ออกมาเปิดใจ และตั้งโต๊ะแถลงข่าวดีกับพี่ๆสื่อมวลชนหลังให้กำเนิดทายาทคนที่สองสุดน่ารัก สำหรับ “คุณพ่อเจมส์ เรืองศักดิ์” และ “คุณแม่ก้อย นัชชา” เล่าโมเมนต์วินาทีได้เห็นหน้าและยินเสียงลูกสาวเป็นครั้งแรก พร้อมเผยเส้นทางกว่าจะมีทายาทในวัย 42 ปีให้ฟังว่า ให้กำเนิดลูกคนที่ 2 ในเรื่องสุขภาพก็คือสมบูรณ์แข็งแรงดี ของน้องน้ำหนักตัวน้องดี น้ำหนักคุณแม่ดี แล้วก็คุณแม่ก็สุขภาพกาย และสุขภาพจิตดีไม่อ่อม ไม่ยม ก็ถือว่าท้องสองในวัย 42 เป็นไปได้ดีสมบูรณ์แข็งแรง รู้สึกว่าน้องแข็งแรงเพราะว่าออกมาปุ๊บ ร้องตั้งแต่วินาทีแรกเลยที่ลืมตาดูโลก ร้องไม่หยุดจนไปถึงห้องที่เจ้าหน้าที่พยาบาลเขาทำความสะอาด แล้วก็ชั่งน้ำหนัก ก็ยังร้องอยู่ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีคุณหมอบอกว่าแสดงว่าปอด หรือว่าอะไรของเขาเนี่ยทำงานได้อย่างปกติดีก็เลยร้องไม่หยุด

ความรู้สึกครั้งแรกที่อุ้มมาให้คุณแม่ดู จริงๆ ตั้งใจว่าจะไม่ดราม่า คือตั้งใจจะไม่ซึ้งเพราะว่าตอนลูกคนแรกคือน้ำตาคลอเหมือนจะร้องไห้ แต่คนนี้เรารู้สึกว่าคนที่ 2 แล้ว แต่มันต้านทานไม่ไหวจริงๆ จริงค่ะ ก็คือน้ำตารื้นเลย แล้วเราก็มองเค้าว่าเหมือนอัลตร้าซาวด์หรือเปล่า เหมือนตอนอัลตร้าซาวด์ไหม จมูกเป็นยังไง ตาเป็นยังไง คิ้วเป็นยังไง ผิวเป็นยังไง เหมือนอัลตร้าซาวด์ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์เลย

...

การเตรียมตัวสำหรับคนที่มีบุตรยาก ในเรื่องของการเย็บปากมดลูกเราเย็บไปตั้งแต่ประมาณ 3 เดือน ก็คือเมื่อน้องสมบูรณ์แข็งแรงดี ก็มีการเย็บปากมดลูกป้องกันการคลอดก่อนกำหนดเอาไว้ แล้วที่เหลือก็เป็นการดูแลตัวเองล้วนๆ เลย ดูแลตัวเองในเรื่องของอาหาร การกิน การออกกำลังกายในเรื่องของอารมณ์ ในเรื่องของการนอนก็ไม่เดินเยอะเกินไป ก็จะใช้รถวิลแชร์ตลอดในช่วงที่มีการตั้งครรภ์ และก็ดูแลตามปกติที่คุณหมอแนะนำเลย ก็ปกติคือวันแรกหลังคลอดเค้าก็ยังไม่ให้ลุกเดิน เพราะว่าเราบล็อกหลังเรายังชาอยู่ พออีกหนึ่งวันคุณหมอก็แนะนำให้ลุกเดินได้เลย ก้อยก็ลุกเดินได้เลยตามปกติ คุณหมอของครูก้อยอาจจะมีปัญหาไม่ค่อยมีปัญหาเพราะว่าคุณแม่ดูแลตัวเองดีมาก

ปัญหาของครูก้อยที่หมออาจจะกังวลจะมีเรื่องอายุเยอะ 42 ปีมันก็จะมีพวกเบาหวาน ก็มีเรื่องโครโมโซม แต่ว่าเราเช็คผ่านเบาหวานผ่านแบบหวุดหวิด อันนี้เป็นเรื่องที่คุณแม่หลายๆ ท่านกลัวแต่เราสกรีนให้แล้วแบบโอเคผ่าน แล้วก็อีกเรื่องนึงคือที่ปากมดลูกสั้นเพราะว่าคุณครูก้อยเคยผ่าตัดปากมดลูกมาก่อน แต่ว่าเราก็ประเมินไปเรื่อยๆ ก็ให้ยาช่วย แล้วก็บวกกับครูก้อยมีการผ่าตัดเย็บปากมดลูกมาแล้วก็เรียบร้อยดี ก็ผ่านไปด้วยดี ขนาดน้องก็ตามเกณฑ์มาตลอดโตตามเกณฑ์ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปกำลังดีมากๆ ทุกอย่างโอเค น้ำหนักดี น้ำคร่ำดี

ตื่นเต้น แล้วก็มีโอกาสได้เข้าไปให้กำลังใจครูก้อยตั้งแต่วินาทีที่คุณหมอลงมีด แล้วก็ท้องแรกเราจะไม่ค่อยกล้าดูสักเท่าไหร่ นะครับ กลัวว่าเราจะเป็นลม แล้วเป็นภาระเพิ่ม แต่ท้องสองก็มีประสบการณ์จากท้องแรกแล้วก็เลยขอแอบดูนิดนึงก็ได้เห็นภาพแรกของการให้กำเนิดชีวิตจริงๆ ที่คุณหมอหยิบน้องมีเมตตาออกมา แล้วก็ร้องคำแรกเนี่ย มันก็เป็นภาพแห่งความตื้นตัน คนเป็นพ่อ

...

เป็นความตั้งใจนะคะว่าจะมีเค้าอยู่แล้วแล้วก็ตั้งใจที่จะให้ห่างกัน 7 ปีด้วยเพื่อที่จะให้น้องเมดาเค้าโตเต็มที่ก็สามารถที่จะเป็นที่ของน้องได้ คือก้อยมีตัวอ่อนอยู่ตั้งเป็นตัวอ่อนที่ฟรีซไป 5 ปีแล้วนะคะ ตั้งแต่ตอนที่อายุ 38 ก็เลยวางแผนในเรื่องแค่การบำรุงมดลูก การเตรียมผนังมดลูกให้แข็งแรง ซึ่งตรงนั้นก้อยค่อนข้างมั่นใจว่าตัวก้อยทำได้ เพราะว่าเราค่อนข้างมีวินัยในเรื่องของการดูแลตัวเอง

...

ที่มาของลูก ผมเคยทำงานอยู่ที่หนึ่งเจ้านายเก่าพูดในที่ประชุม ท่านบอกว่าเมตตาเป็นของสูงนะ ถ้าพวกเราอยากจะเป็นคนที่มีจิตใจที่สูงต้องรู้จักมีเมตตา ผมรีบคว้าสมุดมาจดเลย คำนี้มีเมตตาสะกดง่ายด้วย และเป็นคำที่ความหมายดีด้วยเก็บไว้วันหนึ่งจะมาใช้เป็นตั้งชื่อลูก แน่นอนก็ได้ใช้กับน้องมีเมตตาใช่ครับ แล้วก็คล้องจองกับน้องเมดา เมตตาก็ถือว่าดีเลยครับ จริงๆ ก็เตรียมชื่อไว้ลูกอีกคนแล้วด้วยนะ แต่ว่ายังไม่รู้ว่าจะโยนหินไปก่อน อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ว่าคุณก้อยจะไหวหรือเปล่า

คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม