เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกคนที่เก่งและสตรองสุดๆ สำหรับ แอนนี่ บรู๊ค ที่เลี้ยงลูกชาย น้องฑีฆายุ มาด้วยสองมือของตัวเอง ต้องบอกเลยว่า ตอนนี้ แม่แอนนี่ นั้นภูมิใจในตัวลูกชายมาก ทั้งเก่ง และเป็นเด็กดี และหลายคนต่างชื่นชมอีกด้วย 

ล่าสุด แอนนี่ บรู๊ค ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ ไทยรัฐบันเทิง ถ้าหากวันใดวันหนึ่ง ลูกชายขอตัดขาดจากแม่ คุณแม่จะว่าอย่างไร ซึ่ง แอนนี่ ก็ได้ให้คำตอบว่า ไม่เป็นไร ไม่ว่ายังไง ความเป็นแม่ลูกตัดกันไม่ขาดแน่นอน และสักวันถ้าเขามีครอบครัวเป็นของตัวเอง เขาจะเข้าใจ และกลับมาหาเรา อาจจะต้องใช้เวลาสนิทหน่อยเท่านั้นเอง


หลายคนชื่นชมลูกชายในโซเชียลอย่างมาก รู้สึกปลื้มใจไหม?

"ดีใจค่ะ ทุกอย่างที่แอนลงในเพจ มันคือความภูมิใจของลูก"

ภูมิใจไหม เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงมาเองกับมือ มาวันนี้โตเป็นหนุ่มหล่อ มีความสามารถที่คนชื่นชม?

"ทุกหยาดเหงื่อ เงินทุกบาท ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุ่มเทไป เอาแค่ตอนนี้ที่เขายังไม่ได้ประสบความสำเร็จในชีวิต ยังไม่ได้มีหน้าที่การงานร่ำรวย แอนก็มีความสุขมาก ภูมิใจมาก และขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูน้องด้วยนะคะ (ยกมือไหว้)"

...

ถามความรู้สึกในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว ถ้าสมมติว่า ลูกมาตัดขาดเรา เราจะรู้สึกยังไง?

"ไปเถอะลูก (หัวเราะ) ไม่เป็นไร เราเลี้ยงเขามา เราไม่ได้เป็นเจ้าของเขาอยู่แล้ว คือแอนกับลูก ทุกวันนี้เราไม่ได้ทานข้าวพร้อมหน้ากันตลอดเวลา อย่างถ้าลูกโตมาแล้วเราไม่ได้กินข้าวพร้อมกันและรู้สึกนอยด์ ไม่มี คือแอนตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ให้ลูกเอาข้าวไปกิน กินไปเล่นเกมไป หรือไปนั่งทำการบ้าน เอาไปเลย ส่วนแม่ก็กินของแม่ไป นอกจากจะมีโมเมนต์พิเศษในวันเกิด หรืออยากจะไปทานข้าวในวันพิเศษ เราก็ไปทานข้าวกัน 2 คน 

ทำให้มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา อย่างเช่นของขวัญก็เช่นกัน ไม่ต้องให้ในวันที่สำคัญ แต่ให้ในวันที่อยากได้ ในวันที่เขาต้องการ จำเป็น เช่น รองเท้าขาด เราก็ซื้อให้ได้เลย ไม่ต้องรอวันพิเศษ 

ถ้าวันหนึ่งลูกมาบอกว่า บ๊ายบายนะแม่ จะไปอยู่ต่างประเทศ เออโอเค แม่ก็จะไปอยู่ต่างจังหวัด ไปปลูกผักของแม่ไป"

เราเลี้ยงมากับอกตัวเอง จะไม่เสียใจเหรอ ถ้าลูกมาประกาศตัดขาด?

"เราจงยินดีกับเขา แสดงว่าเราสำเร็จแล้ว เพราะเราสามารถทำให้คนคนหนึ่งสำเร็จได้โดยที่ไม่มีเรา และเขาก็อยู่ได้ คำว่าห่วงมันคงเป็นไปไม่ได้หรอกถ้าจะพูดว่าไม่ห่วง ความรักความห่วงใยมันมีอยู่แล้ว แต่ถ้าตัดขาดมันตัดแบบไหน แบบโกรธ ทะเลาะเลย แอนนี่ไปทำอะไรให้ลูกไม่สบายใจ เราผิดใช่มั้ย ถ้าเราผิดเราขอโทษเป็นไหม ถ้าเราขอโทษแล้วเขาไม่ให้อภัย ไม่เป็นไร เราต้องทำใจและยอมรับในสิ่งนั้น เอาจริงๆ ไม่ใช่ว่าเรากับลูกจะราบเรียบมาตลอด มันก็ต้องมีชอบไม่ชอบบ้าง 

ลูกก็เป็นลูก เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่หุ่นยนต์ ถ้าวันหนึ่งเขาตัดไป เขาไปดีเราต้องอธิษฐาน ขอให้เขาไปแล้วมีความสุข อย่าทุกข์ร้อน แต่ถ้าไปแล้วไม่ไหว ล้มเหลวในชีวิต ก็กลับบ้านเรานะ"

ถ้าทะเลาะกัน ตัดขาดกัน จะเสียใจไหม?

"แรกๆ คงเป็นทุกคน แต่เราต้องทำใจตั้งแต่วันนี้เลย ไม่ต้องรอทะเลาะ ทำใจตั้งแต่มีลูก ว่าสักวันเขาต้องไปจากเราอยู่แล้ว ไม่ไปแบบโกรธ เขาก็ต้องมีชีวิตเขาอยู่แล้ว อันนั้นคือสิ่งที่แน่นอน 100% และเราก็ต้องมีชีวิตของเรา ความฝันของเราตอนที่มีเขา ที่เรายังไม่ได้ทำ นั่นแหละคือสิ่งที่เราจะได้ทำแล้วแหละ ได้ไปใช้ชีวิตที่เราอยากจะทำ"

แอนเป็นคุณแม่ที่ปลง ไม่ได้ยึดติดกับลูกใช่ไหม?

"บางคนอาจจะบอกว่า ตอนนี้ก็พูดได้ เพราะน้องยังไม่มีแฟน แอนจะบอกว่า ไม่ต้องรอให้เขามีแฟนหรอก เขามีเพื่อนแล้ว เขามีเพื่อน ติดเพื่อนแล้ว ก็แล้วแต่ เราเลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ ด้วยความเมตตาจริงๆ ไม่ได้เลี้ยงลูกแบบว่าฉันคือแม่นะ เราเป็นแม่ได้แค่ 1-10 ขวบเท่านั้น หลังจากนั้นเราก็จะคือเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เป็นแม่ได้ในบางครั้ง เราโชคดีที่ได้เป็นแม่ในยุคที่มีอินเตอร์เน็ต มี ChatGPT เป็นที่พึ่ง เพราะฉะนั้นเราก็ถามเขาได้ไม่ต้องเปิดหนังสือแล้ว และเราทำใจยอมรับเป็นไปตามนั้น แค่นั้นเอง มันอาจจะยากในตอนเริ่มต้น แต่ทำมันได้ ถึงเขาจะติดเพื่อน แต่ในความเป็นลูก ยังไงเขาก็ต้องมีโมเมนต์มาอ้อน"

เห็นด้วยกับคำว่า เลือดข้นกว่าน้ำ ไหม?

"เห็นด้วยค่ะ แอนสร้างความสัมพันธ์กับลูก นอนกับลูกตั้งแต่เล็กๆ เลย เรื่องนี้สำคัญที่สุดในโลก มีคนมาปรึกษา ลูกไม่คุยด้วย เราก็บอกให้เริ่มเลย อันดับแรกอย่าไปดุลูกในเรื่องที่ซีเรียส เพราะครั้งหน้าเขาจะไม่เอาแล้ว เราไปตัดสินเขาแล้วว่าผิดหรือถูก แอนไม่เคยตัดสินเขาเลย ถามเขาว่าอยากให้ช่วยอะไรไหม และยกตัวอย่างว่าถ้าเป็นแม่นะ มันก็จะเหมือนไม่ได้ไปสอนเขาแล้ว เหมือนเราแนะนำเขามากกว่า ปรึกษากัน ไม่อย่างนั้นลูกจะไม่อยากเข้าใกล้" 

...

อยากจะบอกอะไรกับคนที่ลูกไม่คุยด้วย ไม่อยากเข้าใกล้ไหม?

"อยากจะบอกว่า หากตัดขาดไปแล้ว เชื่อไหมว่าสักวันเขาจะกลับมา วันที่เขามีลูกเป็นของตัวเอง เขาจะกลับมาหาคุณแน่นอน เขาจะเข้าใจว่า ตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้น ถ้าเขาได้เป็นพ่อแม่คนแล้ว เขาจะรู้และเข้าใจ เราก็รอคอยเวลานั้น แต่ถ้าเขาไม่กลับมา มันก็ไม่เป็นไร เราเลี้ยงเขามาเพื่อให้เขาได้โบยบินอย่างอิสระ เขาได้ออกไปจากอกแล้ว เราประสบความสำเร็จอย่างมาก สร้างคนๆ หนึ่งให้อยู่ได้โดยที่ไม่มีเรา".

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม