เรียกว่าเป็นคู่ชีวิตที่สตรองสุดๆ จับมือฝ่าอุปสรรคด้วยความเข้มแข็ง สำหรับ เชน ธนา และ เจมส์ กาลย์กัลยา ที่ล่าสุดทั้งคู่พร้อมด้วยลูกชายลูกสาวทั้ง 5 คน น้องสเปซ, น้องสเตลล่า, น้องสตาร์รี่, น้องสกายเลอร์, น้องสโนว์ มาร่วมรายการ “3 แซ่บ” ทางช่อง 3 โดยมี ชมพู่ อารยา และ แอฟ ทักษอร เป็นพิธีกร ซึ่ง เชน-เจม ก็ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของทั้งคู่ในวันที่เจอทางตันเพราะปัญหาธุรกิจ เกือบคิดสั้นเพราะไม่มีเงิน จากคนที่อยู่ในวงการนับสิบปี แต่ไม่เคยได้รับจากใคร แต่สุดท้ายได้รับความช่วยเหลือจากคนในวงการ ทำให้มีกำลังใจฮึดสู้ชีวิตเพื่อปลดหนี้กว่า 800 ล้านบาท

ซึ่ง เชน ธนา เล่าว่า ช่วงที่ลูกแฝดสามคลอดออกมามีพี่เลี้ยง 1 ต่อ 1 เพราะตอนนั้นเริ่มมีปัญหาธุรกิจแล้ว แต่ยังพอจัดสรรได้ ที่ต้องมีพี่เลี้ยงเพราะว่าเราต้องทำงานแก้ปัญหา ปี 2565 ยังแย่อยู่ ปี 2566 กลับมาฟื้น เราก็มีความหวัง แต่พอปี 2567 ไม่เหลือพี่เลี้ยงเลย เหลือประมาณ 2 คน เพราะว่าทยอยลดค่าใช้จ่ายที่บ้าน

...

ด้านเจมส์เผยว่า ด้วยสภาวะของครอบครัวเรา อาจจะมีเรื่องดีในเรื่องร้าย อาจจะไม่มีพี่เลี้ยงตามจำนวนเด็ก แต่มันทำให้เด็กเป็นรูทีนมากขึ้น เราไม่สามารถอุ้มเขาทั้ง 3 คนพร้อมกันได้ ก็แปลว่าถ้าไม่อุ้ม เขาก็จะเข้าใจว่าไม่อุ้มนะ กินข้าวทุกคนต้องกินเอง เพราะไม่สามารถป้อนได้ครบทุคน ก็จะกลายเป็นว่าเขาก็จะดูแลตัวเองกันได้ดีกว่ารุ่นพี่ คือพี่สองคนโต

เชนยอมรับว่า ห่างจากลูกพอสมควร แม่เขาเลี้ยงทั้ง 5 คนด้วยซ้ำช่วงนี้ โชคดีที่ช่วงนี้แพลตฟอร์มออนไลน์มันฟื้นได้ เลยมีความหวังขึ้นมาว่าจะใช้หนี้ได้ เขาก็รับภาระการดูแลลูกไป แต่บางทีไลฟ์ออนไลน์ก็จะมี 3-4 วันที่ไม่ต้องไลฟ์ก็ได้  คือมันเป็นวันที่จบแคมเปญ แล้วแพลตฟอร์มก็จะไม่มีอะไรให้แล้ว ไม่มีส่วนลด วันนั้นมีความสุข มันคิดถึงลูก บางทีก็อุ้มไปตักปลาที่จตุจักรบ้าง

แอฟ ทักษอร ถามว่า จากเดิมหนี้ 800 ล้าน ตอนนี้เหลือเท่าไหร่ เชน ธนา ตอบว่า น่าจะเหลือประมาณ 580 ล้าน จาก 881 ล้าน ก็ 4-5 ปีแล้ว ไลฟ์สดมาได้ประมาณ 20-30 ล้านในปีที่แล้ว แต่ตั้งแต่ปี 64 พอคลอดลูก เราเริ่มแก้ปัญหามาตั้งแต่ปีนั้น ก็ทยอยใช้มา 3-4 ปี ยังขายของแบบเดิมๆ ขายในทีวี ออนไลน์ ตัวแทนจำหน่าย พอช่วงมีข่าวถูกปิดกั้นทุกช่องทาง ก็เลยมาเน้นออนไลน์ ก็ค่อยๆ มีความหวังขึ้นมา

ชมพู่ อารยา ถามว่า เห็นว่าพยายามจะใช้หนี้ให้ได้ภายใน 3-6 ปี เชนเผยว่า เริ่มมีความหวังว่าถ้าเราทำแบบนี้แล้วกราฟเราไม่หยุดพัฒนาจะได้ 3 ปี แต่ถ้าเราเริ่มสุขภาพไม่ดี หรือจิตใจมันเริ่มไม่สนุก วันนี้มันอาจจะได้เพราะเราเป็นศิลปิน  มันเลยมีศิลปะอยู่ในนั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ความสุขของศิลปะหรือศิลปินตรงนี้มันหายไป ผมก็ไม่รู้ว่าเราต้องลดลงมาไหม

คือบางที 3 ชั่วโมงแรกมันสนุก แต่ชั่วโมงที่ 7 มันเริ่มเป็นจิตไร้สำนึกแล้ว เหี่ยวๆ หน่อย ก็พยายามพัฒนาตัวเอง หาแบรนด์ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ถ้าเราเร่งด้วยความเร่งนี้ก็ 3 ปี แต่ถ้าเราเริ่มพักหรือแผ่วหน่อยอาจจะ 6 ปี

ชมพู่ถามว่ากำลังใจของเชนคืออะไร เชนตอบว่า จริงๆ ก็ต้องลูกทั้ง 5 คน มีความฝันว่าอยากให้เขาโตมาดีๆ เพราะเราก็สัญชาตญาณความเป็นพ่อ อยากให้เขา... ก่อนจะเริ่มร้องไห้และพูดต่อไม่ไหว

จากนั้นเจมส์พูดแทนว่า ต้องบอกว่าเราเป็นครอบครัวใหญ่พอสมควร มีลูกเยอะ เรารู้สึกว่าทำธุรกิจก็อยากประสบความสำเร็จ อยากให้ลูกภูมิใจในตัวพ่อเขา และตัวเราด้วย ที่เราพยายามตั้งต้นธุรกิจมาด้วยลำแข้งตัวเองจริงๆ ถึงแม้วันหนึ่งมีปัญหา ถ้าเราข้ามผ่านปัญหาไปได้ เราจะเอาเป็นบทเรียนสอนลูกได้ว่า จริงๆ ทุกอย่างถึงแม้จะใหญ่แค่ไหน ถ้าวันหนึ่งมันข้ามผ่านไปได้ มันก็จะประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน ยังดีที่เราเจอปัญหาในวันที่มีแรง ก็คิดว่า 3 ปี 6 ปี เรายังไปอธิบายให้เขาเข้าใจในวันที่เขากำลังเรียนรู้และเติบโต

...

เชนกล่าวว่า เรื่องลูก เรื่องภรรยาเป็นหลัก และรวมถึงแม่ผมด้วย ปีนี้ 74-75 แล้ว แกผ่าสมองมารอบหนึ่ง ฉายแสงอีก 2 รอบ เหมือนกลายเป็นว่าวันที่ควรเกษียณ กลายเป็นลูกกำลังหาเงินใช้หนี้ 

ชมพู่พูดถึงเรื่องกำลังใจจากคนดูไลฟ์ เชนบอกว่า แน่นอน อ่านทุกคอมเมนต์ ถ้าย้อนไปปลายปี 67 ผมอ่านทุกคอมเมนต์ แล้วมันเหมือนคุณครูเราแหละ วันนี้เราไม่ว่าเลย ถ้าไม่ได้วันนั้น เราก็อาจจะยังเป็น เชน ธนา ที่ยังแบบจองหองอยู่ กูเก่ง กูเก๋า แต่วันนี้กลายเป็นเหมือนเราได้เซตซีโร่ตัวเอง ทีนี้พอเหมือนกราฟมันทำให้เราต่ำสุดในชีวิตแล้ว มันก็เริ่มมีคอมเมนต์ที่มีกำลังใจเข้ามา อันนี้มันเหมือนยาวิเศษเลย จุดที่เรากำลังจะถอดจิต กดจ่ายเงินได้เลย มันจะโอ๊ย สู้ครับ รับกำลังใจ ไปลุยต่อ ก็เลยลุยได้ทุกวัน แล้วได้มีภรรยามาอยู่ข้างๆ บ้าง เขาจะรู้ว่าเราเริ่มไม่ไหว เขาจะมาช่วยซับเสียง

เจมส์เผยว่า ช่วงหลังจะเข้ามาแทรกในไลฟ์ค่อนข้างเยอะ พอพี่เชนผ่านไป 3-4 ชั่วโมงจะเริ่มเสียงแหบแล้ว เขาจะขอเข้าห้องน้ำบ้าง เพราะหน้าไลฟ์ต้องเอเนอร์จี้ตลอด เราต้องมาเพื่อสลับให้เขาพักหายใจ 

...

เชนเล่าต่อว่า ที่ผ่านมาตอน 3.3 อันนั้นคือจุดสูงสุดแล้ว ตอนนั้นรับทุกโอกาส 50 กว่าแบรนด์ 6 วัน 130 กว่าชั่วโมง อันนั้นพอจบงานทรุดไป 2 วัน เป็นสถิติสูงสุดที่เป็นจำนวนแบรนด์ มันเหมือนได้ของแถมมาด้วย มันเริ่มตึงตรงนี้ ตึงฝั่งซ้ายบน (เอามือจับที่หัวด้านซ้ายบน) บางทีพูดๆ ไปมันเริ่มแบบนี้ (ทำหน้าด้านซ้ายกระตุก) มันมาเอง แล้วต้องคอยนวดกกหู เราก็รู้สึกว่าเริ่มน่ากังวลแล้ว แล้วมือซ้ายชาๆ บางทีไลฟ์ไป ภรรยาจะมานวดข้างซ้าย พอ 4.4 เลยลดลงมา 30 แบรนด์ แต่เราก็สมาธิมากขึ้น เอนเตอร์เทนมากขึ้น 

แอฟถามว่าหลังเกิดเหตุการณ์รู้สึกเครียด ไม่อยากเจอสื่อ ตอนนี้ดีขึ้นไหม เชนบอกว่า ต้องบอกว่า 15-16 เดือนนี้ ผมเหมือนว่างเปล่าเลย อยู่แค่ปัจจุบันให้รอดเลย พยายามเร่งเครื่องตัวเอง เลยไม่ได้คิดถึงว่าถ้าเจอนักข่าวอีกครั้งจะเป็นยังไง แต่วันนั้นมันแจ็กพ็อตเพราะเราทำงานแพลตฟอร์มออนไลน์ แล้วเราเป็นอันดับ 3 ของประเทศที่โตไวสุด ก็เลยต้องไป 

พอไปเจอพี่ๆ นักข่าวพอดี มันเหมือนแฟลชแบ็กในหนัง มันคิดอะไรไม่ออก เลยบอกว่าผมกลัวมาก ครั้งสุดท้ายเราเจอหน้ากองปราบ เลยฝากเนื้อฝากตัว เพราะนักข่าวกับเราคือเขาเป็นผู้มีพระคุณ เขาเหมือนพ่อแม่ผ่าตัดสายสะดือเรามา ก็เลยขอให้เขาถามเบาๆ ถามว่าลึกๆ มีความอ่อนแอซ่อนไหมมันมี แต่พยายามไม่ขุดมันออกมา เพราะมีภาระหน้าที่ต้องดูแล

...

เมื่อถามว่าที่เชนบอกว่าถ้าไม่ใช่ 3 แซ่บจะไม่มา เจมส์บอกว่ามีพี่แอฟและพี่ชมพู่เป็นไอดอล และเป็นแฟนคลับของทั้งคู่ด้วย และเป็นคนที่ทำให้เรามีสติและก้าวข้ามวันนั้นไปได้ ในขณะที่เชนบอกว่า มันไม่มีตัวอย่างให้ด้วย อายุ 38 เราเกิดมาไม่เคยเห็นใคร 38 มีหนี้ 800 ล้าน เราไม่รู้จะไปหาใครเป็นตัวอย่าง ต้องหาจุดแข็งแต่ละคนประกอบร่างเราขึ้นมา

เจมส์กล่าวว่า สุดท้ายแล้วต้องขอบคุณเจ้าหนี้ทุกคนให้โอกาสเรา ถ้าเจ้าหนี้ไม่ให้โอกาส วันนี้เราอาจจะไม่ราบรื่นจนถึงทุกวันนี้ก็ได้

แอฟพูดชื่นชมเจมส์ไม่เคยปล่อยมือเชนเลย ไม่ว่าปัญหาจะหนักแค่ไหน เชนบอกว่า สมัยเด็กๆ เราคิดว่าการมีแฟนทะเลาะกัน ให้อภัยกัน แต่ตั้งแต่เจอเขา ไม่เคยทะเลาะเลย มันมีอยู่จริงนะ ความรักที่ไม่ต้องทะเลาะกัน เขาเป็นห่วงเราแหละ มันจะมีประโยคสุดท้ายเลย เหมือนทุกคนเป็นห่วงเรานะ อยากให้พอได้แล้วและพักก่อน 

แต่เราก็บอกว่ามันอีกนิดเดียว อีกนิดเดียวไปเรื่อยๆ มันก็หลายนิดแล้วนะ มันเหมือนไม่ได้พักสักที ช่วงนี้เราอาจจะต้องเวทหลายๆ อย่างอีกที มารอบนี้ประกอบร่างยังไม่สมบูรณ์ เป็นยุคที่ไม่รู้ว่าจะพ้น จะร่วงหรือจะรอด มันมาครึ่งๆ กลางๆ

เจมส์บอกว่า ถึงแม้เราตั้งเป้าไว้ 3 ปี แต่มันเป็น 3 ปีที่ทุกวันห้ามพลาดเลย มันเลยทำให้เราไม่ผ่อนปรนกับตัวเอง แต่เราก็ต้องยอมรับว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเกิดจากความใจดีของเขา เราเลยรู้สึกว่า วันนี้เขาไม่เคยเหมือนปล่อยผ่าน เขาก็ลงโทษตัวเองในทุกๆ วัน แต่จะเป็นแค่เจมส์กับพี่เชนสองคนเป็นไปไม่ได้ ก็ยังมีทีมงานข้างหลังที่ซัพพอร์ตกัน

ชมพู่ถามว่าตอนเลือกภรรยา เห็นอะไรในตัวเขา เชนบอกว่า “เห็นแค่ว่าสวยเลย” ชมพู่ถามว่าวันนี้คุณเซอร์ไพรส์มั้ย เขายังจับมือคุณอยู่ เชนบอกว่า ได้ร่วมชีวิตด้วย เป็นเหมือนครอบครัวที่ทำให้บ้านมันคือบ้านจริงๆ มันเหมือนกลับมาแล้วเหมือนลืมบางอย่างได้ที่เราเครียดมา แล้วเราได้ใช้ชีวิตจริงๆ แข็งแกร่ง 

ทำเอาชมพู่บอกว่ายิ่งกว่าถูกหวย ด้านเจมส์บอกว่า ในเรื่องปัญหาต่างๆ ถึงแม้จะดูว่าเข้มแข็ง แต่สิ่งที่เราจะคิดอยู่ในใจคือ มันไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เราต้องทำให้ได้ เพราะลูกเราเยอะ ถ้าเราบอกว่าทำไม่ได้ มันเป็นการตัดโอกาสที่จะทำ งานอะไรที่เราไม่เคยลอง ไม่มีใครทำ มา...เดี๋ยวทำเอง ก็พยายามเรียนรู้กันไป ถามว่าให้กำลังใจยังไง พี่เชนจะเป็นคนโรแมนติกมากกว่า เจมส์จะไม่พูดภาษาดอกไม้ เราจะอยู่ตรงนี้ข้างๆ เขา เราไม่ปล่อยมือกันและกัน ทำให้เห็นมากกว่า

ในขณะที่เชนบอกว่า ประโยคที่บอกว่า “ดีกว่านี้ไม่ไหวแล้ว” ไม่ได้บอกเจ้าหนี้ด้วย ประโยคนี้มันหลุดออกมาจากการที่วันที่ผมสะท้อนไปบอกเขาว่า ผมเริ่มไม่ไหวแล้ว เขาแคร์ลูกค้า แคร์แบรนด์ แคร์เจ้าหนี้ทุกคนเลย เราแค่รู้สึกว่า ดีกว่านี้กูตายแล้วแหละ กูน่าจะตาย เขาจะเป็นกำแพงด่านสุดท้ายที่จะไม่ให้ใครมาทำร้ายผม อันนั้นเรารับรู้ได้ว่าเขาปกป้องเราอยู่

แอฟถามว่า ในจังหวะที่หนักหนาขนาดนี้ยังมีเพื่อนแท้ใช่ไหม เชนบอกว่า มีมากเลย อย่างพี่ตั๊ก บริบูรณ์ อยู่ๆ โทรมา เชน เลขบัญชีมา ผมก็บอกว่าผมไปยืมเงินพี่ตอนไหนครับ เขาก็บอกว่าเอามาก่อน แล้วเขาก็โอนมาเลย วันที่เขารู้ข่าว เขาบอกว่ามึงเอาไปก่อนเลย ไม่ต้องคืนกูด้วย 

มันมีฟีลนี้ที่แบบ... ขาดไม่ได้เลย เจ้าโฟร์ (ศกลรัตน์ วรอุไร) คือปกติผมจะอุดหนุนดอกไม้เขาทุกปี เขาเปิดร้านดอกไม้ แต่ปีนั้นเราเงียบเพราะเราไม่มีเงินไปซื้อ แล้วอยู่ๆ เขาก็ฝากน้องสาวผมมา บอกพี่โฟร์ฝากมาให้ เราเลยรีบเอามาให้แฮปปี้วาเลนไทน์ มันคือความอบอุ่น จริงๆ ยัยโฟร์แอบซัพพอร์ต วันนั้นผมหาเงินจ่ายเงินเดือนเด็กไม่ไหว ประมาณเดือน 3 ปีที่แล้ว เอาเครื่องฟอกอากาศช่วงขึ้นบ้านใหม่มาขายมือสอง เพื่อเอาเงินมาจ่ายพนักงาน ยัยโฟร์แอบมาซื้อหลังบ้านหิ้วไป 

ผมกับโฟร์เป็นเพื่อนที่แหกสมการวัยรุ่น 90 เมื่อก่อนผู้ชายผู้หญิงสนิทกันต้องกิ๊กกัน แต่เรามีพื้นที่ปลอดภัยให้กัน คือไม่แตะเนื้อต้องตัวกันเลย แต่วันนั้นโฟร์บุกบ้านเลย วันที่ร้องไห้ที่กองปราบชีวิตพังทลาย มันเดินเข้ามาแล้วมันบอก เชน ขอกอดทีนึง ก่อนจะร้องไห้ด้วยความซึ้งและพูดว่า “มันไร้ซึ่งผลประโยชน์ ไร้ซึ่งทุกอย่างเลย คือช็อตนั้นน่าจะจำจนตายมันไม่เคยเจอ บ้านผมข้อเสียคือให้อย่างเดียวไม่เคยรับเลย โฟร์มันได้พลังแบบนี้มาตลอด 

อย่างที่บอกว่ารักพี่แอฟ พี่ชม ชีวิตนี้ผมไม่เคยได้ของเลยนะ อยู่ในวงการสิบกว่าปีมีแต่ให้ มีพี่แอฟเป็นคนแรกที่ส่งของมาบ้านผม ไม่เคยรู้มาก่อนว่า มันมีคนแบบนี้อยู่บนโลกเหรอ มันถาโถมเข้ามา มีโฟร์ พี่แอฟส่งมาเป็นเค้กวันเกิด จุดที่เศร้าที่สุดในความยิ่งใหญ่คือ ใครเห็นผมก็จะให้ขายของให้ กูขายของไม่ดี เจมส์เสริมว่า ไม่ได้มาด้วยมิตรภาพจริงๆ เชนบอกว่า ชีวิตผมอยู่อย่างนี้ตลอด 

เชนเล่าอีกว่า หลังจากนั้นก็เป็น ปั้นจั่น (ปรมะ อิ่มอโนทัย) มันคือไดอารี่ชีวิตที่หาไม่ได้แล้ว เพราะเขาอยู่กับเรานานที่สุด ก็มาหาที่บ้าน อารมณ์เดียวกันเลย เปลี่ยนจากหญิงเป็นชาย มาถึงบอก มามึง...กูกอดหน่อย

ชมพู่ถามถึงเคยได้บัตรฟรีพาครอบครัวไปเที่ยวสวนสนุก พาลูกๆ ไปเที่ยวทั้งครอบครัว มีแวบในหัว สมมติว่าบิดพวงมาลัยนิดหนึ่งก็คือไปกันหมด เชนเล่าว่า วันนั้นหาเงินไม่ทันจริงๆ มันตันไปหมดแล้ว มันคือวันที่ไม่มีเงินเติมแก๊สให้ลูกกินข้าว มันสุดหน้าตักแล้ว 

วันนั้นเราไม่ไหว ได้บัตรฟรีดรีมเวิลด์มา เพราะลูกน้องเปิดร้านขายน้ำอัดลมในนั้น พี่เขาก็ให้เอาน้ำอัดลมไปให้ลูกกินฟรี อย่างที่บอกว่าชีวิตผมไม่เคยรับเลย ชีวิตนี้มีแต่ให้ วินาทีนั้นไปรับน้ำอัดลมฟรี มันไม่เคย ก็ไม่ไหวแล้วขึ้นรถมา แล้วรังสิตโค้งมันสูง ก็คิดว่าไปดีกว่าว่ะ ไม่ไหวแล้ว ทุเรศตัวเอง คนมันเคยดีตลอด สู้สุดแล้วมันพัง คิดว่าจะเป็นแบบนั้น 

แต่ทีนี้มันมีวูบของพี่ดีเจโก (ตฤณ เรืองกิจรัตนกุล) เข้ามา เหมือนพี่อ้อย (นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล) จัดรายการแล้วร้องไห้คิดถึงพี่โก เราเลยพยายามใจเย็นๆ เว้ย อีกนิดเดียวปาฏิหาริย์ก็มีจริง คอมเมนต์ใน TikTok ถ้าเอาโต๊ะออกผมก้มกราบบนพื้นได้เลย คอมเมนต์คือลมหายใจสุดท้ายแล้ว คือวันนั้นมันไม่เหลืออะไรแล้ว วันนั้นไม่คุยกับใครเลย

ชมพู่ถามว่าห่วงเขาไหม เจมส์บอกว่า เข้าใจเขามากว่าความรู้สึกเป็นยังไง การที่เราไม่เคยได้รับอะไรจากใครมาก่อน มันเป็นอะไรที่ที่สุดเหมือนกัน แล้ววันนั้นทางคู่ขนานจะเข้าเมือง วันนั้นแค่แวบเดียวจริงๆ แต่มันผ่านมาแล้ว เรารู้ในวันที่ผ่านมาแล้ว

เชนบอกว่า รอดมาได้ด้วยหลายเหตุผล หลายโอกาสมากๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ทุกวัน ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันมีอะไรหมด เหมือนแฟลชแบ็กช่วงลมหายใจสุดท้ายก่อนตาย เป็นวันที่ผมเริ่มหยิบยืมเงินด้วย ก่อนจะเริ่มร้องไห้ แอฟบอกว่าถ้ามันหนักก็ปล่อยออกมาบ้าง

ในขณะที่เจมส์บอกว่า ทุกคนก็จะบอกพี่เชนเก่ง แข็งแรง เราไม่ได้แข็งแรงหรอก แต่เราแค่ต้องผ่านมันให้ได้ ชมพู่บอกว่า มันไม่ใช่ไม่แข็งแรงหรอก แต่มันก็หนักไง นี่ก็อมนุษย์แล้วนะ

เชนเล่าต่อว่า วันนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ผมโทรหาพี่ดุ๊ก ภาณุเดช บอกว่าพี่ ผมยืมเงินหน่อย ผมไม่ไหวแล้ว พี่ดุ๊กก็พูดว่า กูขอบคุณมึงนะเชนที่มึงโทรมา กูรอมึงอยู่ กูอยากช่วยมึงแต่ไม่รู้จะเข้าหายังไง เขาก็โอนมาช่วย วันนี้ผมเล่าได้ไม่หมด แต่มีคนไม่ประสงค์ออกนามเยอะมากเลย อยู่ๆ ก็โอนมาขอช่วยเลี้ยงลูก เป็นเชื้อเพลิงครั้งสุดท้ายแหละ หลังจากนั้นเราลุกขึ้นมา แล้วเราก็ไลฟ์หนักกว่าเดิม เลยผ่านนรกโค้งนั้นมาได้

แอฟถามว่าถ้ามีอะไรสักอย่างอยากพูดกับคนทำธุรกิจในสถานการณ์แบบนี้ เชนบอกว่า คือวันนี้ผมไม่มีหน้าไปให้กำลังใจใคร เพราะเราเองก็ยังไม่พ้น ยังมีหนี้ต้องใช้ แต่ว่าถ้าใครเหนื่อยก็อยากให้สู้ไปด้วยกัน ผมจะเหนื่อยเป็นเพื่อนเอง มันต้องรอด

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม