ล่าสุด ไทยรัฐบันเทิง ได้ไปเยี่ยม ร็อคกี้ สุรบดินทร์ ถึงบ้าน ซึ่ง พ่อร็อคกี้ ก็ได้เผยความน่ารักของลูกชาย น้องกู๊ดดี้ วัย 3 ขวบ ลูกชายของร็อคกี้ให้ได้เห็น บอกเลยว่าน่ารักมากสุดๆ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคุณพ่อถึงหลงมากขนาดนี้ เพราะอยู่ดีๆ หนุ่มน้อยมักจะวิ่งมาบอกรักคุณพ่อแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ซึ่ง ร็อคกี้ เผยว่า "วันธรรมดาจะอยู่กับลูกชายเยอะ เพราะภรรยาต้องตื่นเช้าไปทำงานกว่าจะกลับมาก็ประมาณ 1 ทุ่ม ส่วนตัวเองตอนเช้าไปจัดรายการ และตอนบ่ายกลับมาอยู่กับลูก ยิ่งถ้าลูกเปิดเทอม ผมจะเป็นคนไปรับเขาที่โรงเรียน"
ลูกชายบอกว่า ไม่อยากให้พ่อไปทำงาน อยากให้พ่ออยู่บ้าน เรื่องนี้ ร็อคกี้ บอกว่า "ทุกครั้งที่จะออกไปทำงาน เขาก็จะมีดราม่านิดหนึ่งว่าไม่อยากให้เราไป อยากให้เราอยู่บ้านกับเขา เราก็จะบอกเขาว่า พ่อต้องทำงาน พ่อต้องหาเงิน เหมือนมีจุดมุ่งหมาย จริงๆ เป็นจุดมุ่งหมายของผมด้วย ผมไม่ได้ไปต่างประเทศมาหลายปีมากแล้ว ตั้งแต่ที่ประสบภัยทางการเงินเรื่องหนี้สิน ผมก็บอกเขาว่า เดี๋ยววันหนึ่งพ่อมีตัง พอไปได้ พ่อจะพาหนูไปญี่ปุ่นไปดูบ้านรถไฟโทมัส เพราะเขาชอบรถไฟโทมัสมาก"
...
ตั้งแต่มีลูกมาชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง?
"ยอมรับตรงๆ เลยว่าเมื่อก่อนไม่ได้อยากมีเบบี๋ เพราะไม่รู้ว่าจะดูแลเขาได้ดีขนาดไหน ด้วยสถานการณ์ สภาพเศรษฐกิจ สังคม แต่ตอนนั้นผมก็บอกตัวเองว่าถ้าจะมีก็ให้มีปีนี้ ถ้าไม่มีก็จะไปทำหมันแล้ว เราตั้งใจอย่างนั้น แล้วอยู่ดีๆ เขามา ซึ่งจังหวะนั้นเป็นช่วงมรสุมชีวิต ยอมรับเสียใจกับตัวเองมาก แต่ไม่ได้เสียใจเรื่องลูก เสียใจที่ตอนเรากำลังจะมีเขา ทำไมเราไม่พร้อมกว่านี้ เราไม่สามารถซัพพอร์ต คือผมไม่ได้อยากให้ลูกเป็นคุณหนู แต่ไม่อยากให้เขาลำบากมากขนาดนั้น ตอนออกมาแรกๆ ก็คิดว่าจะเลี้ยงรอดไหม แต่ตอนนี้เราตัวติดกันมาก
ส่วนภรรยาเขาก็ช่วยดูแล แต่อาจเป็นเพราะเขาทำงานกลางวัน คนเลยไม่ค่อยเห็นเขา แต่ตอนกลางคืนเขาจะเป็นคนเอาลูกนอน ส่วนผมจะไปไลฟ์ขายของ แม่เขาก็จะพาขึ้นห้องไปนอน เพื่อให้ผมได้ทำงานได้เต็มที่ ซึ่งบอกเลยว่า เชน ธนา เป็นไอดอลของผมเลย ในการทำงาน"
คุณย่ากับอาๆ มาช่วยดูแลหลานไหม?
"เขามาประจำ เพราะเดี๋ยวนี้คุณแม่กับน้องๆ ย้ายมาอยู่ในละแวกเดียวกับผมหมด พอช่วงบ่ายๆ ย่าเขาก็แวะมาหา ไม่ได้บอกผมก่อนด้วย เขาจอดรถแล้วก็ลงมาหาหลาน อาๆ ก็เหมือนกัน บางวันผมจัดรายการเสร็จ กลับมาเที่ยงก็เจออานั่งป้อนข้าวลูกผมอยู่ บ้านผมก็เหมือนเป็นเซ็นเตอร์ของครอบครัว อย่างในช่วง ปีใหม่ หรือสงกรานต์ ทุกคนก็จะมารวมตัวกันก่อนแยกย้ายกันไปเที่ยว"
การมีลูกเหมือนเติมเต็มชีวิตไหม?
"เติมเต็มครับ แต่ก่อนผมไม่คิดเลยว่าการมีลูกจะดีขนาดนี้ ได้ยินแต่เขาพูดกันว่า มันเหนื่อย แต่มันเป็นความเหนื่อยที่ทั้งมีความสุขและเหนื่อยไปพร้อมๆ กัน แต่ทำไมไม่รู้เราถึงยอมแลก บางทีเขาก็เดินมาบอกรักเรา น่ารัก ไม่คิดเหมือนกันจะมีลูกแบบนี้ เขาก็ไม่ได้เรียบร้อยมาก แต่ก็ไม่ถึงขั้นจะคุยกันไม่รู้เรื่อง"
หลานน่ารักมากขนาดนี้ คุณปู่ว่ายังไงบ้าง?
"ไม่เจอนานแล้ว ชื่อเขาคุณปู่เป็นคนตั้งให้ ก็ไม่เจอกันมานานหลายปีแล้ว เบอร์โทรก็ไม่มี อย่างที่เคยบอก แกเด้งออกไปจากทุกอย่างเลย แต่ตอนที่คลอดแกยังอยู่ ตอนนั้นก็ยังซื้อของให้ ให้แหวน ให้ทอง ให้เงินอยู่เลย แต่ก็ถือว่าเป็นความทรงจำที่ดี ผมยังมีความทรงจำที่ดีในพาร์ตของคุณปู่ ผมเลือกจำโมเมนต์ภาพของครอบครัวที่ดี และผมก็มีความสุขกับตรงนั้น"
จัดการกับตัวเองยังไง เวลาเจอดราม่าหรือเจอข่าว?
"ผมไม่ได้ดูข่าวอะไรเลย ผมพูดตรงๆ ผมดูคุณเชน ธนา ผมโฟกัสไปที่เขาอย่างเดียว ผมเจอคุณเชนในไลฟ์บ่อยมาก ผมก็ชอบเข้าไปทัก เขาก็บอกว่าสู้ๆ นะ ผมเห็นข่าวแล้ว และผมคิดว่าวันหนึ่งเราต้องได้ร่วมงานกันบ้างแหละ ผมมองโกลชีวิตชัดๆ ว่าอยากทำอะไร มันอาจจะมีดราม่าบ้างระหว่างทาง มีปัญหาเต็มไปหมด แต่เราก็ยังต้องใช้หนี้อยู่ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าข้าวลูกก็ยังเดินอยู่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผมจะโฟกัสชัดๆ ว่าต้องทำอะไร อย่างอื่นไม่สนใจ
...
อย่างข่าวล่าสุดผมไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ พาลูกไปเที่ยวจนกลับมาถึงกรุงเทพ เพื่อนๆ ก็ไม่ทักผม เพราะเขารู้ว่าผมโฟกัสอะไร ผมอยากเคลียร์หนี้ให้ไวที่สุด อยากพาลูกไปเที่ยวญี่ปุ่น อยากพาแม่ไปเที่ยวอังกฤษ ไปในที่ที่เขาเคยไป โดยเฉพาะหนี้กับชีวิตที่มันติดลบ ถ้าผมเคลียร์ทั้งหมดได้ ผมจะได้เริ่มสร้างชีวิตตัวเองให้กับลูก"
หลายคนเป็นห่วงเรื่องการทำงานหนัก และหนี้ลดลงบ้างไหม?
"ใช้คำว่ามันแฮนเดิลได้มากขึ้น วันที่เราเคยสัมภาษณ์กันเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว วันนั้นแค่กินข้าวผมยังไม่รู้เลยจะเอาอะไรกิน โดนโกงไปไม่พอ มีหุ้นส่วนบริษัทเขาก็ทำหนี้ไว้และหนีไป แปลว่าเราต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นเงินที่มันมีเหมือนไม่มี ไม่ใช่ว่าเราไม่เก็บ ผมเป็นคนวางแผนมาก แต่คนเราเวลาโดนอะไรมันไม่รู้หรอก อยู่ดีๆ มันก็โดน ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจมากๆ เลยครับ ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องดราม่าอย่างเดียว แต่เป็นกำลังใจเรื่องการใช้ชีวิต ที่เราจะต้องทำงานหาเงิน"
หลายคนก็เป็นห่วงและสงสัยว่า ร็อคกี้ จะเปลี่ยนนามสกุลไปเลยไหมจะได้จบสิ้น?
"เอาจริงๆ ผมไม่ได้สนใจ ผมมีชีวิตเหมือนเดิมมาก ผมก็แค่ใช้ชีวิต แล้วก็มีชีวิตของผมปกติต่อ ไม่ได้สนใจใครจะว่ายังไง ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและสนใจ ผมไม่ได้ว่าอะไร ไม่เป็นไรครับ ผมก็แค่ตื่นมาและใช้ชีวิตสู้ต่อไป ดูแลลูก ดูแลครอบครัว รวมถึงพี่น้องและแม่ผมให้ดีต่อไป แค่นั้นเองโดยที่ผมไม่ได้มองอะไรเลย ผมยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ทุกอย่างโตขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น เพราะผมมองไปข้างหน้า ใช้ชีวิตต่อเหมือนเดิม แค่นั้นเอง".
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
...