงนี้เสร็จปุ๊บเดี๋ยวต้องกลับมาอีก เพื่อให้มันต้องชำนาญ แล้วก็ต้องรู้แจ้งเห็นจริง ว่ากาแฟเขาอร่อยยังไง ต้องทำยังไง นอกจากพี่มาเรียนแล้วพี่ก็เอาหลานสองคนมาเรียนด้วย
...
พูดถึงการดื่มกาแฟ ก็คืออีกหนึ่งธุรกิจที่พี่มองแล้วว่าโอเค อย่างเราเป็นคนที่ดื่มกาแฟอยู่แล้ว พี่ก็มองว่ามันก็เป็นธุรกิจได้ ถ้าพี่จะต้องไปลุยที่ร้านต่อ หนึ่งในนั้นพี่จะต้องมีกาแฟ ก็ติดตามได้ว่าแบบใช่ มันฟุ้งเลย ตอนนี้ฟุ้งเลยแบบได้คุยกับอาจารย์ก็แบบเป็นอะไรที่แบบฟุ้งเรื่องธุรกิจมันหยุดไม่ได้มันถอยไม่ได้
คนให้กำลังใจเยอะพี่ฮึดสู้มาก วันนี้พี่รู้สึกว่าหัวใจพี่มันชุ่มชื้นขึ้นมาก ขณะที่ขับรถมาเมื่อคืนพี่อยู่สระบุรีก็มีคนโทรมา พี่ก็ตกใจ มันมีกำลังใจ แล้วก็ทักมาในไลน์ให้กำลังใจเยอะมาก คือไม่สามารถแบบจมปักอยู่ตรงความช้ำได้แล้ว ต้องลุกขึ้น มันต้องยืนให้ได้ มันต้องเดินได้แล้วกลับมาวิ่งได้เหมือนเดิม มีคนบอกสร้างกระแส เราก็มองผ่านดีกว่า มันเป็นพลังลบ เราก็มองผ่านไป โฟกัสที่พลังบวก คนที่เขาให้กำลังใจเรา
ย้อนกลับไปในเรื่องของร้านก๋วยเตี๋ยว ทั้งหมดเปิดมา 1 ปี 4 เดือน ถ้าพูดเลยก็คือ ครึ่งปีแรกโอเค มาครึ่งปีหลัง มันก็เริ่มแบบสโลว์ๆ แล้วก็มาช่วง 3-4 เดือน ก่อนที่จะปิด คือต้องใช้คำว่าแบบจ่ายทุกวันมันมีรายจ่ายทุกวัน แต่ว่ารายรับมันน้อยมาก พูดง่ายคือจ่าย 100 ได้มา 30 เปรียบเทียบให้เห็นภาพแบบนี้เลยว่ามันติดลบทุกวัน คิดว่าเดี๋ยวมันจะผ่านไป มันก็น่าจะดีขึ้น แต่สรุปสุดท้ายแล้วมันแบบพลาดหนักที่สุดก็คือตรงนี้ แล้วก็มีอีกหนึ่งเส้นทาง หนึ่งธุรกิจถ้าพูดง่ายๆ ก็คือโดนหลอกรวมทั้งสองอย่างก็คือทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วก็ทั้งที่โดนหลอก 16 ล้าน
ที่พี่ส้มอัดคลิปก็คือว่าอยากจะขอเงินสักก้อนหนึ่ง เพื่อที่จะไปต่อยอด อันนี้เราจะเริ่มต้นใหม่ มันต้องเริ่มต้นจากสองมือสองเท้าของเราเองที่เราจะลุยต่อ ฉะนั้นพี่เลยบอกว่าใครเห็นศักยภาพของพี่ส้ม สามารถทำอะไรได้ไปรีวิวไปถ่ายคลิป ทำคอนเทนต์ ทำให้ร้านคุณมีคนรู้จักมากขึ้น หรือทำให้แบรนด์ของคุณมันแข็งแรงขึ้น ก็ตามที่คุณมองเห็นศักยภาพเรา เราอยากได้งานเพื่อจะเก็บเงินสักหนึ่งก้อนจะทำธุรกิจแล้วพี่ก็มันมีความฟุ้งอยู่
...
ในธุรกิจหนึ่งในนั้นก็คือพี่มาเริ่มต้นกาแฟ แล้วก็มีอีกสองธุรกิจที่อยู่ในหัวที่พี่จะต้องก้าวต่อ แล้วตอนนี้พี่ก็มีอีกสองธุรกิจ ธุรกิจเนี่ยต้องบอกว่าคือ 80 เปอร์เซ็นต์แล้วคือพี่ล้ม พี่ก็ยอมรับว่าพี่ล้มแล้วมันมีกำลังใจที่ให้เข้ามา ซึ่งฉันล้ม ฉันก็ล้มไม่นาน ก็ต้องลุกมาสู้ช่วงระยะเวลาไม่กี่วันพี่รู้สึกว่าพี่ใจฟูแล้ววันนี้พี่รู้สึกว่าพี่อะใจฟูขึ้นมาก เพราะธุรกิจที่ 2 ตัวที่พี่มองไว้ เนี่ยมันอีกหนึ่งตัวคือ 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วอีกอันก็ 20 เปอร์เซ็นต์มันน้อยนิดมาก
หลายคนก็บอกว่า โห พี่ถึงขั้นต้องมาของานเลยไม่อายเหรอ ไม่น่าอาย ถ้าเราแบบอัดคลิปขอเงินเนี่ยโคตรน่าอายเลย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะมีคนบอกว่า ทำไมไม่ไปขอ “พี่เท่งล่ะ” ขอทำไมเงินเขา เขามีครอบครัวที่ต้องดูแล มันไม่ใช่มันคือปัญหาของเรา ไม่ใช่เราเอาปัญหาเราไปยื่นให้เขา พี่ขอตังค์หน่อยดิ มันไม่ใช่ กำลังใจก็ล้นหลาม งานก็คือเข้ามาเยอะมาก เข้ามาคือแบบโอเคเลย ทำให้เรารู้ว่ามันมีคนที่รักเรา มันมีคนที่พร้อมที่จะซัพพอร์ตเรา มีคนที่พยุงเรา มันเป็นการที่ฉันอยากทำงานเพื่อฉันจะต้องการจะหาเงินหนึ่งก้อนมาลุยธุรกิจของฉันต่อ แล้วธุรกิจที่มองไว้มันไม่ใช่ธุรกิจแบบเล็ก ๆ ทำครั้งนี้คือต้องใหญ่กว่าเดิม
...
พี่ส้มอาจจะไม่ได้เหมาะกับการทำธุรกิจหรือเปล่า ถูก อาจจะไม่เหมาะกับการขายก๋วยเตี๋ยว ตอนนี้คือวิเคราะห์ หลายคนบอก พี่ขายก๋วยเตี๋ยวไม่ได้ พี่ขายของร้อนไม่ได้หรือเปล่า พี่ต้องขายของเย็น เราคิดว่า ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่แบบศรัทธาในองค์พญานาค (พญานาคกับน้ำคู่กัน) ก็เลยขายกาแฟ มาทำกาแฟ ถ้าโชคเข้าข้าง ทำดี ทำแบรนด์ ขยายแฟรนไชส์ มันฟุ้งไปอย่างนี้เลย
เคลียร์หาเงินทำหน้า อันนี้คือแบบคนเขาล้มแล้วคุณไปเหยียบซ้ำ พูดง่าย ๆ หาเงินไปทำหน้าเหรอคุณ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็เหมือนแบบว่า ไม่อยากว่าคือโชว์โง่ สาระแน เราไม่อยากพูดคำแรง ๆ เลย บอกว่าความคิดของคุณต่ำมาก คุณคิดได้ไงในสถานการณ์ที่คิดว่าฉันจะไปขอตังค์เพื่อไปทำหน้า ที่เห็นไปทำหน้าที่ประเทศเกาหลี ฉันเป็นเอเจนซี ส่งลูกค้าศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี ฉะนั้นเมื่อเราไป เราต้องดูแลลูกค้า แล้วเมื่อเราไปถึงผิวหน้า เราก็ต้องดูแลแค่นั้นเอง ซึ่งการทำหน้าทำมา 9 ปีแล้วค่ะ
คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม