หลังจากที่ แดนนี่ ศรีภิญโญ นักแสดงหนุ่ม เสียชีวิตเมื่อเวลา 12.54 น. วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากไตวายเฉียบพลัน ณ รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี สิริอายุ 57 ปี ก่อนที่ทางครอบครัวจะทำพิธีศพ ณ วัดป่าสะแก จ.สุพรรณบุรี 

ล่าสุด กวาง พจนีย์ ศรีภิญโญ ภรรยาของแดนนี่ ก็ได้เปิดใจกับสื่อมวลชน เล่าละเอียดถึงเหตุการณ์ก่อนที่สามีจะเสียชีวิตไว้ว่า ตั้งแต่เขาสโตรก 1 ครั้งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาก็กลับมาเหมือนที่ทุกคนเห็นว่าเขากลับมาใช้ชีวิตตามปกติทั่วไป แต่พอเดือนที่แล้วเขาเริ่มจุกท้อง อาหารไม่ย่อยหรือเปล่า ก็เลยไปหาหมอ หมอก็ให้ยามาก็ไม่ปวดท้อง แต่ความรู้สึกคือเขาเหนื่อยๆ นอนหายใจเหนื่อยๆ เดินเหมือนไม่ค่อยมีแรง ก็สังเกตว่าทำไมปัสสาวะน้อย แต่เขาบอกว่าไม่ๆ เมื่อกี้เข้าห้องน้ำมาแล้ว แต่จริงๆ เขาน่าจะโกหก ไม่อยากบอก

เราก็เค้นถามทุกวัน จนเขาบอกว่าเดี๋ยวไปหาหมออีกรอบนึง คุณหมอเลยเจาะเลือดให้ ก็เลยพบไตวายเฉียบพลันระยะอ่อนแรง เดี๋ยวรักษาที่ รพ. ต่อ เลยไป รพ.เดิมบางนางบวช พอตรวจทุกอย่างก็เจอโรคหัวใจอีก 1 โรค เกลือแร่ต่ำ เขาก็เลยส่งตัวไปรักษาที่ รพ. ในตัวเมือง คือ รพ.เจ้าพระยายมราช ก็เจอคุณหมอไตกับคุณหมอโรคหัวใจ เขาก็บอกว่าไตไม่ค่อยทำงาน หัวใจเต้นผิดจังหวะ 

...

คุณหมอก็อธิบายขั้นตอนการรักษา ถ้าให้ยาแล้วไตดีขึ้นก็ไม่ต้องฟอก ถ้าหัวใจเต้นเบาลง คือตอนเขาไม่สบาย หัวใจเต้นเกือบ 200 คุณหมอบอกว่ายัง echo ไม่ได้เพราะว่ามันเป็นอันตรายต่อคนไข้ คุณหมอบอกว่าถ้าเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือมีกระแสไฟขึ้นโดยที่พี่แดนนี่ยังมีลมหายใจอยู่ เขาจะใช้การช็อตไฟฟ้า 

แต่เขาไปเจอลิ่มเลือดที่สมองประมาณ 1-3 ซม. ก็ไม่กล้าช็อตเหมือนกัน เพราะการช็อตจะทำให้ลิ่มเลือดแพร่กระจายไปอุดอีก สมองก็จะเป็นอัมพฤกษ์ อุดตามแขนขา ก็จะขยับไม่ได้ มันค่อนข้างวิกฤติมาก พี่แดนนี่ก็จะเหนื่อยทุกวัน เขาจะใช้ออกซิเจนแรงดันสูงก็ยังเหนื่อย คุณหมอเลยย้ายไปที่ไอซียูของโรคหัวใจโดยตรง 

วันที่ย้ายก็รู้สึกว่าเขาเหนื่อยมาก เขาก็ถามว่าไหวไหม พี่แดนนี่ก็บอกว่าไม่ค่อยไหวแล้วในการหายใจเพราะว่าเหนื่อยมาก ก็เลยใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งไม่ได้เจาะและเจ็บมาก เจ็บแบบทนได้ เขาก็โอเค พอใส่ท่อแล้วให้ยานอนหลับ เพราะคนไข้ไม่ได้พักเลย พอเอ็กซ์เรย์อีกวันปอดเริ่มดี น้ำไม่ท่วมปอดเยอะ CT Scan แล้วโอเค มีช่วงรอยแตกที่คุณหมอคิดว่าอาจจะสโตรกอีกรอบนึง มันเป็นรอยเก่า ก็โอเคไม่ได้แตกอีกรอบนึง 

แต่ว่าวันที่เข้าไอซียูหัวใจแขนขาฝั่งซ้ายไม่ขยับแล้ว ขยับได้แต่ฝั่งขวา สักพักไตไม่ทำงานอีกรอบ ปัสสาวะเริ่มไม่ออกอีกรอบ คุณหมอบอกว่าถ้าวิกฤติอีกรอบอาจจะช็อตไฟฟ้าหรือปั๊มหัวใจคู่ ถ้าคนไข้มีไฟฟ้าโผล่ขึ้นมาแล้วดับไปเลย เขาจะใช้ทั้งช็อตและปั๊ม อันนี้คือขั้นตอนสุดท้ายที่หมอจะทำ ยังไงก็ขอให้เขารักษาเต็มที่

มาอีกวันเขาเริ่มเบลอ ไม่รู้สึกตัว เริ่มยกแขนคอนโทรลตัวเองไม่ได้ ก็เห็นแล้วว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็บอกเขาว่าถ้ามีอะไรก็โทรมา ถ้าเขาไปแล้วก็ขอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่อยากให้เขาเจ็บมาก เพราะเรากลัวเขาเจ็บ พอวันสุดท้าย เราไป รพ. ตอนเช้า น้องพยาบาลบอกว่าพี่คะ อยู่ไหนคะ ตอนนี้รู้สึกว่าคนไข้ไม่ค่อยโอเคตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว จะรักษาต่อไหม ถ้าเป็นการฟอกไต 24 ชม.

กวางก็เลยถามว่าการฟอกไตช่วยอะไรได้บ้าง เขาบอกว่าเป็นอีกทางเลือกนึงให้ไตคนไข้ทำงานขึ้น ข้อเสียคือเขาอาจจะดับไปเลย เพราะในการฟอกเลือดมันใช้พลังงานสูง มันสามารถช็อกได้เลย เลยถามว่าถ้าไม่ฟอกไตล่ะ เขาบอกว่าก็จะให้ยาเต็มโดส รักษาทุกอย่างเต็มที่ จนกว่าคนไข้จะไม่ไหวเอง ก็เลยขอตัดสินใจ คิดว่าปลายทางคือเหมือนกันคือไม่ไหว ก็เอาที่เขาสบายที่สุด 

...

คุณหมอบอกว่าไปเยี่ยมเลยได้นะคะ ปกติเขาให้เยี่ยมประมาณ 12.30 น. พอเข้าไปก็เห็นว่าเขาแทบไม่ตอบสนองอะไรแล้ว ก็บอกว่าแม่มาเยี่ยมนะ ไม่ต้องห่วงนะ จะดูแลลูกเต็มที่ หน้าที่พ่อคือนอนและทำตามที่คุณหมอบอก คุณหมอก็รักษาพ่อเต็มที่เช่นกัน ที่นี่พยาบาลดีมาก ทุกคนน่ารักมาก แต่เขาก็ไม่ตอบสนอง ม่านตาเขาก็ไม่ขยับแล้ว 

ก็บอกให้เขาตั้งสติและบอกว่าพุทโธๆ เรื่องลูกแม่จะดูแลเต็มที่ ไม่ต้องห่วง หลับไปเลย พ่อตื่นมาจะแข็งแรงและได้กลับบ้านกัน พอสิ้นเสียงเขาก็หายใจอีกแป๊บนึงแล้วเขาก็ไป พยาบาลก็ถามว่าพี่ คนไข้ไม่ปั๊มหัวใจใช่มั้ย เราก็โอเคไม่ปั๊ม เขาไปแล้วใช่มั้ย พยาบาลบอกว่าใช่ เราก็บอกว่างั้นเขาไปสบายแล้ว ทุกอย่างหมดแล้ว เขาก็จับชีพจรแล้วบอกว่าชีพจรคนไข้ไม่เต้นแล้วนะคะ มันก็รู้สึกช็อก เขาไปสบายแล้ว 

ความใจหายมันมีอยู่แล้ว ทุกวันมันเหมือนน้ำที่ปริ่มแล้ว มันแกว่งและสะเทือน พร้อมที่จะล้นออกมา แต่เราต้องเข้มแข็งเพราะเดี๋ยวเขาห่วง พยายามฮึบ ก็บอกว่าโอเคคุณพ่อไปสบายนะ เดี๋ยวกลับบ้านแล้ว

...

เมื่อถามถึงวันแรกที่ป่วย แดนนี่สู้ขนาดไหน กวางบอกว่า เขามีสติตลอดเวลา บอกว่าขออยู่ที่นี่จนกว่าจะหาย แต่เขาก็น่าจะเหนื่อย เขาก็บอกว่าเขาเป็นโรคหัวใจ แต่เรารู้อยู่แล้ว ก็บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หายได้ ไตวายเฉียบพลันก็หายได้ แต่เขาก็คงรู้แหละ เขาก็เป็นคนที่ปากแข็ง 

ถามว่าต้องเข้มแข็งขนาดไหน ก็สุดกำลังที่เรามี ต้องหาคำพูดทุกอย่างที่เราจะทำให้คนไข้รีแล็กซ์ได้ ถามว่าคุยกับลูกไหมไม่คุย วันสุดท้ายเขาก็ถามว่าจะให้เอวามาเยี่ยมไหม ก็เลยบอกว่าไม่ดีกว่า ให้เอวาจำพ่อในภาพที่ดี ไม่ต้องใส่ท่อใส่อะไร แต่ตอนก่อนจะไป รพ. เขาก็บอกว่าเดี๋ยวพ่อมานะ พ่อไปรักษาตัวให้หายก่อน เอวาก็บอกว่าโอเค หายไวๆ นะคุณพ่อ 

เมื่อถามว่าที่แดนนี่ห่วงที่สุดคือน้องเอวา กวางพยักหน้าและเผยว่าคุณหมอก็ไม่ให้โทรศัพท์ เขาก็บอกว่าเหนื่อยแต่ไม่เป็นไร เขาบอกว่าถ้าเกิดได้ยินเสียงลูกเขาจะร้องไห้ แล้วรู้สึกว่าเขาเก็บอาการไม่ได้ ที่เขาห่วงที่สุดคือลูกอย่างเดียว ส่วนในบ้านทุกอย่างเขาสั่งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เหมือนที่พี่ๆ เห็นในรายการที่เขาบอก ก็คือแบบนั้นเลย เขาเคยบอกกับพี่สาวหนูว่าถ้าเอวาเรียนจบ ม.6 ก็โอเคแล้ว ก็ไม่เสียชาติเกิด จากนั้นแม่ก็ทำตามที่พ่อบอกไว้แล้วกัน

...

ถามว่าน้องเอวาเป็นไงบ้าง กวางบอกว่า เอวาค่อนข้างช็อกนิดนึง ยังไม่อยากพูดนะ ก็เลยบอกว่าตอนนี้เราทำหน้าที่แทนคุณพ่อ เพราะคุณพ่อมีแต่คนรัก ก่อนจะพูดเสียงสั่นบอกว่า คุณพ่อเป็นนักแสดงที่หลายๆ คนชื่นชอบ มีเอฟซีคุณพ่อ สิ่งที่เราสองคนควรทำก็คือเดี๋ยวเราเก็บไปร้องไห้ที่บ้าน แต่ตอนนี้รับแขกก่อนนะลูก เข้มแข็งให้พ่อเห็นว่าเราสองคนเก่ง พ่อไม่ห่วงแล้ว เดี๋ยวเรากลับไปกอดกันที่บ้าน

พอถามว่าเมื่อวานมีภาพที่บีบหัวใจ คือภาพที่น้องเอวาโบกมือลาหน้าโลง กวางบอกว่า อันนั้นรู้สึกว่าโอเค หนูจะทำหน้าที่ เขาไปนั่งกับยายบอกว่าหนูพร้อมแล้ว ไปรับแขกแล้ว เขาก็เดินไปบ๊ายบายเลย ส่วนกำหนดพิธีฌาปนกิจเป็นวันพฤหัส (23 เม.ย. 2569) เวลา 15.00 น.

ถามว่าสร้างกำลังใจตัวเองยังไงบ้าง เพราะหลังจากนี้เป็นเสาหลักให้กับน้องเอวา กวางบอกว่า ก็จะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบไปเรื่อยๆ จริงๆ ทำได้ทุกอย่างเพราะเป็นคนลุย เดี๋ยวนี้โลกออนไลน์หาเงินง่ายมาก แต่เราก็พยายามหน่อย ก่อนหน้านี้พยายามสร้างตัวตนขึ้นมา วันนึงถ้าไม่มีพี่แดนนี่ เขาจะได้รู้จักคำว่าเอวาโฮม เขาจะได้รู้จักว่าคนนี้คือเมียแดนนี่ เป็นครอบครัวพี่แดนนี่ ก็คึอเอวาโฮมเป็นสิ่งสุดท้ายที่เป็นตัวแทนพี่แดนนี่ที่เราจะดูแลต่อไป 

ซึ่งพี่แดนนี่เขาสร้างโกดังอีกรอบนึง เอาของเก่ามาจัดแสดง ที่ที่เราอยู่ก็จะมีคณะมาดูงาน จะมีจุดเช็กอินให้พี่ๆ ที่มาดูงาน และก็มีจุดเช็กอินอีกที่คือเอวาโฮม ซึ่งเขาใฝ่ฝันว่าจะให้คนมาดูที่นี่ ถ้าเขาไม่อยู่แล้ว ที่นี่คือที่ของเขา ก็บอกเขาว่าพ่อไม่ต้องห่วงนะ ที่นี่จะดัง แม่จะทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จัก

ถามว่าภูมิใจกับแดนนี่ยังไงบ้าง กวางบอกว่า ก็ภูมิใจ ตั้งแต่แต่งงานอยู่ด้วยกันมา เขาไม่เคยนอกลู่นอกทาง เป็นคนที่รักครอบครัวมาก เขาไม่เคยไปไหน สมมติมีงานจ้างต้องค้างคืน เขาก็ไม่รับ เงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่ว่าเรามีแค่นี้กินแค่นี้คงพอใช้ เดี๋ยวลูกจะคิดถึง เพราะเขาจะต้องสวดมนต์กับลูกทุกคืนก่อนนอน ถ้าไปรายการดึกๆ ตี 3 เขาก็กลับมาถึงบ้าน เขาจะให้พี่อีกคนขับรถกลับมาถึงบ้าน ไม่ค้างคืน

ปิดท้ายกวางพูดถึงคู่ชีวิตอย่างแดนนี่ว่า “แม่จะทำให้ทุกอย่างดีตามสัจจะที่แม่ให้ไว้ ไม่ต้องห่วง แม่แข็งแรงพอ แม่อาจจะเสียใจตอนนี้แป๊บนึง เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ และแม่จะทำให้ทุกอย่างออกมาดี ไม่ต้องห่วง บอกเขาไปหมดแล้วว่าเราจะดูแลลูกทุกอย่างเลย ไม่ต้องห่วง” 

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม