หลังจากที่ศาลอาญา รัชดา อนุญาตให้ประกันตัว 2 นักแสดงดังในคดีดิไอคอน ทั้งนางเอกสาว มิน พีชญา วัฒนามนตรี และนักแสดงหนุ่ม แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ในวงเงินคนละ 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาต

ล่าสุด มิน พีชญา พร้อมด้วย เคลวิน ตีรวัฒนานนท์ แฟนหนุ่ม รวมทั้ง ทนายธนากร แหวกวารี ทนายความของมิน ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังที่มินได้รับการประกันตัว เมื่อนักข่าวถามว่าวันนี้มาที่ศาลและให้ประกันตัว รู้สึกยังไงบ้าง มินตอบว่า “ก็ดีใจค่ะ อยากจะขอบคุณศาลและทุกๆ คนในกระบวนการยุติธรรมที่ยังให้เราได้โอกาสต่อสู้คดีข้างนอกค่ะ”

ส่วนเหตุผลที่ศาลให้ประกันตัว ทนายบอกว่า เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี เราเคยปฏิเสธมาโดยตลอด คดีนี้แม้ว่าเคยไม่ให้ประกันมา แต่ว่าเราให้การปฏิเสธมาโดยตลอด และคดีมีข้อต่อสู้ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี เป็นเด็กดีมาตลอด ศาลก็เมตตาให้ไปต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ส่วนตอนแรกที่ยื่นวงเงินประกันไป 3 ล้าน แต่เหลือ 1 ล้าน คือเราก็ยื่นไปเต็มที่ แต่ศาลก็กรุณา 1 ล้านบาท ห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต และให้มาตามนัดทุกครั้ง

...

ถามว่าได้คุยกับแซมบ้างไหมเรื่องการพบพนักงานสอบสวน ทนายกล่าวว่า ก็คุยกัน มาด้วยกัน กับคำถามว่าได้เตรียมหลักฐานพยานอะไรในการสู้คดี ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนไหน ขั้นตอนก็มีศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 20 ก.ค. 

ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าคดีเรามันแตกมาจากคดีดิไอคอนที่เป็นคดีใหญ่ ซึ่งเราเป็นพรีเซ็นเตอร์ เข้ามาแค่ช่วงสั้นๆ สำหรับคุณมินเข้าไป 1 ปี 6 เดือน ในช่วงปี 2566-2567 ตามคำฟ้องเขาเหมือนจะว่าเป็นเรื่องของทั้งหมด เรื่องการต่อสู้คดีเดี๋ยวค่อยไว้ทีหลัง แต่คร่าวๆ คือเราไม่ได้กระทำผิดตามคำฟ้อง เหมือนที่อัยการเคยสั่งไม่ฟ้องในทีแรก

ถามว่าคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกันเหมือนที่มีฟ้องผู้ต้องหาก่อนหน้านี้ไหม ทนายตอบว่าคล้ายกัน ถามว่าถ้าอัยการขอรวมคดี เราจะค้านและขอแยกพิจารณา 2 คนไหม ทนายบอกว่า ตามกระบวนการแล้วรวมไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่าคดีคิไอคอนมีการสืบพยานตั้งแต่เดือน พ.ค. เสร็จสิ้นเดือน ส.ค. มันล่วงเลยไปแล้ว มันต้องแยกกัน ไม่สามารถรวมกันได้อยู่แล้ว

กับคำถามว่าเห็นว่าจะมีคดีภาค 2 ที่อยู่ระหว่างสอบสวน หากมีการยื่นฟ้องอีกจะหนักใจไหม หรือเตรียมเรื่องประกันตัวไหม ทนายกล่าวว่า ภาค 2 ไม่ทราบเลย แต่ไม่หนักใจเพราะว่าเราเกี่ยวข้องเฉพาะที่เราเกี่ยวข้อง เราต่อสู้มาตลอดว่าเราไม่ไ้ด้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามฟ้อง ส่วนที่บอกว่าคดีภาค 2 เป็นคดีนอกราชอาณาจักร ยังไม่เคยได้รับแจ้งข้อกล่าวหา ไม่ทราบ

นักข่าวถามมินถึงเรื่องลงคลิป TikTok ที่บอกถ้าฟ้องก็อย่าเหมารวม ให้ฟ้องเป็นข้อไป มินบอกว่า “ก็ตามที่พูดเลยค่ะ จนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเองมาตลอด ก็อยากที่จะให้ทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรมมากที่สุด เพราะตัวมินเองยึดมั่นในความยุติธรรม ยังเชื่อในความยุติธรรมของศาลอยู่ เพราะฉะนั้นมินก็ให้มันเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง”

ถามว่า 5 ข้อหาที่ฟ้อง มีข้อไหนที่เราเข้าข่ายความผิดนั้นไหม มินส่ายหน้าบอกว่า “ไม่ค่ะ” ถามว่ามั่นใจในหลักฐานพยานของเราไหม มินพยักหน้า ทนายบอกว่ามั่นใจในทุกข้อหา ส่วนหลังจากนี้กระบวนการต่อสู้เป็นยังไงต่อไป ทนายเผยว่า ก็เป็นไปตามกระบวนการศาล มีนัดตรวจพยาน นัดสืบพยานโจทก์ จำเลย เป็นตามกระบวนการอยู่แล้ว ถามว่าก็ต้องสู้ต่อไปเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ทนายบอกว่า ความบริสุทธิ์บางทีก็ต้องใช้เวลา ความยุติธรรม มาช้าก็ต้องมา

กับคำถามว่าตอนนี้มีความหนักใจเรื่องอะไรมากที่สุด มินตอบว่า “อืม คือ…ไม่รู้เลยค่ะ (หัวเราะเบาๆ) ไม่รู้จะตอบคำถามนี้ยังไง เพราะว่าตั้งแต่เกิดเรื่องมาที่มันใหญ่โตมากๆ ในวันที่ 17 ต.ค. มันใหญ่มาตลอด มันใหญ่มาตั้งแต่แรก แล้วมินก็ยืนยันว่า มินพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการ ไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองกี่ครั้ง มินก็เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง แล้วความจริงก็คงมีอย่างเดียวค่ะ ในภาคส่วนที่เราไม่ได้เกี่ยวข้อง เราก็ไม่รู้จะไปหาข้อมูลมายังไงค่ะ เพราะเราไม่รู้จริงๆ แล้วก็รู้ไปพร้อมๆ กับทุกคน ซึ่งทุกคนก็คงยังรอความจริงนั้นอยู่ มินเองก็รออยู่เหมือนกัน ในขณะที่กำลังรอ มินก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะตอบว่าอะไร”

...

ถามว่ามินอยากให้ทางดิไอคอนเทคแอกชั่นในเรื่องนี้ยังไงบ้างในส่วนของมิน มินตอบว่า “ก็ไม่แน่ใจว่าต้องรู้สึกยังไงนะคะ เพราะว่ามินยังไม่รู้ว่าใครทำอะไรยังไง ไม่อยากซ้ำเติมใคร เห็นใจทุกๆ ฝ่าย คือมินคิดว่ามันมีหลายฝ่าย ไม่รู้ต้องรู้สึกยังไง แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องมายังไม่ได้มีการพูดคุยเคลียร์ใจกันหรือขอโทษอะไรกันเลย ก็ขาดการติดต่อกันไปตั้งแต่วันที่มินแถลงข่าวนั่นแหละค่ะ หลังจากวันนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเลย ก็จบแค่นั้นค่ะ” 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นไปได้ เราอยากเรียกร้องให้ดิไอคอนออกมาเทคแอกชั่นเรื่องนี้ให้มินไหม ในมุมที่ว่าเรายืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในส่วนต่างๆ มินตอบว่า “ไม่รู้สิ มินไม่ได้คุยกับทางนู้นเลย มินไม่รู้ว่ามินจะต้องคุยอะไร คือมันยังไม่มีอะไรแน่ชัด”

ในขณะที่ทนายความกล่าวว่า สำหรับดิไอคอนก็คือทางดิไอคอนก็สู้คดีของเขาไป เราก็สู้คดีของเราไป ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกันซะทีเดียว เราทำหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ เราก็สู้คดีเราไป ดิไอคอนเขาก็สู้คดีในเรื่องของบริษัทว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ไหม ขายตรงไหม เราไปเกี่ยวข้องกับดิไอคอนก็ในฐานะพรีเซ็นเตอร์อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นมันแยกขาดจากกันอยู่แล้ว ถ้าดิไอคอนสู้คดีแล้วชนะ มันก็มีผลดีกับเรา ถ้าเขาแพ้ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาแพ้ด้วย มันแยกขาดจากกัน

...

เมื่อถามว่ามินได้รับผลกระทบกับชีวิตยังไงบ้าง มินตอบว่า “ว้าว (หันไปมองหน้าเคลวิน แฟนหนุ่ม) ได้รับยังไงบ้าง มินไม่รู้จะประเมินยังไงเลยค่ะ มันที่สุดอ่ะ” ในขณะที่เควินตอบว่า “ในฐานะคนที่รักเขา ยืนเคียงข้างให้กำลังใจเขา เรื่องนี้กระทบสู่ครอบครัว เพื่อน คนรัก ญาติพี่น้องอย่างมหาศาลนะครับ ก็อยากจะฝากข้อความนี้ไปว่า เราเคารพในกระบวนการยุติธรรม 

ในสถานการณ์ที่เรามักจะด่วนสรุปหรือกล่าวหาผ่านสิ่งต่างๆ ก่อนที่เราจะรู้ข้อเท็จจริงเนี่ย อยากให้ทุกคนทราบว่าคนที่คุณกำลังพูดถึงเนี่ย เขามีชีวิตของเขา และสิ่งที่กระทบกับคนคนนึง มันไม่ใช่แค่เขาครับ แต่กระทบสู่ครอบครัวมากมาย สุขภาพร่างกายจิตใจ แต่เราทุกคนก็ยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม มั่นใจในความบริสุทธิ์ แล้วคนทุกคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างมิน ไม่ว่าจะต้องพบอะไรก็ตาม เราพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขาครับ”

ถามว่ามินเองพร้อมที่จะกอบกู้ชีวิตตัวเองกลับมาใช่ไหม หลายๆ คนก็ยังให้กำลังใจอยู่ มินบอกว่า “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ (หัวเราะเบาๆ) พอแค่นี้แล้วกันเนอะ วันนี้่มินค่อนข้างเหนื่อย” ทนายเสริมว่า ทุกครั้งที่มาศาลน่าจะให้สัมภาษณ์ได้ตลอด เพราะไม่มีอะไรที่จะปิดบัง มินพูดต่อ “เดี๋ยววันนี้มินขออนุญาตพักก่อนแล้วกัน เพราะมินยาวนานมากวันนี้”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม